TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1Bybit — เทรด Futures โบนัส $30,000
LIVE
SiamBitcoin Cap → ราคา 500 เหรียญ
Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตDeFiCronos ย้อนเชนกลับ 1 ชั่วโมง 54 นาที ดึงเงินคืน 111.2 ล้านดอลลาร์ — แต่ 9.19...

Cronos ย้อนเชนกลับ 1 ชั่วโมง 54 นาที ดึงเงินคืน 111.2 ล้านดอลลาร์ — แต่ 9.19 ล้านหลุดมือถาวร

MEXC — 2,600+ เหรียญBybit — เทรด Futures โบนัส $30,000

Cronos เปิดรายงานชันสูตรเหตุการณ์ Tectonic ถูกเจาะอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ตัวเลขจริงสูงกว่าที่เคยแถลงไว้เกือบเท่าตัว — ผู้โจมตีกู้เงินออกไปได้ 120.4 ล้านดอลลาร์ ทีมงานสั่งหยุดทั้งเชนแล้วย้อนบล็อกกลับไป 1 ชั่วโมง 54 นาที ดึงคืนมาได้ 111.2 ล้านดอลลาร์ แต่มีอีก 9.19 ล้านดอลลาร์ที่ออกจากเชนไปก่อนหยุดทัน และ Cronos ยอมรับตรง ๆ ว่า “อยู่นอกเหนือขอบเขตที่การกู้คืนจะเอื้อมถึง”

Bitcoin
ราคา Bitcoin (BTC) วันนี้ บิตคอยน์
฿2,583,654.46▼1.03%
ราคา Bitkub ฿2,586,812.65 (พรีเมียม +0.12%)
สูง/ต่ำ 24 ชม. ฿2,619,976.46 / ฿2,571,736.82
ดูกราฟและข้อมูลเต็ม →
ข้อมูลจาก SiamBitcoin Cap · อัปเดต 18:00

ไทม์ไลน์ 11 ชั่วโมงที่เชนหยุดเดิน

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในวันเดียวคือ 30 สิงหาคม 2569 รายงานของ Cronos ระบุนาทีต่อนาทีไว้ชัดเจน

เวลา (UTC) เหตุการณ์
12:49 น. ตรวจพบการโจมตี Tectonic ครั้งแรก
~13:00 น. ผู้โจมตีกวาดสภาพคล่องออกจาก 9 ตลาดกู้ยืมภายในราว 10 นาที
14:32:47 น. ผู้ตรวจสอบธุรกรรมสั่งหยุดเชนที่บล็อก 90,907,150
ระหว่างหยุด ย้อนกลับไปบล็อก 90,896,188 — ทิ้งประวัติ 10,961 บล็อก
23:49:01 น. เชนกลับมาผลิตบล็อกอีกครั้ง รวมหยุดไปราว 11 ชั่วโมง

จุดที่หลายคนมองข้ามคือช่วง “36 นาทีแรก” ระหว่างที่ตรวจพบการโจมตีจนถึงนาทีที่หยุดเชนได้จริง เงิน 9.19 ล้านดอลลาร์ถูกส่งข้ามสะพานออกไปนอกเชนในช่วงนี้เอง พอออกจาก Cronos ไปแล้ว การย้อนบล็อกก็ไม่มีผลกับมันอีกต่อไป

Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก
💡 นี่คือเหตุผลที่โปรโตคอลใหญ่ ๆ ลงทุนกับระบบเฝ้าระวังอัตโนมัติ — ในเหตุการณ์ระดับนี้ ทุก 1 นาทีที่ตัดสินใจช้าลง มีมูลค่าเป็นหลักแสนดอลลาร์

แฮ็กเกอร์ทำยังไง — วนลูป 98 รอบดันราคา TONIC 300 เท่า

วิธีการไม่ได้ซับซ้อนเชิงเทคนิค แต่อาศัยจุดอ่อนเดียวคือ Tectonic ใช้ราคาตลาดของ TONIC (โทเคนกำกับดูแลของตัวเอง) เป็นตัวตีมูลค่าหลักประกันโดยตรง

1

วางเงินตั้งต้น 5 ล้านดอลลาร์

ผู้โจมตีฝากทุนเริ่มต้นเข้าระบบก่อน เพื่อใช้เป็นแรงซื้อ TONIC

2

วนลูป 98 รอบ

ซื้อ TONIC → ฝากเป็นหลักประกัน → กู้ออกมา → เอาไปซื้อ TONIC ต่อ ทำซ้ำจนราคา TONIC พุ่งราว 300 เท่า

3

กวาด 9 ตลาดใน 11 ธุรกรรม

เมื่อหลักประกันบนกระดาษพองเกินจริง ก็กู้สเตเบิลคอยน์ บิตคอยน์ อีเธอร์ และเหรียญอื่นออกไปจนเกลี้ยง

📌 รูปแบบนี้เรียกว่า oracle manipulation — ไม่ได้เจาะรหัส ไม่ได้ขโมยกุญแจ แต่ “หลอกตัวป้อนราคา” ให้เชื่อว่าเหรียญกองหนึ่งมีค่ามากกว่าความจริง เป็นบทเรียนซ้ำ ๆ ของ DeFi ที่ยอมให้โทเคนของโปรเจกต์ตัวเองเป็นหลักประกันได้

ตัวเลขที่แก้ใหม่ จาก 75 ล้าน เป็น 120.4 ล้าน

ตอนเกิดเหตุใหม่ ๆ เมื่อ 31 สิงหาคม ตัวเลขความเสียหายที่สื่อรายงานกันอยู่ที่ราว 75 ล้านดอลลาร์ รายงานฉบับล่าสุดปรับขึ้นเป็น 120.4 ล้านดอลลาร์ พร้อมแยกยอดให้เห็นว่าอะไรกู้คืนได้และอะไรไม่ได้

รายการ มูลค่า สัดส่วน
ยอดกู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 120.4 ล้านดอลลาร์ 100%
ย้อนกลับคืนได้จากการ rollback 111.2 ล้านดอลลาร์ 92.4%
หลุดออกจากเชนไปแล้ว 9.19 ล้านดอลลาร์ 7.6%
ตามรอยเจอบนอีเธอเรียม 8.3 ล้านดอลลาร์

Cronos ระบุว่าการกระทบยอดกับเว็บเทรดและผู้ให้บริการสะพานข้ามเชนยังดำเนินอยู่ ยังไม่มีการเปิดเผยตัวตนผู้โจมตี และยังไม่ประกาศแผนชดเชยผู้เสียหายอย่างเป็นทางการ ด้านราคาเหรียญ CRO เคลื่อนไหวบวกราว 0.62% ในรอบ 24 ชั่วโมง ซื้อขายที่ราว 0.058 ดอลลาร์ ตามข้อมูลที่ The Block รายงาน

ย้อนเชนได้ แปลว่าเชนนี้ไม่กระจายศูนย์จริงไหม

คำถามที่ดังที่สุดในชุมชนหลังเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องหลักการ — ถ้าผู้ตรวจสอบธุรกรรมกลุ่มหนึ่งตกลงกันได้ว่าจะลบประวัติ 10,961 บล็อกทิ้ง แล้ว “ความไม่สามารถย้อนกลับได้” ที่บล็อกเชนโฆษณาไว้ยังจริงอยู่หรือเปล่า

✅ ฝ่ายที่เห็นด้วย

เงินผู้ฝาก 92.4% กลับคืนมาได้จริง ถ้าไม่หยุดและไม่ย้อน ผู้เสียหายคือรายย่อยที่ฝากเงินไว้ใน Tectonic เต็ม ๆ

💀 ฝ่ายที่ค้าน

เชนที่ย้อนอดีตได้ตามมติของคนไม่กี่กลุ่ม ก็ไม่ต่างจากฐานข้อมูลของบริษัท — และครั้งหน้าอาจถูกใช้ย้อนธุรกรรมที่ไม่ใช่การแฮ็กก็ได้

เคสนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์คริปโต อีเธอเรียมเคยทำแบบเดียวกันในเหตุการณ์ The DAO ปี 2559 จนเกิดการแยกสายเป็น Ethereum Classic มาแล้ว ต่างกันตรงที่ Cronos มีจำนวนผู้ตรวจสอบธุรกรรมน้อยกว่ามาก การประสานงานจึงทำได้เร็วกว่า — ซึ่งเป็นทั้งข้อดีและข้อสังเกตในเวลาเดียวกัน

มุมคนไทย — ใครเสี่ยงบ้าง

ชื่อ Cronos คุ้นหูคนไทยไม่น้อย เพราะเป็นบล็อกเชนในเครือ Crypto.com ซึ่งมีผู้ใช้งานชาวไทยจำนวนมากทั้งบนแอปเทรดและบัตรคริปโต ต้องแยกให้ชัดว่าเหตุการณ์นี้เกิดบน Tectonic ซึ่งเป็นโปรโตคอลกู้ยืมแบบ DeFi บนเชน Cronos ไม่ใช่กระเป๋าของเว็บเทรด Crypto.com โดยตรง คนที่ฝากเหรียญไว้ในแอปเฉย ๆ ไม่ได้ถูกกระทบจากช่องโหว่นี้

กลุ่มที่ต้องเช็คคือคนไทยที่เอาเหรียญไปฝากกินดอกเบี้ยหรือกู้ยืมบน Tectonic โดยตรง รวมถึงคนที่ถือ TONIC ซึ่งราคาถูกปั่นในเหตุการณ์ และคนที่ทำธุรกรรมใด ๆ บน Cronos ในช่วง 1 ชั่วโมง 54 นาทีที่ถูกลบทิ้ง เพราะธุรกรรมเหล่านั้นหายไปจากประวัติเชนทั้งหมด ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการแฮ็กหรือไม่

สิ่งที่ควรทำถ้าเคยใช้งาน Cronos ช่วงนั้น:

  • เปิดดูประวัติธุรกรรมบน explorer ของ Cronos ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม 2569 เทียบกับที่กระเป๋าตัวเองบันทึกไว้
  • ถ้าเคยโอนเข้า/ออกช่วงนั้นแล้วยอดไม่ตรง ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าพร้อมแนบ hash ธุรกรรม
  • เลี่ยงการใช้โทเคนกำกับดูแลของโปรโตคอลนั้น ๆ เป็นหลักประกันในการกู้ยืม — เป็นจุดอ่อนซ้ำซากของ DeFi
  • อย่าเชื่อบัญชีที่ทักมาอ้างว่าช่วย “กู้เงินคืน” ทุกกรณี — เป็นรูปแบบหลอกซ้ำที่มากับข่าวแฮ็กเสมอ

สรุป 3 บรรทัด

  • Cronos เปิดรายงานชันสูตร 8 ก.ย. 2569 ยอดเสียหายจริงจากเคส Tectonic คือ 120.4 ล้านดอลลาร์ ไม่ใช่ 75 ล้านอย่างที่เคยรายงาน
  • การหยุดเชนแล้วย้อนกลับ 10,961 บล็อก (1 ชั่วโมง 54 นาที) ดึงเงินคืนได้ 111.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 92.4% ของยอดทั้งหมด
  • อีก 9.19 ล้านดอลลาร์หลุดออกนอกเชนไปก่อนหยุดทัน ตามรอยเจอบนอีเธอเรียม 8.3 ล้าน ยังไม่มีแผนชดเชยและยังไม่รู้ตัวผู้โจมตี

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: เงินในแอป Crypto.com ของผมปลอดภัยไหม
ตอบ: เหตุการณ์นี้เกิดบน Tectonic ซึ่งเป็นโปรโตคอล DeFi บนเชน Cronos ไม่ใช่ระบบเก็บรักษาเหรียญของเว็บเทรด ผู้ใช้ที่ฝากเหรียญไว้ในแอปไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ถูกกระทบตามรายงานฉบับนี้

ถาม: ทำไมย้อนคืนได้แค่ 92.4% ไม่ใช่ทั้งหมด
ตอบ: การย้อนบล็อกมีผลเฉพาะกับสิ่งที่ยังอยู่บนเชน Cronos เท่านั้น เงิน 9.19 ล้านดอลลาร์ถูกส่งข้ามสะพานออกไปเชนอื่นก่อนที่เชนจะหยุด จึงอยู่นอกเหนือการควบคุม

ถาม: ผู้เสียหายจะได้เงินคืนเมื่อไหร่
ตอบ: ณ วันที่รายงานเผยแพร่ Cronos ยังไม่ประกาศแผนชดเชยอย่างเป็นทางการ ระบุเพียงว่าการกระทบยอดกับเว็บเทรดและสะพานข้ามเชนยังดำเนินอยู่

ถาม: การย้อนเชนแบบนี้ทำได้บ่อยไหม
ตอบ: ไม่บ่อย และเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมากในวงการ กรณีดังที่สุดคือ The DAO บนอีเธอเรียมปี 2559 ซึ่งจบด้วยการแยกสายเป็น Ethereum Classic

แหล่งข่าว

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข่าวและความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1P2PB2B — Exchange เหรียญใหม่
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1