หน่วยงานกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ASIC) ประกาศเตือนบริษัทคริปโตที่ให้บริการในประเทศว่า ต้องยื่นขอใบอนุญาตให้บริการทางการเงินภายในวันที่ 30 กันยายน 2026 นี้ ใครยังไม่ยื่นแล้วยังเปิดให้บริการต่อหลังวันที่ 1 ตุลาคม อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมายบริการทางการเงิน มีทั้งโทษทางแพ่งและอาญา โดยเพดานค่าปรับสูงสุดไปได้ถึง 10% ของรายได้ทั้งปีของบริษัท
📑 สารบัญ
เส้นตาย 30 ก.ย. คืออะไร ใครต้องยื่น
ที่ผ่านมา ASIC ใช้มาตรการผ่อนผันชั่วคราวที่เรียกว่า “no-action position” กับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล คือรู้ว่าหลายเจ้าอาจเข้าข่ายต้องมีใบอนุญาตอยู่แล้วภายใต้กฎหมายเดิม แต่ยังไม่บังคับใช้เต็มที่ เพื่อให้เวลาปรับตัว มาตรการนี้กำลังจะหมดอายุวันที่ 30 กันยายน 2026 หลังจากที่เคยเลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่งจากกำหนดเดิมเดือนมิถุนายน
ASIC ระบุว่าธุรกิจที่เข้าข่ายต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 เส้นทาง ขึ้นอยู่กับลักษณะบริการที่ทำ
| ประเภทใบอนุญาต | ใช้กับใคร | ต้องทำอะไรก่อน 30 ก.ย. |
|---|---|---|
| AFS Licence (ใบอนุญาตบริการทางการเงิน) |
ผู้ให้บริการที่เข้าข่ายให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงิน | ยื่นขอใหม่ หรือขอแก้ไขขอบเขตใบอนุญาตเดิมที่มีอยู่ |
| Market Licence (ใบอนุญาตตลาด) |
ผู้ที่ดำเนินการในลักษณะตลาดซื้อขาย | แจ้ง ASIC และเข้าประชุมหารือก่อนยื่นจริง |
| Clearing & Settlement (ชำระราคาและส่งมอบ) |
ผู้ที่ทำระบบเคลียร์ริ่ง/ชำระราคา | แจ้ง ASIC และเข้าประชุมหารือก่อนยื่นจริง |
โทษ 10% ของรายได้ทั้งปี — อ่านให้ถูก
ตัวเลข 10% ของรายได้ทั้งปี (annual turnover) เป็นตัวเลขที่ถูกพาดหัวมากที่สุด แต่ต้องเข้าใจให้ตรงว่ามันคือ เพดานโทษสูงสุด ตามกฎหมายบริการทางการเงินของออสเตรเลีย ไม่ใช่อัตราที่ทุกบริษัทที่ไม่มีใบอนุญาตจะโดนอัตโนมัติ
ในทางปฏิบัติ ศาลจะเป็นผู้กำหนดโทษจริงโดยพิจารณาจากพฤติการณ์รายกรณี เช่น ทำผิดนานแค่ไหน มีเจตนาหลบเลี่ยงหรือไม่ มีผู้เสียหายมากน้อยเพียงใด และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานหรือเปล่า บริษัทที่ยื่นขอใบอนุญาตแล้วแต่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ย่อมอยู่คนละสถานะกับบริษัทที่เพิกเฉยไม่ยื่นเลย
💀 สิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงตั้งแต่ 1 ต.ค.
บริษัทที่เข้าข่ายต้องมีใบอนุญาตแต่ไม่ได้ยื่นและยังให้บริการต่อ อาจถือว่าดำเนินธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายบริการทางการเงิน เปิดทางให้ ASIC ดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา
⚠️ สิ่งที่ยังไม่ชัด
ASIC ยังไม่ได้ประกาศว่าจะไล่บี้ทันทีวันที่ 1 ต.ค. หรือทยอยดำเนินการ และไม่ได้เปิดเผยว่ามีผู้ให้บริการที่เข้าข่ายทั้งหมดกี่รายในตลาด
ยื่นแล้วกี่ราย และทำไมตัวเลขน่ากังวล
ASIC เปิดเผยว่านับตั้งแต่ปรับปรุงแนวปฏิบัติเมื่อเดือนตุลาคม 2025 มีคำขอใบอนุญาตที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาแล้วมากกว่า 45 ราย เพิ่มขึ้นจากราว 30 รายในช่วงที่มีการเลื่อนเส้นตายจากเดือนมิถุนายน
ตัวเลขนี้อ่านได้สองทาง ทางหนึ่งคือแนวโน้มเพิ่มขึ้นจริง อุตสาหกรรมขยับตัว แต่อีกทางหนึ่ง การเพิ่มขึ้นราว 15 รายในช่วงประมาณ 2 เดือนกว่า ถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ให้บริการคริปโตที่ให้บริการลูกค้าออสเตรเลียอยู่ในตลาด ทั้งเจ้าถิ่นและแพลตฟอร์มต่างประเทศที่รับลูกค้าออสเตรเลีย
ยื่นรอบนี้แล้วยังต้องยื่นอีกรอบปี 2027
ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด คือออสเตรเลียกำลังอยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่านกฎหมายสองชั้นพร้อมกัน
กฎหมาย Corporations Amendment (Digital Assets Framework) Act 2026 ได้รับพระบรมราชานุมัติ (Royal Assent) เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026 และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 9 เมษายน 2027 กฎหมายฉบับนี้จะสร้างกรอบเฉพาะสำหรับ “แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล” และ “แพลตฟอร์มรับฝากดูแลโทเคน” ซึ่งมีเงื่อนไขใบอนุญาตแยกจากกฎ AFS เดิม
ผลก็คือบริษัทจำนวนหนึ่งอาจต้องขอใบอนุญาตภายใต้กฎเดิมให้ทันเดือนกันยายนนี้ก่อน แล้วค่อยกลับมาขอแก้ไขขอบเขตใบอนุญาตอีกครั้งเมื่อกรอบใหม่เริ่มบังคับใช้ในปี 2027 โดย ASIC ระบุว่าจะเปิดรับฟังความเห็นเรื่องมาตรฐานต่าง ๆ ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 18 เดือน
- 30 ก.ย. 2026 — เส้นตายยื่นขอใบอนุญาตภายใต้กฎเดิม
- 1 ต.ค. 2026 — มาตรการผ่อนผันสิ้นสุด เริ่มเข้าข่ายผิดกฎหมายหากไม่มีใบอนุญาต
- 9 เม.ย. 2027 — กรอบกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับใหม่มีผลบังคับใช้
มุมมองสำหรับนักลงทุนไทย
สำหรับคนไทย เรื่องนี้ไม่ได้กระทบโดยตรง เพราะการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยอยู่ภายใต้ ก.ล.ต. และ พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลของเราเอง ซึ่งใช้ระบบขึ้นทะเบียน/ใบอนุญาตมาตั้งแต่ปี 2561 อยู่แล้ว แต่มีสองจุดที่น่าสังเกต
จุดแรก ทิศทางระดับโลกกำลังไปทางเดียวกัน คือเลิกปล่อยให้แพลตฟอร์มคริปโตอยู่นอกกรอบกฎหมายการเงินหลัก ในสัปดาห์เดียวกันนี้เราเห็นเวียดนามเริ่มบังคับใช้บทลงโทษกับการเทรดนอกระบบ และรัสเซียเปิดช่องทางเทรดถูกกฎหมาย ออสเตรเลียเป็นอีกหนึ่งชิ้นในภาพเดียวกัน จุดที่สอง คนไทยที่ใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศควรเข้าใจว่า แพลตฟอร์มที่ถูกกดดันด้านใบอนุญาตในประเทศหนึ่ง มักตอบสนองด้วยการจำกัดบริการหรือปิดรับลูกค้าบางเขตพื้นที่ ซึ่งเป็นความเสี่ยงเชิงปฏิบัติที่ผู้ใช้ควรเผื่อใจไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกรณีออสเตรเลียหรือประเทศอื่น
สรุป
เส้นตาย 30 ก.ย. 2026
บริษัทคริปโตในออสเตรเลียต้องยื่นขอใบอนุญาต AFS หรือแจ้ง ASIC เพื่อขอใบอนุญาตตลาด/เคลียร์ริ่ง ภายในวันที่ 30 กันยายนนี้
เพดานโทษ 10% ของรายได้ทั้งปี
ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ผู้ที่ยังไม่มีใบอนุญาตอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เจอโทษแพ่งและอาญา โดย 10% คือเพดานสูงสุดที่ศาลกำหนดได้ ไม่ใช่ค่าปรับอัตโนมัติ
ยื่นแล้วกว่า 45 ราย และยังมีรอบสองปี 2027
คำขอเพิ่มจากราว 30 เป็นกว่า 45 ราย ขณะที่กรอบกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับใหม่จะมีผล 9 เมษายน 2027 ทำให้หลายเจ้าต้องขอแก้ไขใบอนุญาตอีกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: บริษัทที่ยื่นไม่ทัน 30 ก.ย. ต้องปิดบริการทันทีไหม?
ตอบ: ASIC ไม่ได้สั่งให้ปิด แต่ระบุว่าตั้งแต่ 1 ตุลาคม การให้บริการโดยไม่มีใบอนุญาตที่จำเป็นอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายบริการทางการเงิน ซึ่งเปิดทางให้ถูกดำเนินคดีได้
ถาม: ค่าปรับ 10% คิดจากกำไรหรือรายได้?
ตอบ: คิดจาก annual turnover คือรายได้รวมทั้งปี ไม่ใช่กำไร และเป็นเพดานสูงสุดที่ศาลกำหนดได้ตามพฤติการณ์ ไม่ใช่อัตราตายตัว
ถาม: กระทบคนไทยที่ใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศหรือไม่?
ตอบ: ไม่กระทบโดยตรง เพราะเป็นกฎของออสเตรเลีย แต่ควรติดตามว่าแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่มีการปรับนโยบายรับลูกค้าตามเขตพื้นที่หรือไม่
แหล่งข่าว: Cointelegraph · crypto.news · Finance Magnates


















