Cronos เปิดรายงานชันสูตรเหตุการณ์ Tectonic ถูกเจาะอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ตัวเลขจริงสูงกว่าที่เคยแถลงไว้เกือบเท่าตัว — ผู้โจมตีกู้เงินออกไปได้ 120.4 ล้านดอลลาร์ ทีมงานสั่งหยุดทั้งเชนแล้วย้อนบล็อกกลับไป 1 ชั่วโมง 54 นาที ดึงคืนมาได้ 111.2 ล้านดอลลาร์ แต่มีอีก 9.19 ล้านดอลลาร์ที่ออกจากเชนไปก่อนหยุดทัน และ Cronos ยอมรับตรง ๆ ว่า “อยู่นอกเหนือขอบเขตที่การกู้คืนจะเอื้อมถึง”
📑 สารบัญ
ไทม์ไลน์ 11 ชั่วโมงที่เชนหยุดเดิน
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในวันเดียวคือ 30 สิงหาคม 2569 รายงานของ Cronos ระบุนาทีต่อนาทีไว้ชัดเจน
| เวลา (UTC) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 12:49 น. | ตรวจพบการโจมตี Tectonic ครั้งแรก |
| ~13:00 น. | ผู้โจมตีกวาดสภาพคล่องออกจาก 9 ตลาดกู้ยืมภายในราว 10 นาที |
| 14:32:47 น. | ผู้ตรวจสอบธุรกรรมสั่งหยุดเชนที่บล็อก 90,907,150 |
| ระหว่างหยุด | ย้อนกลับไปบล็อก 90,896,188 — ทิ้งประวัติ 10,961 บล็อก |
| 23:49:01 น. | เชนกลับมาผลิตบล็อกอีกครั้ง รวมหยุดไปราว 11 ชั่วโมง |
จุดที่หลายคนมองข้ามคือช่วง “36 นาทีแรก” ระหว่างที่ตรวจพบการโจมตีจนถึงนาทีที่หยุดเชนได้จริง เงิน 9.19 ล้านดอลลาร์ถูกส่งข้ามสะพานออกไปนอกเชนในช่วงนี้เอง พอออกจาก Cronos ไปแล้ว การย้อนบล็อกก็ไม่มีผลกับมันอีกต่อไป
แฮ็กเกอร์ทำยังไง — วนลูป 98 รอบดันราคา TONIC 300 เท่า
วิธีการไม่ได้ซับซ้อนเชิงเทคนิค แต่อาศัยจุดอ่อนเดียวคือ Tectonic ใช้ราคาตลาดของ TONIC (โทเคนกำกับดูแลของตัวเอง) เป็นตัวตีมูลค่าหลักประกันโดยตรง
วางเงินตั้งต้น 5 ล้านดอลลาร์
ผู้โจมตีฝากทุนเริ่มต้นเข้าระบบก่อน เพื่อใช้เป็นแรงซื้อ TONIC
วนลูป 98 รอบ
ซื้อ TONIC → ฝากเป็นหลักประกัน → กู้ออกมา → เอาไปซื้อ TONIC ต่อ ทำซ้ำจนราคา TONIC พุ่งราว 300 เท่า
กวาด 9 ตลาดใน 11 ธุรกรรม
เมื่อหลักประกันบนกระดาษพองเกินจริง ก็กู้สเตเบิลคอยน์ บิตคอยน์ อีเธอร์ และเหรียญอื่นออกไปจนเกลี้ยง
ตัวเลขที่แก้ใหม่ จาก 75 ล้าน เป็น 120.4 ล้าน
ตอนเกิดเหตุใหม่ ๆ เมื่อ 31 สิงหาคม ตัวเลขความเสียหายที่สื่อรายงานกันอยู่ที่ราว 75 ล้านดอลลาร์ รายงานฉบับล่าสุดปรับขึ้นเป็น 120.4 ล้านดอลลาร์ พร้อมแยกยอดให้เห็นว่าอะไรกู้คืนได้และอะไรไม่ได้
| รายการ | มูลค่า | สัดส่วน |
|---|---|---|
| ยอดกู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด | 120.4 ล้านดอลลาร์ | 100% |
| ย้อนกลับคืนได้จากการ rollback | 111.2 ล้านดอลลาร์ | 92.4% |
| หลุดออกจากเชนไปแล้ว | 9.19 ล้านดอลลาร์ | 7.6% |
| ตามรอยเจอบนอีเธอเรียม | 8.3 ล้านดอลลาร์ | — |
Cronos ระบุว่าการกระทบยอดกับเว็บเทรดและผู้ให้บริการสะพานข้ามเชนยังดำเนินอยู่ ยังไม่มีการเปิดเผยตัวตนผู้โจมตี และยังไม่ประกาศแผนชดเชยผู้เสียหายอย่างเป็นทางการ ด้านราคาเหรียญ CRO เคลื่อนไหวบวกราว 0.62% ในรอบ 24 ชั่วโมง ซื้อขายที่ราว 0.058 ดอลลาร์ ตามข้อมูลที่ The Block รายงาน
ย้อนเชนได้ แปลว่าเชนนี้ไม่กระจายศูนย์จริงไหม
คำถามที่ดังที่สุดในชุมชนหลังเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องหลักการ — ถ้าผู้ตรวจสอบธุรกรรมกลุ่มหนึ่งตกลงกันได้ว่าจะลบประวัติ 10,961 บล็อกทิ้ง แล้ว “ความไม่สามารถย้อนกลับได้” ที่บล็อกเชนโฆษณาไว้ยังจริงอยู่หรือเปล่า
✅ ฝ่ายที่เห็นด้วย
เงินผู้ฝาก 92.4% กลับคืนมาได้จริง ถ้าไม่หยุดและไม่ย้อน ผู้เสียหายคือรายย่อยที่ฝากเงินไว้ใน Tectonic เต็ม ๆ
💀 ฝ่ายที่ค้าน
เชนที่ย้อนอดีตได้ตามมติของคนไม่กี่กลุ่ม ก็ไม่ต่างจากฐานข้อมูลของบริษัท — และครั้งหน้าอาจถูกใช้ย้อนธุรกรรมที่ไม่ใช่การแฮ็กก็ได้
เคสนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์คริปโต อีเธอเรียมเคยทำแบบเดียวกันในเหตุการณ์ The DAO ปี 2559 จนเกิดการแยกสายเป็น Ethereum Classic มาแล้ว ต่างกันตรงที่ Cronos มีจำนวนผู้ตรวจสอบธุรกรรมน้อยกว่ามาก การประสานงานจึงทำได้เร็วกว่า — ซึ่งเป็นทั้งข้อดีและข้อสังเกตในเวลาเดียวกัน
มุมคนไทย — ใครเสี่ยงบ้าง
ชื่อ Cronos คุ้นหูคนไทยไม่น้อย เพราะเป็นบล็อกเชนในเครือ Crypto.com ซึ่งมีผู้ใช้งานชาวไทยจำนวนมากทั้งบนแอปเทรดและบัตรคริปโต ต้องแยกให้ชัดว่าเหตุการณ์นี้เกิดบน Tectonic ซึ่งเป็นโปรโตคอลกู้ยืมแบบ DeFi บนเชน Cronos ไม่ใช่กระเป๋าของเว็บเทรด Crypto.com โดยตรง คนที่ฝากเหรียญไว้ในแอปเฉย ๆ ไม่ได้ถูกกระทบจากช่องโหว่นี้
กลุ่มที่ต้องเช็คคือคนไทยที่เอาเหรียญไปฝากกินดอกเบี้ยหรือกู้ยืมบน Tectonic โดยตรง รวมถึงคนที่ถือ TONIC ซึ่งราคาถูกปั่นในเหตุการณ์ และคนที่ทำธุรกรรมใด ๆ บน Cronos ในช่วง 1 ชั่วโมง 54 นาทีที่ถูกลบทิ้ง เพราะธุรกรรมเหล่านั้นหายไปจากประวัติเชนทั้งหมด ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการแฮ็กหรือไม่
- เปิดดูประวัติธุรกรรมบน explorer ของ Cronos ในช่วงวันที่ 30 สิงหาคม 2569 เทียบกับที่กระเป๋าตัวเองบันทึกไว้
- ถ้าเคยโอนเข้า/ออกช่วงนั้นแล้วยอดไม่ตรง ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าพร้อมแนบ hash ธุรกรรม
- เลี่ยงการใช้โทเคนกำกับดูแลของโปรโตคอลนั้น ๆ เป็นหลักประกันในการกู้ยืม — เป็นจุดอ่อนซ้ำซากของ DeFi
- อย่าเชื่อบัญชีที่ทักมาอ้างว่าช่วย “กู้เงินคืน” ทุกกรณี — เป็นรูปแบบหลอกซ้ำที่มากับข่าวแฮ็กเสมอ
สรุป 3 บรรทัด
- Cronos เปิดรายงานชันสูตร 8 ก.ย. 2569 ยอดเสียหายจริงจากเคส Tectonic คือ 120.4 ล้านดอลลาร์ ไม่ใช่ 75 ล้านอย่างที่เคยรายงาน
- การหยุดเชนแล้วย้อนกลับ 10,961 บล็อก (1 ชั่วโมง 54 นาที) ดึงเงินคืนได้ 111.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 92.4% ของยอดทั้งหมด
- อีก 9.19 ล้านดอลลาร์หลุดออกนอกเชนไปก่อนหยุดทัน ตามรอยเจอบนอีเธอเรียม 8.3 ล้าน ยังไม่มีแผนชดเชยและยังไม่รู้ตัวผู้โจมตี
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: เงินในแอป Crypto.com ของผมปลอดภัยไหม
ตอบ: เหตุการณ์นี้เกิดบน Tectonic ซึ่งเป็นโปรโตคอล DeFi บนเชน Cronos ไม่ใช่ระบบเก็บรักษาเหรียญของเว็บเทรด ผู้ใช้ที่ฝากเหรียญไว้ในแอปไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ถูกกระทบตามรายงานฉบับนี้
ถาม: ทำไมย้อนคืนได้แค่ 92.4% ไม่ใช่ทั้งหมด
ตอบ: การย้อนบล็อกมีผลเฉพาะกับสิ่งที่ยังอยู่บนเชน Cronos เท่านั้น เงิน 9.19 ล้านดอลลาร์ถูกส่งข้ามสะพานออกไปเชนอื่นก่อนที่เชนจะหยุด จึงอยู่นอกเหนือการควบคุม
ถาม: ผู้เสียหายจะได้เงินคืนเมื่อไหร่
ตอบ: ณ วันที่รายงานเผยแพร่ Cronos ยังไม่ประกาศแผนชดเชยอย่างเป็นทางการ ระบุเพียงว่าการกระทบยอดกับเว็บเทรดและสะพานข้ามเชนยังดำเนินอยู่
ถาม: การย้อนเชนแบบนี้ทำได้บ่อยไหม
ตอบ: ไม่บ่อย และเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมากในวงการ กรณีดังที่สุดคือ The DAO บนอีเธอเรียมปี 2559 ซึ่งจบด้วยการแยกสายเป็น Ethereum Classic
แหล่งข่าว
- The Block — Cronos says $9.2 million remains unrecovered after Tectonic exploit, chain rollback (8 ก.ย. 2569)
- Cointelegraph — Cronos confirms $9.2M slipped away before Tectonic exploit rollback (8 ก.ย. 2569)




















