หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าว BitcoinSpaceX-Tesla เล็งควบรวมกิจการ พ่วง Bitcoin 30,221 เหรียญ ขึ้นแท่นอันดับ 6 โลก

SpaceX-Tesla เล็งควบรวมกิจการ พ่วง Bitcoin 30,221 เหรียญ ขึ้นแท่นอันดับ 6 โลก

Bybit — เทรด Futures โบนัส $30,000TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1

อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ยืนยันระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ของ SpaceX เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 ว่าทั้ง SpaceX และ Tesla ได้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาศึกษาความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการทั้งสองบริษัท ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะทำให้ Bitcoin ที่ทั้งสองบริษัทถือครองรวมกัน 30,221 เหรียญ มูลค่าประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์ ไปอยู่ภายใต้งบดุลเดียวกัน กลายเป็นหนึ่งในบริษัทมหาชนที่ถือ Bitcoin มากที่สุดอันดับ 6 ของโลกทันที

Bitcoin
ราคา Bitcoin (BTC) วันนี้ บิตคอยน์
฿2,790,771.30▲0.14%
ราคา Bitkub ฿2,785,943.54 (พรีเมียม -0.17%)
สูง/ต่ำ 24 ชม. ฿2,855,969.50 / ฿2,779,482.78
ดูกราฟและข้อมูลเต็ม →
ข้อมูลจาก SiamBitcoin Cap · อัปเดต 09:20
📌 สรุป 3 บรรทัด:
1) Musk ยืนยัน SpaceX-Tesla ตั้งคณะกรรมการศึกษาควบรวม แต่ย้ำ “ยังไม่ใช่เรื่องแน่นอน”
2) หากควบรวมสำเร็จ จะรวม Bitcoin 30,221 เหรียญ (SpaceX 18,712 + Tesla 11,509) ขึ้นแท่นผู้ถือ BTC อันดับ 6 ของโลก
3) ไม่มีการซื้อ Bitcoin เพิ่ม — เป็นการรวมสถานะเดิมที่มีอยู่แล้วของทั้งสองบริษัทเท่านั้น

เกิดอะไรขึ้น: Musk ยืนยันตั้งคณะกรรมการศึกษาควบรวม

ระหว่างการแถลงผลประกอบการไตรมาส 3 ของ SpaceX เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 มัสก์เปิดเผยว่าคณะกรรมการบริษัททั้ง SpaceX และ Tesla ได้ตั้ง “คณะกรรมการอิสระ” (special committee) ขึ้นมาแยกกันเพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการ โดยมัสก์ระบุว่าตัวเองไม่ได้เข้าไปร่วมในการเจรจาเพราะมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest) เนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และซีอีโอของทั้งสองบริษัท

มัสก์ย้ำชัดว่าการพูดถึงดีลนี้ว่า “แน่นอนแล้ว” ถือเป็นการพูดเกินจริง (overstating it) เพราะยังไม่มีการตกลงเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ด้านเหตุผลที่สนับสนุนการควบรวม มัสก์ชี้ว่าจะช่วยให้สองบริษัทร่วมมือกันได้ดีขึ้นในด้าน AI หุ่นยนต์ การออกแบบชิป และระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร ตามรายงานของ Decrypt และ The Defiant

Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก

หากการควบรวมเกิดขึ้นจริง จะต้องได้รับเสียงอนุมัติจากผู้ถือหุ้น Tesla มากกว่า 50% ของหุ้นทั้งหมดที่ออกจำหน่าย ซึ่งมัสก์เองก็ยอมรับว่าเป็น “เกณฑ์ที่สูงมาก” และบริษัทรวมกันจะมีมูลค่าตลาดราว 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ (SpaceX ราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ + Tesla ราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์) ซึ่งจะเป็นหนึ่งในดีลควบรวมกิจการที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ตัวเลข Bitcoin ที่จะรวมกัน: 30,221 เหรียญ

จุดที่ตลาดคริปโตให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ Bitcoin ที่ทั้งสองบริษัทถือครองอยู่แยกกัน ซึ่งหากรวมกันจะกลายเป็นกองสำรอง Bitcoin ขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกในกลุ่มบริษัทที่ไม่ได้ทำเหมือง (non-mining corporate holder)

บริษัท Bitcoin ที่ถือ แหล่งข้อมูล
SpaceX 18,712 BTC เอกสาร S-1 ก่อน IPO เดือนมิถุนายน 2026
Tesla 11,509 BTC งบการเงินรายไตรมาสล่าสุด
รวมกัน 30,221 BTC มูลค่าประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์ (ราคา BTC ราว 84,000 ดอลลาร์)

สิ่งที่น่าสนใจคือ Bitcoin ของ SpaceX เพิ่งถูกเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในเอกสาร S-1 ก่อนยื่น IPO เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นนักวิเคราะห์ on-chain ประเมินตัวเลขการถือครองของ SpaceX ไว้ต่ำกว่าความเป็นจริงถึงครึ่งหนึ่ง เพราะบริษัทสะสม Bitcoin อย่างเงียบๆ มาหลายปีในสถานะบริษัทเอกชนที่ไม่ต้องเปิดเผยข้อมูล

✅ ต้นทุนเฉลี่ย: ต้นทุนรวมของ Bitcoin ทั้งสองบริษัทอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ เท่ากับราคาต้นทุนเฉลี่ยราว 35,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันกว่า 2 เท่า

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับตลาดคริปโต

ประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจให้ถูกคือ การควบรวมกิจการ ไม่ได้ทำให้มีการซื้อ Bitcoin เพิ่มแม้แต่เหรียญเดียว ทั้งสองบริษัทยังไม่มีสัญญาณซื้อหรือขายเพิ่ม เป็นเพียงการนำสถานะที่มีอยู่แล้วมารวมไว้ในที่เดียวเท่านั้น แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนไปคือโครงสร้างการกำกับดูแลและการบัญชี — คลัง Bitcoin ที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามากที่สุดจะไปอยู่ในบริษัทเดียวที่ต้องเปิดเผยข้อมูลทุกไตรมาสและใช้มาตรฐานบัญชี fair-value ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันที่ทำให้ Tesla ต้องบันทึกขาดทุนทางบัญชีช่วงที่ราคา Bitcoin ร่วงในปีนี้

ตามรายงานของ Cointelegraph หากนับสถานะ Bitcoin ของทั้งสองบริษัทรวมกัน จะทำให้บริษัทใหม่นี้ขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือ Bitcoin สาธารณะอันดับ 6 ของโลก ตามหลังเพียงไม่กี่บริษัท เช่น Strategy (เดิมคือ MicroStrategy) ของไมเคิล เซย์เลอร์ ที่ยังครองอันดับ 1 อย่างชัดเจน

💡 ดีลนี้ยังอยู่ในขั้น “ศึกษาความเป็นไปได้” เท่านั้น มัสก์ย้ำว่ายังไม่มีเงื่อนไขการแลกหุ้นหรือมูลค่าดีลที่ตกลงกัน และต้องผ่านเสียงโหวตผู้ถือหุ้น Tesla เกินครึ่งก่อน ซึ่งอาจใช้เวลาอีกหลายเดือนหรือไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้

มุมนักลงทุนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย ดีลนี้ยังไม่ส่งผลกระทบทางตรงเพราะ SpaceX เป็นบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยหรือตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่วนหุ้น Tesla นักลงทุนไทยที่ซื้อผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศจะได้รับผลกระทบทางอ้อมหากราคาหุ้นเคลื่อนไหวตามข่าวนี้ แต่ประเด็นที่น่าติดตามมากกว่าคือภาพรวม — นี่เป็นอีกสัญญาณว่าบริษัทมหาชนระดับโลกยังเดินหน้าถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองต่อเนื่อง แม้ราคาจะผ่านช่วงผันผวนมาตลอดปี 2026

ในไทย ปัจจุบัน ก.ล.ต. ยังไม่มีกรอบกฎหมายให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองในงบดุลแบบที่ Tesla หรือ Strategy ทำได้ นักลงทุนไทยที่ต้องการมีสถานะ Bitcoin จึงยังต้องซื้อขายผ่านเว็บเทรดที่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. โดยตรงเท่านั้น ข่าวแบบนี้จึงเป็นตัวชี้วัด sentiment ของสถาบันต่างชาติที่นักลงทุนไทยใช้ประกอบการตัดสินใจ มากกว่าจะเป็นโอกาสลงทุนตรง

คำถามที่พบบ่อย

SpaceX และ Tesla ควบรวมกิจการแน่นอนแล้วหรือยัง?

ยังไม่แน่นอน อยู่ในขั้นตอนที่คณะกรรมการอิสระของทั้งสองบริษัทเพิ่งเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ ยังไม่มีการตกลงเงื่อนไขดีลใดๆ และมัสก์เองก็ย้ำว่าพูดว่า “แน่นอน” ถือเป็นการพูดเกินจริง

ถ้าควบรวมสำเร็จ จะมี Bitcoin เพิ่มเข้าตลาดหรือไม่?

ไม่มี การควบรวมเป็นเพียงการนำ Bitcoin ที่ทั้งสองบริษัทถือครองอยู่แล้ว (SpaceX 18,712 เหรียญ และ Tesla 11,509 เหรียญ) มารวมไว้ในงบดุลเดียว ไม่ใช่การซื้อเพิ่ม

บริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลกตอนนี้คือใคร?

อันดับ 1 คือ Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) ของไมเคิล เซย์เลอร์ ซึ่งถือ Bitcoin มากกว่าทุกบริษัทมหาชนในโลก ส่วน SpaceX-Tesla หากรวมกันจะขยับมาอยู่อันดับ 6 ตามการจัดอันดับของ Cointelegraph

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข่าวเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตและหุ้นต่างประเทศมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง

ที่มา: Decrypt, The Defiant

Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปรMEXC — 2,600+ เหรียญ
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด