วันนี้ (23 ก.ย. 2569) เวลา 11:00 น. ตามเวลาไทย (04:00 UTC) BitMEX หนึ่งในกระดานเทรด derivatives คริปโตที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ปิดให้บริการถาวรอย่างเป็นทางการ หลังดำเนินธุรกิจมา 11 ปีเต็ม นับตั้งแต่ก่อตั้งโดย Arthur Hayes, Ben Delo และ Samuel Reed เมื่อปี 2014 จังหวะเดียวกับที่ราคา Bitcoin กำลังพุ่งทดสอบ 87,000 ดอลลาร์ จากแรงซื้อ ETF ที่ทำสถิติใหม่ ทำให้การปิดตัวของ BitMEX กลายเป็นภาพตัดกันชัดเจน ระหว่างผู้บุกเบิกตลาด derivatives กับความคึกคักของตลาดที่มันมีส่วนสร้างไว้
1) BitMEX ปิดบริการเทรดถาวรเวลา 04:00 UTC วันที่ 23 ก.ย. 2569 ตามแผนที่ประกาศไว้ตั้งแต่ 23 ก.ค.
2) สาเหตุหลักคือหาผู้ซื้อกิจการไม่สำเร็จตลอด 2 ปี (ตั้งราคาไว้ราว 1,000 ล้านดอลลาร์) ขณะส่วนแบ่งตลาดร่วงเหลือต่ำกว่า 0.01%
3) ใครยังมีเงินค้างในระบบต้องรีบถอน ไม่งั้นโดนค่าธรรมเนียมรายเดือน และตั้งแต่ 28 ก.ย. จะถอนผ่าน API ไม่ได้อีกแล้ว
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้นตอนปิดตัว 04:00 UTC
BitMEX ไม่ได้ปิดตัวแบบฉับพลัน แต่ทยอย “ถอนปลั๊ก” ทีละส่วนตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ประกาศเมื่อ 23 กรกฎาคม เพื่อให้ผู้ใช้มีเวลาย้ายเงินออกอย่างเป็นระบบ ก่อนถึงเส้นตายจริงในวันนี้
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 23 ก.ค. 2569 | ประกาศแผนปิดตัว หยุดรับสมัครบัญชีใหม่ทันที |
| 26 ส.ค. 2569 | เริ่มจำกัดความเสี่ยง ห้ามเปิดโพซิชันใหม่ เปิดได้แค่ลดโพซิชันเดิม |
| 16 ก.ย. 2569 | เซตเทิลสัญญา futures หลักของ BTC/ETH (XBTU26, XBTZ26, XBTH27, ETHUSDU26) |
| 21 ก.ย. 2569 | คู่เทรด spot ที่เหลือทั้งหมดหยุดซื้อขาย |
| 22 ก.ย. 2569 04:00 UTC | ปิดบริการ Convert (แปลงเหรียญ) ทุกสกุลที่รองรับ |
| 23 ก.ย. 2569 04:00 UTC | ปิดกระดานถาวร บังคับปิดโพซิชันที่เหลือทั้งหมดด้วยราคาเซตเทิลของแต่ละสัญญา |
| 28 ก.ย. 2569 04:00 UTC | ปิดการถอนผ่าน API และช่องทางสถาบัน (Fireblocks, Copper) เหลือถอนผ่านเว็บไซต์เท่านั้น |
ทำไม BitMEX ถึงปิดตัว หลังคุมตลาดมา 11 ปี
BitMEX คือผู้คิดค้นสัญญา perpetual swap แบบ 100 เท่า (XBTUSD) ที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานของทั้งอุตสาหกรรมคริปโต ช่วงพีคปี 2018-2020 กระดานนี้เคยมีปริมาณเทรดต่อวันสูงถึง 3,000-5,000 ล้านดอลลาร์ และปริมาณเทรดรายปีทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงตลาดกระทิง แต่ตัวเลขล่าสุดกลับต่างกันคนละขั้ว
ตามข้อมูลที่ Reuters อ้างอิงจาก Kaiko ปริมาณเทรดรายวันของ BitMEX เหลือเพียงราว 400,000 ดอลลาร์ และส่วนแบ่งตลาดต่ำกว่า 0.01% ในวันที่ประกาศปิดตัว ขณะที่ปริมาณเทรด futures รายเดือนซึ่งเคยทะลุ 100,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 ร่วงเหลือ 25,000-30,000 ล้านดอลลาร์ในปลายปี 2024 เทียบกับคู่แข่งอย่าง Hyperliquid ที่ทำปริมาณเทรดกว่า 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025
ก่อนตัดสินใจปิดตัว BitMEX ใช้เวลาเกือบ 2 ปีเจรจาขายกิจการ โดยตั้งมูลค่าไว้ราว 1,000 ล้านดอลลาร์ มีทั้งกระดานคู่แข่งและบริษัทกระเป๋าเงิน Exodus เข้าร่วมพูดคุย แต่ดีลไม่จบ ส่วนหนึ่งเพราะผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 3 คนยังถือหุ้นใหญ่อยู่ แม้จะลาออกจากตำแหน่งบริหารไปแล้วตั้งแต่ปี 2020
เงินผู้ใช้ยังปลอดภัยไหม ต้องทำอะไรต่อ
BitMEX ยืนยันว่าสินทรัพย์ของบริษัทมากกว่าหนี้สินตามหน้า Proof of Reserves และไม่เคยสูญเสียเงินลูกค้าจากการถูกแฮ็กตลอด 11 ปีที่ผ่านมา แต่ผู้ที่ยังมีเงินค้างในระบบต้องเร่งถอนโดยเร็วที่สุด เพราะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทุกเดือนถ้าปล่อยทิ้งไว้
| กรณี | รายละเอียด |
|---|---|
| ค่าธรรมเนียมเงินค้าง (บัญชีผ่าน KYC) | คิดค่าไหนสูงกว่า ระหว่าง 1% ต่อปีของยอดคงเหลือ หรือ 50 ดอลลาร์ต่อเดือน — และอาจปรับขึ้นอีกถ้ายังไม่ถอน |
| ถอนผ่าน API | ปิดตั้งแต่ 28 ก.ย. 2569 04:00 UTC รวมช่องทางสถาบัน Fireblocks และ Copper |
| ถอน USDT/USDC/ETH | ตั้งแต่ 28 ก.ย. เหลือถอนได้เฉพาะผ่านเครือข่าย Ethereum เท่านั้น |
| บัญชีเก่าที่กลับมาถอน | อาจต้องอัปเดต KYC ใหม่ บางบัญชีต้องทำ test transaction และมีระยะเวลา cooldown ด้านความปลอดภัย |
มุมไทย: บทเรียนสำหรับนักลงทุนไทย
BitMEX ไม่เคยได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากสำนักงาน ก.ล.ต. ไทย นั่นหมายความว่านักลงทุนไทยที่เคยเปิดบัญชีเทรดกับ BitMEX ในอดีต (ส่วนใหญ่ผ่านช่องทางต่างประเทศ เพราะ BitMEX จำกัดผู้ใช้บางประเทศ) จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยหากเกิดปัญหา ต่างจากการเทรดผ่านกระดานที่ได้รับใบอนุญาตในประเทศ
เคสนี้เป็นอุทาหรณ์ซ้ำจากเหตุการณ์เว็บเทรดต่างชาติทยอยปิดตัวตลอดปีนี้ (Orionx, BitMart, Storj) บทเรียนสำคัญคือ อย่าฝากเงินก้อนใหญ่ไว้ในกระดานเดียวนานเกินจำเป็น โดยเฉพาะกระดานที่ไม่มีใบอนุญาตกำกับดูแลในประเทศที่เราอยู่ และควรกระจายไปยังกระดานที่มีใบอนุญาตถูกต้อง เช่น Binance TH ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ไทยโดยตรง เพื่อลดความเสี่ยงกรณีเว็บเทรดปิดตัวกะทันหันแบบนี้
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ใช่ บริษัทระบุชัดว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีความหรือกฎหมาย เป็นผลจาก “การทบทวนกลยุทธ์ธุรกิจ” หลังส่วนแบ่งตลาด derivatives ร่วงต่ำกว่า 0.01% และหาผู้ซื้อกิจการไม่ได้ในราคาที่ต้องการ
รีบถอนทันทีผ่านเว็บไซต์ เพราะตั้งแต่ 23 ก.ย. เป็นต้นไป บัญชีที่ผ่าน KYC และยังมีเงินค้างจะโดนค่าธรรมเนียมรายเดือน (1% ต่อปี หรือ 50 ดอลลาร์ แล้วแต่ค่าไหนสูงกว่า) และตั้งแต่ 28 ก.ย. การถอนผ่าน API จะถูกปิด
ปี 2568 บริษัทแม่ HDR Global ยอมรับผิดฐานละเมิด Bank Secrecy Act เสียค่าปรับ 100 ล้านดอลลาร์ ต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์อภัยโทษผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 3 คน ปัจจุบันยังมีคดีจากกองทุนล้มละลาย Celsius ฟ้องเรียกคืน Bitcoin กว่า 6,360 เหรียญ (ราว 495 ล้านดอลลาร์) จากเหตุการณ์ liquidation ปี 2020
ที่มา: BitMEX Official Blog, CoinPedia, crypto.news





















