กลุ่มประเทศ G7 ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้องให้ทุกองค์กรเริ่มย้ายไปใช้การเข้ารหัสแบบต้านควอนตัม “ตั้งแต่ตอนนี้” โดยระบุชัดว่าภัยจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมไม่ใช่เรื่องของอนาคตอันไกลอีกต่อไป แต่เป็นภัยระยะใกล้ที่รอไม่ได้ ประเด็นนี้กระทบตรงถึงบิตคอยน์ เพราะลายเซ็นดิจิทัลที่ค้ำระบบทั้งหมดอยู่บนคณิตศาสตร์ชุดเดียวกับที่ G7 บอกว่ากำลังจะแตก
📑 สารบัญ
G7 พูดว่าอะไร และใครเป็นคนออก
เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 คณะทำงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ของ G7 (G7 Cyber Security Working Group) ออกเอกสารเรียกร้องให้รัฐบาลและองค์กรทั่วโลกเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่การเข้ารหัสแบบต้านควอนตัม หรือ Post-Quantum Cryptography (PQC) โดยมี ANSSI หน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติของฝรั่งเศสเป็นประธานคณะทำงาน ตามวาระที่ฝรั่งเศสเป็นประธาน G7 ปี 2026 (รายงานโดย Infosecurity Magazine)
แถลงการณ์ฉบับนี้ลงนามโดยหน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของชาติสมาชิก G7 ครบทุกประเทศ ได้แก่ CISA (สหรัฐฯ), NCSC (สหราชอาณาจักร), ANSSI (ฝรั่งเศส), BSI (เยอรมนี), CSE (แคนาดา), ACN (อิตาลี) และหน่วยงานของญี่ปุ่น พร้อมได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการยุโรปและ ENISA
ใจความสำคัญที่ G7 เขียนไว้คือ “แม้ไทม์ไลน์ที่แน่นอนจะยังไม่ชัดเจน แต่ความก้าวหน้าหลายอย่างในระยะหลังบ่งชี้ว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถเจาะกลไกการเข้ารหัสกุญแจสาธารณะที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย กำลังจะเกิดขึ้นและจะคุกคามความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล”
ที่เปลี่ยนไปจากคำเตือนรอบก่อนๆ คือ “น้ำเสียง” — G7 ขอให้ทุกฝ่ายเลิกมองควอนตัมเป็นปัญหาของอนาคตอันไกล แล้วจัดใหม่เป็นภัยระยะใกล้ที่ต้องลงมือทันทีในทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ พร้อมย้ำว่าองค์กร “ไม่มีทางเลือกที่จะผัดวันประกันพรุ่งได้อีกแล้ว”
| เส้นตายที่ถูกอ้างถึง | ผู้กำหนด | สาระ |
|---|---|---|
| ปี 2027 | ANSSI (ฝรั่งเศส) | เลิกรับรองผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการเข้ารหัสแบบต้านควอนตัม |
| ปี 2030 | ANSSI (ฝรั่งเศส) | PQC เป็นข้อบังคับสำหรับการจัดซื้อผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยบางประเภท |
| ปี 2035 | NCSC (สหราชอาณาจักร) | องค์กรควรย้ายไปใช้การเข้ารหัสต้านควอนตัมให้เสร็จสมบูรณ์ |
“เก็บวันนี้ ถอดรหัสวันหน้า” คือหัวใจของปัญหา
เหตุผลที่ G7 บอกว่ารอไม่ได้ ไม่ใช่เพราะคอมพิวเตอร์ควอนตัมพร้อมใช้งานแล้ววันนี้ แต่เป็นเพราะกลไกที่เรียกว่า Harvest Now, Decrypt Later หรือ “เก็บวันนี้ ถอดรหัสวันหน้า”
หลักการง่ายมาก ผู้โจมตีไม่จำเป็นต้องถอดรหัสได้ตอนนี้ แค่ดักเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ก่อน แล้วรอวันที่มีเครื่องแรงพอค่อยถอด ข้อมูลที่มีอายุความลับยาว เช่น เวชระเบียน สัญญาทางธุรกิจ ข้อมูลราชการ หรือกุญแจที่ยังใช้งานอยู่ จึงถือว่า “โดนไปแล้ว” ตั้งแต่วันที่ถูกดักเก็บ ไม่ใช่วันที่ถูกถอด
บิตคอยน์เสี่ยงตรงไหน — และเสี่ยงแค่ไหน
บิตคอยน์ไม่ได้ใช้การเข้ารหัสเพื่อ “ซ่อน” ข้อมูล เพราะทุกธุรกรรมเปิดเผยอยู่แล้ว สิ่งที่บิตคอยน์ใช้คือ ลายเซ็นดิจิทัลบนเส้นโค้งวงรี (ECDSA/Schnorr บน secp256k1) ซึ่งเป็นการเข้ารหัสกุญแจสาธารณะประเภทเดียวกับที่ G7 เตือนพอดี
ความเสี่ยงจึงต่างจากธนาคาร ไม่ใช่ “ข้อมูลรั่ว” แต่คือ คนอื่นคำนวณกุญแจส่วนตัวของคุณย้อนกลับจากกุญแจสาธารณะได้ ด้วยอัลกอริทึม Shor แล้วเซ็นโอนเหรียญออกไปโดยที่เครือข่ายมองว่าเป็นธุรกรรมถูกต้องทุกประการ
จุดสำคัญที่คนมักเข้าใจผิด คือกุญแจสาธารณะของคุณจะไม่ปรากฏบนเชนจนกว่าคุณจะ “ใช้จ่าย” ออกจากที่อยู่นั้น ที่อยู่ที่ยังไม่เคยส่งออกเลยจะเห็นแค่ค่าแฮช ซึ่งปลอดภัยกว่ามาก แต่การประเมินในวงการชี้ว่ามีบิตคอยน์ราว 6-7 ล้าน BTC หรือประมาณ 25-33% ของอุปทานหมุนเวียน นั่งอยู่ในที่อยู่ที่กุญแจสาธารณะถูกเปิดเผยบนเชนไปแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเหรียญยุคแรกและที่อยู่ที่ถูกใช้ซ้ำ
- เลิกใช้ที่อยู่ซ้ำ — รับเงินครั้งใหม่ให้ใช้ที่อยู่ใหม่ทุกครั้ง (กระเป๋าสมัยใหม่ทำให้อัตโนมัติอยู่แล้ว)
- ถ้าเคยส่งออกจากที่อยู่ไหนแล้ว อย่าเก็บยอดใหญ่ค้างไว้ที่อยู่เดิม
- อัปเดตเฟิร์มแวร์กระเป๋าฮาร์ดแวร์ตามรอบ เพราะการรองรับ PQC จะมาทางนี้ก่อน
- อย่าเพิ่งตื่นตระหนกย้ายเหรียญมั่ว — ความเสี่ยงที่จะโอนผิดหรือโดนหลอกในวันนี้ สูงกว่าความเสี่ยงควอนตัมในวันนี้มาก
นักพัฒนาแต่ละเชนแก้กันถึงไหนแล้ว
ข่าวดีคือฝั่งคริปโตไม่ได้นิ่งเฉย แต่ละเชนมีโจทย์และความคืบหน้าต่างกัน (รายงานโดย Decrypt)
| เชน | แนวทาง | อุปสรรคหลัก |
|---|---|---|
| Bitcoin | BIP-360 เพิ่มเอาต์พุตแบบใหม่ที่ไม่เปิดเผยกุญแจสาธารณะบนเชน (เดิมชื่อ P2QRH ต่อมาเป็น Pay-to-Merkle-Root) ถูกรวมเข้าคลัง BIP ทางการเมื่อ ก.พ. 2026 | ต้องการฉันทามติทั่วเครือข่าย ธรรมชาติการกำกับดูแลของบิตคอยน์ทำให้ช้าที่สุดในสามเชน |
| Ethereum | วางแผนเปลี่ยนองค์ประกอบเชิงรหัสวิทยา นักวิจัยเสนอให้สร้างสัญญาฝากเงิน (deposit contract) ใหม่เพื่อรองรับกุญแจขนาดใหญ่ที่ระบบ PQC ต้องการ | กุญแจ PQC ใหญ่กว่าเดิมมาก กระทบขนาดข้อมูลและค่าธรรมเนียมทั้งระบบ |
| Solana | ใช้ลายเซ็น EdDSA ซึ่งอาจย้ายได้ง่ายกว่า มูลนิธิ Solana ทดสอบลายเซ็นต้านควอนตัมบนเทสต์เน็ตแล้ว และเปิดตัวห้องนิรภัยแบบใช้แฮชเป็นทางเลือกให้ผู้ถือเหรียญ | เป็นระบบทางเลือก ผู้ใช้ต้องเลือกเปิดใช้เอง ไม่ได้บังคับทั้งเครือข่าย |
ที่ควรเน้นคือ BIP-360 “ถูกรวมเข้าคลังเอกสาร” ไม่เท่ากับ “บิตคอยน์ต้านควอนตัมแล้ว” การนำไปใช้จริงยังจำกัดมาก และยังต้องผ่านกระบวนการฉันทามติที่ใช้เวลาเป็นปี ซึ่งตรงกับที่ G7 พยายามจะสื่อ ว่าการเปลี่ยนผ่านต้องเริ่มก่อนภัยมาถึง ไม่ใช่หลังจากนั้น
มุมมองสำหรับคนไทย
สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่ต้องเทขายหรือย้ายเหรียญวันนี้ แต่มีสองอย่างที่ควรเก็บไว้ในใจ หนึ่งคือถ้าคุณถือบิตคอยน์ยาวข้าม 10 ปีขึ้นไป การเปลี่ยนผ่าน PQC จะเป็นเหตุการณ์ที่คุณต้องลงมือเองในสักวัน เหมือนตอนที่คนต้องย้ายจากที่อยู่แบบเก่ามาเป็น SegWit และคนที่ไม่ย้ายคือคนที่เสี่ยงที่สุด
สองคือฝั่งสถาบันการเงินไทยและหน่วยงานกำกับมักเดินตามมาตรฐานสากลอย่าง NIST และแนวทางของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เมื่อ G7 ขยับพร้อมกันทั้งกลุ่มและตั้งเส้นตายจริงตั้งแต่ปี 2027-2035 มีโอกาสสูงที่ข้อกำหนด PQC จะทยอยไหลเข้ามาในข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยตามลำดับ ซึ่งหมายถึงต้นทุนระบบที่เพิ่มขึ้นของเว็บเทรดและผู้ให้บริการรับฝากทรัพย์สินในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
สรุป 3 บรรทัด
G7 เปลี่ยนสถานะควอนตัมเป็นภัยระยะใกล้
แถลงการณ์ร่วม 3 ก.ย. 2026 นำโดย ANSSI ฝรั่งเศส ลงนามครบทุกชาติสมาชิก บอกว่าองค์กรผัดวันประกันพรุ่งไม่ได้อีกแล้ว พร้อมเส้นตายจริงตั้งแต่ปี 2027
บิตคอยน์เสี่ยงที่ “ลายเซ็น” ไม่ใช่ที่ความลับ
ประมาณ 6-7 ล้าน BTC หรือ 25-33% ของอุปทานหมุนเวียน อยู่ในที่อยู่ที่กุญแจสาธารณะถูกเปิดเผยบนเชนแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด
ทางแก้มีแล้ว แต่ยังไม่ถูกใช้จริง
BIP-360 เข้าคลัง BIP ทางการตั้งแต่ ก.พ. 2026 Ethereum และ Solana ก็เริ่มทดสอบ แต่ทั้งหมดยังอยู่ขั้นต้น และบิตคอยน์ติดปัญหาฉันทามติที่ใช้เวลานานที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะแฮกบิตคอยน์ได้เมื่อไหร่
ตอบ: ไม่มีใครระบุปีได้ และ G7 เองก็เขียนว่า “ไทม์ไลน์ที่แน่นอนยังไม่ชัดเจน” สิ่งที่ G7 ยืนยันคือความก้าวหน้าล่าสุดทำให้ต้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่รอวันนั้นมาถึง
ถาม: ต้องรีบย้ายบิตคอยน์ออกจากกระเป๋าตอนนี้ไหม
ตอบ: ไม่ต้อง สิ่งที่ควรทำคือเลิกใช้ที่อยู่ซ้ำและอัปเดตเฟิร์มแวร์กระเป๋าตามรอบ ความเสี่ยงที่จะโอนผิดหรือโดนหลอกจากการรีบย้ายวันนี้ สูงกว่าความเสี่ยงควอนตัมมาก
ถาม: ที่อยู่แบบไหนปลอดภัยกว่า
ตอบ: ที่อยู่ที่ยังไม่เคยส่งเงินออกเลย เพราะบนเชนจะเห็นเพียงค่าแฮช ไม่เห็นกุญแจสาธารณะ ส่วนที่อยู่ที่เคยใช้จ่ายแล้วจะเปิดเผยกุญแจสาธารณะถาวร
ถาม: BIP-360 คืออะไร
ตอบ: ข้อเสนอเพิ่มเอาต์พุตรูปแบบใหม่ให้บิตคอยน์ที่ไม่เปิดเผยกุญแจสาธารณะบนเชน ถูกรวมเข้าคลัง BIP ทางการเมื่อ ก.พ. 2026 แต่การนำไปใช้จริงยังต้องผ่านฉันทามติของเครือข่ายอีกยาว







![[Part 1/2] พ่อใหญ่ Saylor ขาย 1,638 BTC แต่บิตคอยน์กลับพุ่งแรงไป $64,000 เกิดอะไรขึ้น ? (3/08/2026)](https://i.ytimg.com/vi/h-r5d3twH1g/hqdefault.jpg)










