Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันเสาร์, กันยายน 5, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าว BitcoinG7 เตือนภัยควอนตัมถึงเวลาลงมือ — บิตคอยน์ 6-7 ล้านเหรียญนั่งบนกุญแจที่เปิดเผยแล้ว

G7 เตือนภัยควอนตัมถึงเวลาลงมือ — บิตคอยน์ 6-7 ล้านเหรียญนั่งบนกุญแจที่เปิดเผยแล้ว

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร

กลุ่มประเทศ G7 ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้ทุกองค์กรเริ่มย้ายไปใช้การเข้ารหัสแบบต้านควอนตัม “ตั้งแต่ตอนนี้” โดยระบุชัดว่าภัยจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมไม่ใช่เรื่องของอนาคตอันไกลอีกต่อไป แต่เป็นภัยระยะใกล้ที่รอไม่ได้ ประเด็นนี้กระทบตรงถึงบิตคอยน์ เพราะลายเซ็นดิจิทัลที่ค้ำระบบทั้งหมดอยู่บนคณิตศาสตร์ชุดเดียวกับที่ G7 บอกว่ากำลังจะแตก

G7 พูดว่าอะไร และใครเป็นคนออก

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 คณะทำงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ของ G7 (G7 Cyber Security Working Group) ออกเอกสารเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์กรทั่วโลกเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่การเข้ารหัสแบบต้านควอนตัม หรือ Post-Quantum Cryptography (PQC) โดยมี ANSSI หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติของฝรั่งเศสเป็นประธานคณะทำงาน ตามวาระที่ฝรั่งเศสเป็นประธาน G7 ปี 2026 (รายงานโดย Infosecurity Magazine)

แถลงการณ์ฉบับนี้ลงนามโดยหน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของชาติสมาชิก G7 ครบทุกประเทศ ได้แก่ CISA (สหรัฐฯ), NCSC (สหราชอาณาจักร), ANSSI (ฝรั่งเศส), BSI (เยอรมนี), CSE (แคนาดา), ACN (อิตาลี) และหน่วยงานของญี่ปุ่น พร้อมได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการยุโรปและ ENISA

Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก

ใจความสำคัญที่ G7 เขียนไว้คือ “แม้ไทม์ไลน์ที่แน่นอนจะยังไม่ชัดเจน แต่ความก้าวหน้าหลายอย่างในระยะหลังบ่งชี้ว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถเจาะกลไกการเข้ารหัสกุญแจสาธารณะที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย กำลังจะเกิดขึ้นและจะคุกคามความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล”

ที่เปลี่ยนไปจากคำเตือนรอบก่อนๆ คือ “น้ำเสียง” — G7 ขอให้ทุกฝ่ายเลิกมองควอนตัมเป็นปัญหาของอนาคตอันไกล แล้วจัดใหม่เป็นภัยระยะใกล้ที่ต้องลงมือทันทีในทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ พร้อมย้ำว่าองค์กร “ไม่มีทางเลือกที่จะผัดวันประกันพรุ่งได้อีกแล้ว”

เส้นตายที่ถูกอ้างถึง ผู้กำหนด สาระ
ปี 2027 ANSSI (ฝรั่งเศส) เลิกรับรองผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการเข้ารหัสแบบต้านควอนตัม
ปี 2030 ANSSI (ฝรั่งเศส) PQC เป็นข้อบังคับสำหรับการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยบางประเภท
ปี 2035 NCSC (สหราชอาณาจักร) องค์กรควรย้ายไปใช้การเข้ารหัสต้านควอนตัมให้เสร็จสมบูรณ์
📌 ข้อเสนอหลัก 5 ด้านของ G7: สร้างความตระหนักรู้ · จัดทำยุทธศาสตร์ PQC ระดับชาติ · เร่งงานวิจัยและพัฒนา · ผลักดันความร่วมมือรัฐ-เอกชน · ผนวกข้อกำหนดด้านไซเบอร์เข้าไปในกระบวนการจัดซื้อปกติ เพื่อให้ต้นทุนการเปลี่ยนผ่านต่ำที่สุด

“เก็บวันนี้ ถอดรหัสวันหน้า” คือหัวใจของปัญหา

เหตุผลที่ G7 บอกว่ารอไม่ได้ ไม่ใช่เพราะคอมพิวเตอร์ควอนตัมพร้อมใช้งานแล้ววันนี้ แต่เป็นเพราะกลไกที่เรียกว่า Harvest Now, Decrypt Later หรือ “เก็บวันนี้ ถอดรหัสวันหน้า”

หลักการง่ายมาก ผู้โจมตีไม่จำเป็นต้องถอดรหัสได้ตอนนี้ แค่ดักเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ก่อน แล้วรอวันที่มีเครื่องแรงพอค่อยถอด ข้อมูลที่มีอายุความลับยาว เช่น เวชระเบียน สัญญาทางธุรกิจ ข้อมูลราชการ หรือกุญแจที่ยังใช้งานอยู่ จึงถือว่า “โดนไปแล้ว” ตั้งแต่วันที่ถูกดักเก็บ ไม่ใช่วันที่ถูกถอด

💡 แปลว่าการรอให้ควอนตัมมาถึงก่อนค่อยเปลี่ยน ไม่ใช่แค่ช้า แต่ “สายไปแล้ว” สำหรับข้อมูลทุกชุดที่เคยวิ่งผ่านสายในวันนี้

บิตคอยน์เสี่ยงตรงไหน — และเสี่ยงแค่ไหน

บิตคอยน์ไม่ได้ใช้การเข้ารหัสเพื่อ “ซ่อน” ข้อมูล เพราะทุกธุรกรรมเปิดเผยอยู่แล้ว สิ่งที่บิตคอยน์ใช้คือ ลายเซ็นดิจิทัลบนเส้นโค้งวงรี (ECDSA/Schnorr บน secp256k1) ซึ่งเป็นการเข้ารหัสกุญแจสาธารณะประเภทเดียวกับที่ G7 เตือนพอดี

ความเสี่ยงจึงต่างจากธนาคาร ไม่ใช่ “ข้อมูลรั่ว” แต่คือ คนอื่นคำนวณกุญแจส่วนตัวของคุณย้อนกลับจากกุญแจสาธารณะได้ ด้วยอัลกอริทึม Shor แล้วเซ็นโอนเหรียญออกไปโดยที่เครือข่ายมองว่าเป็นธุรกรรมถูกต้องทุกประการ

จุดสำคัญที่คนมักเข้าใจผิด คือกุญแจสาธารณะของคุณจะไม่ปรากฏบนเชนจนกว่าคุณจะ “ใช้จ่าย” ออกจากที่อยู่นั้น ที่อยู่ที่ยังไม่เคยส่งออกเลยจะเห็นแค่ค่าแฮช ซึ่งปลอดภัยกว่ามาก แต่การประเมินในวงการชี้ว่ามีบิตคอยน์ราว 6-7 ล้าน BTC หรือประมาณ 25-33% ของอุปทานหมุนเวียน นั่งอยู่ในที่อยู่ที่กุญแจสาธารณะถูกเปิดเผยบนเชนไปแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเหรียญยุคแรกและที่อยู่ที่ถูกใช้ซ้ำ

สิ่งที่ทำได้ตอนนี้โดยไม่ต้องรอโปรโตคอล:

  • เลิกใช้ที่อยู่ซ้ำ — รับเงินครั้งใหม่ให้ใช้ที่อยู่ใหม่ทุกครั้ง (กระเป๋าสมัยใหม่ทำให้อัตโนมัติอยู่แล้ว)
  • ถ้าเคยส่งออกจากที่อยู่ไหนแล้ว อย่าเก็บยอดใหญ่ค้างไว้ที่อยู่เดิม
  • อัปเดตเฟิร์มแวร์กระเป๋าฮาร์ดแวร์ตามรอบ เพราะการรองรับ PQC จะมาทางนี้ก่อน
  • อย่าเพิ่งตื่นตระหนกย้ายเหรียญมั่ว — ความเสี่ยงที่จะโอนผิดหรือโดนหลอกในวันนี้ สูงกว่าความเสี่ยงควอนตัมในวันนี้มาก

นักพัฒนาแต่ละเชนแก้กันถึงไหนแล้ว

ข่าวดีคือฝั่งคริปโตไม่ได้นิ่งเฉย แต่ละเชนมีโจทย์และความคืบหน้าต่างกัน (รายงานโดย Decrypt)

เชน แนวทาง อุปสรรคหลัก
Bitcoin BIP-360 เพิ่มเอาต์พุตแบบใหม่ที่ไม่เปิดเผยกุญแจสาธารณะบนเชน (เดิมชื่อ P2QRH ต่อมาเป็น Pay-to-Merkle-Root) ถูกรวมเข้าคลัง BIP ทางการเมื่อ ก.พ. 2026 ต้องการฉันทามติทั่วเครือข่าย ธรรมชาติการกำกับดูแลของบิตคอยน์ทำให้ช้าที่สุดในสามเชน
Ethereum วางแผนเปลี่ยนองค์ประกอบเชิงรหัสวิทยา นักวิจัยเสนอให้สร้างสัญญาฝากเงิน (deposit contract) ใหม่เพื่อรองรับกุญแจขนาดใหญ่ที่ระบบ PQC ต้องการ กุญแจ PQC ใหญ่กว่าเดิมมาก กระทบขนาดข้อมูลและค่าธรรมเนียมทั้งระบบ
Solana ใช้ลายเซ็น EdDSA ซึ่งอาจย้ายได้ง่ายกว่า มูลนิธิ Solana ทดสอบลายเซ็นต้านควอนตัมบนเทสต์เน็ตแล้ว และเปิดตัวห้องนิรภัยแบบใช้แฮชเป็นทางเลือกให้ผู้ถือเหรียญ เป็นระบบทางเลือก ผู้ใช้ต้องเลือกเปิดใช้เอง ไม่ได้บังคับทั้งเครือข่าย

ที่ควรเน้นคือ BIP-360 “ถูกรวมเข้าคลังเอกสาร” ไม่เท่ากับ “บิตคอยน์ต้านควอนตัมแล้ว” การนำไปใช้จริงยังจำกัดมาก และยังต้องผ่านกระบวนการฉันทามติที่ใช้เวลาเป็นปี ซึ่งตรงกับที่ G7 พยายามจะสื่อ ว่าการเปลี่ยนผ่านต้องเริ่มก่อนภัยมาถึง ไม่ใช่หลังจากนั้น

มุมมองสำหรับคนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่ต้องเทขายหรือย้ายเหรียญวันนี้ แต่มีสองอย่างที่ควรเก็บไว้ในใจ หนึ่งคือถ้าคุณถือบิตคอยน์ยาวข้าม 10 ปีขึ้นไป การเปลี่ยนผ่าน PQC จะเป็นเหตุการณ์ที่คุณต้องลงมือเองในสักวัน เหมือนตอนที่คนต้องย้ายจากที่อยู่แบบเก่ามาเป็น SegWit และคนที่ไม่ย้ายคือคนที่เสี่ยงที่สุด

สองคือฝั่งสถาบันการเงินไทยและหน่วยงานกำกับมักเดินตามมาตรฐานสากลอย่าง NIST และแนวทางของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เมื่อ G7 ขยับพร้อมกันทั้งกลุ่มและตั้งเส้นตายจริงตั้งแต่ปี 2027-2035 มีโอกาสสูงที่ข้อกำหนด PQC จะทยอยไหลเข้ามาในข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยตามลำดับ ซึ่งหมายถึงต้นทุนระบบที่เพิ่มขึ้นของเว็บเทรดและผู้ให้บริการรับฝากทรัพย์สินในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

สรุป 3 บรรทัด

1

G7 เปลี่ยนสถานะควอนตัมเป็นภัยระยะใกล้

แถลงการณ์ร่วม 3 ก.ย. 2026 นำโดย ANSSI ฝรั่งเศส ลงนามครบทุกชาติสมาชิก บอกว่าองค์กรผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้อีกแล้ว พร้อมเส้นตายจริงตั้งแต่ปี 2027

2

บิตคอยน์เสี่ยงที่ “ลายเซ็น” ไม่ใช่ที่ความลับ

ประมาณ 6-7 ล้าน BTC หรือ 25-33% ของอุปทานหมุนเวียน อยู่ในที่อยู่ที่กุญแจสาธารณะถูกเปิดเผยบนเชนแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด

3

ทางแก้มีแล้ว แต่ยังไม่ถูกใช้จริง

BIP-360 เข้าคลัง BIP ทางการตั้งแต่ ก.พ. 2026 Ethereum และ Solana ก็เริ่มทดสอบ แต่ทั้งหมดยังอยู่ขั้นต้น และบิตคอยน์ติดปัญหาฉันทามติที่ใช้เวลานานที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะแฮกบิตคอยน์ได้เมื่อไหร่
ตอบ: ไม่มีใครระบุปีได้ และ G7 เองก็เขียนว่า “ไทม์ไลน์ที่แน่นอนยังไม่ชัดเจน” สิ่งที่ G7 ยืนยันคือความก้าวหน้าล่าสุดทำให้ต้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่รอวันนั้นมาถึง

ถาม: ต้องรีบย้ายบิตคอยน์ออกจากกระเป๋าตอนนี้ไหม
ตอบ: ไม่ต้อง สิ่งที่ควรทำคือเลิกใช้ที่อยู่ซ้ำและอัปเดตเฟิร์มแวร์กระเป๋าตามรอบ ความเสี่ยงที่จะโอนผิดหรือโดนหลอกจากการรีบย้ายวันนี้ สูงกว่าความเสี่ยงควอนตัมมาก

ถาม: ที่อยู่แบบไหนปลอดภัยกว่า
ตอบ: ที่อยู่ที่ยังไม่เคยส่งเงินออกเลย เพราะบนเชนจะเห็นเพียงค่าแฮช ไม่เห็นกุญแจสาธารณะ ส่วนที่อยู่ที่เคยใช้จ่ายแล้วจะเปิดเผยกุญแจสาธารณะถาวร

ถาม: BIP-360 คืออะไร
ตอบ: ข้อเสนอเพิ่มเอาต์พุตรูปแบบใหม่ให้บิตคอยน์ที่ไม่เปิดเผยกุญแจสาธารณะบนเชน ถูกรวมเข้าคลัง BIP ทางการเมื่อ ก.พ. 2026 แต่การนำไปใช้จริงยังต้องผ่านฉันทามติของเครือข่ายอีกยาว

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข่าวและความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
P2PB2B — Exchange เหรียญใหม่
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

Binance — Exchange อันดับ 1 ของโลก
×P2PB2B — Exchange เหรียญใหม่