รัสเซียเปิดให้ซื้อขายคริปโตแบบถูกกฎหมายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 โดย Sberbank ธนาคารใหญ่ที่สุดของประเทศคาดว่าปริมาณเทรดผ่านช่องทางที่มีใบอนุญาตในปีแรกจะอยู่ที่ราว 3.5–4 ล้านล้านรูเบิล หรือประมาณ 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นเพียงหนึ่งในห้าของวอลุ่มคริปโตทั้งหมดในรัสเซีย ส่วนที่เหลืออีก 80% ยังคงอยู่นอกระบบ และกรอบใหม่นี้อนุญาตให้เทรดได้แค่ 3 เหรียญเท่านั้น
📑 สารบัญ
Sberbank คาดปีแรก 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์
อนาโตลี โปปอฟ (Anatoly Popov) รองประธานกรรมการ Sberbank ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย เปิดเผยประมาณการจากหน่วยวิจัย SberCIB Investment Research ว่าตลาดคริปโตที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัสเซียจะมีปริมาณซื้อขายในปีแรกราว 3.5–4 ล้านล้านรูเบิล หรือคิดเป็นเงินดอลลาร์ราว 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์
โปปอฟระบุว่าตัวเลขดังกล่าวคิดเป็น “ประมาณหนึ่งในห้า” ของปริมาณการซื้อขายคริปโตทั้งหมดของรัสเซียต่อปี ซึ่งประเมินไว้ที่ราว 18 ล้านล้านรูเบิล พูดง่ายๆ คือธนาคารเองก็ยอมรับตั้งแต่ต้นว่ากฎใหม่จะดึงเงินเข้าระบบได้เพียงเศษเสี้ยวเดียว
ในระยะยาว SberCIB คาดว่าวอลุ่มที่อยู่ในระบบจะไต่ขึ้นไปแตะราว 7.5 ล้านล้านรูเบิล หรือประมาณ 8.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในปี 2029
| ตัวเลขสำคัญ | มูลค่า (รูเบิล) | เทียบเป็นดอลลาร์ |
|---|---|---|
| วอลุ่มในระบบ ปีแรก | 3.5–4 ล้านล้าน | ราว 4.6 หมื่นล้าน |
| วอลุ่มในระบบ ปี 2029 | ราว 7.5 ล้านล้าน | ราว 8.7 หมื่นล้าน |
| วอลุ่มคริปโตรวมทั้งประเทศ | ราว 18 ล้านล้าน | ราว 2.1 แสนล้าน |
| สัดส่วนที่เข้าระบบปีแรก | ราว 20% เท่านั้น | |
กฎใหม่อนุญาตอะไรบ้าง
ธนาคารกลางรัสเซีย (Bank of Russia) ยืนยันว่ากรอบกำกับดูแลใหม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 เปิดทางให้นักลงทุนทั้งประเภทที่ผ่านคุณสมบัติ (qualified) และไม่ผ่านคุณสมบัติ (non-qualified) สามารถซื้อขายสินทรัพย์คริปโตที่ได้รับอนุมัติผ่านตัวกลางที่มีใบอนุญาต โดยธนาคารกลางจะเป็นผู้ดูแลทะเบียนรายชื่อผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนและผู้รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการ
สิ่งที่จำกัดที่สุดคือรายการเหรียญ ณ วันเปิดตลาด ธนาคารกลางรัสเซียอนุญาตให้เทรดได้เพียง 3 สินทรัพย์:
Bitcoin (BTC)
สินทรัพย์หลักที่ได้รับอนุมัติให้ซื้อขายบนแพลตฟอร์มที่มีใบอนุญาต
Ethereum (ETH)
เหรียญอันดับสองที่อยู่ในรายชื่ออนุมัติชุดแรก
Tether (USDT)
สเตเบิลคอยน์ตัวเดียวที่ได้รับไฟเขียว สะท้อนบทบาทจริงในตลาดรัสเซีย
นั่นหมายความว่าอัลต์คอยน์ เหรียญมีม และโทเคน DeFi ทั้งหมดยังไม่มีที่ยืนในระบบที่ถูกกฎหมายของรัสเซีย ส่วนผู้ประกอบการในตลาดจะต้องขอใบอนุญาตให้เรียบร้อยภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2027
เพดานลงทุน — รายย่อยถูกจำกัดหนัก
กรอบใหม่แบ่งนักลงทุนออกเป็นสองชั้นชัดเจน และกำหนดเพดานวงเงินลงทุนต่อปีต่อผู้ให้บริการหนึ่งราย
| ประเภทนักลงทุน | เพดานต่อปี (รูเบิล) | เทียบเป็นดอลลาร์ |
|---|---|---|
| ไม่ผ่านคุณสมบัติ (รายย่อยทั่วไป) | 300,000 | ราว 3,800 |
| ผ่านคุณสมบัติ (qualified) | 3 ล้าน | ราว 38,000 |
เพดานราว 3,800 ดอลลาร์ต่อปีสำหรับรายย่อย หรือคิดเป็นเงินไทยราวหนึ่งแสนบาทเศษ ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับพฤติกรรมการเทรดจริงของคนในตลาด และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัวเลขคาดการณ์ของ Sberbank เองยังอยู่แค่หนึ่งในห้าของตลาดรวม
ทำไม 80% ยังอยู่นอกระบบ
ส่วนต่างราว 14 ล้านล้านรูเบิลที่เหลือ คาดว่าจะยังคงไหลผ่านช่องทางเดิมที่เทรดเดอร์รัสเซียใช้กันมาหลายปี ทั้งการซื้อขายแบบ P2P และแพลตฟอร์มต่างประเทศที่อยู่นอกเขตอำนาจของธนาคารกลาง
เหตุผลตรงไปตรงมา คือระบบที่ถูกกฎหมายให้เทรดได้แค่ 3 เหรียญ มีเพดานวงเงิน ต้องยืนยันตัวตน และห้ามใช้จ่าย ขณะที่ช่องทางนอกระบบไม่มีข้อจำกัดเหล่านี้เลย เมื่อต้นทุนการปฏิบัติตามกฎสูงกว่าประโยชน์ที่ได้ คนจำนวนมากก็เลือกอยู่ที่เดิม
ด้าน Sberbank เองมีแผนธุรกิจรองรับชัดเจน โดยเตรียมเปิดบริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลและกระเป๋าเงินภายในเดือนธันวาคม 2026 พร้อมศึกษาการปล่อยสินเชื่อโดยใช้ Bitcoin, Ethereum และ USDT เป็นหลักประกัน
มุมมองสำหรับนักลงทุนไทย
สำหรับคนไทย เรื่องนี้ไม่ได้กระทบพอร์ตโดยตรง เพราะเพดานวงเงินและรายชื่อเหรียญของรัสเซียใช้กับผู้มีถิ่นพำนักในรัสเซียเท่านั้น แต่มีสองประเด็นที่ควรจับตา
ประเด็นแรก คือทิศทางเชิงโครงสร้าง — เมื่อประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทยอยดึงคริปโตเข้าสู่ระบบใบอนุญาต แรงกดดันให้แพลตฟอร์มต่างประเทศต้องปรับตัวก็เพิ่มขึ้นตาม ประเด็นที่สอง คือโมเดลการแบ่งชั้นนักลงทุนแบบ qualified กับ non-qualified พร้อมเพดานวงเงิน เป็นแนวทางที่หน่วยงานกำกับหลายประเทศในเอเชียสนใจ ซึ่งไทยเองก็มีระบบผู้ลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้วในตลาดทุน
ทั้งนี้ นักลงทุนไทยที่ต้องการซื้อขายคริปโตควรใช้ผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ไทย ซึ่งมีกรอบการคุ้มครองผู้ลงทุนและการเก็บรักษาทรัพย์สินที่ชัดเจนกว่าการเทรดผ่านช่องทางนอกระบบ
สรุป
- รัสเซียเปิดเทรดคริปโตถูกกฎหมาย 1 ก.ย. 2026 แต่อนุญาตแค่ BTC, ETH และ USDT
- Sberbank คาดวอลุ่มในระบบปีแรกราว 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นเพียง 20% ของตลาดรวม
- รายย่อยถูกจำกัดลงทุนราว 3,800 ดอลลาร์ต่อปี และห้ามใช้คริปโตจ่ายค่าสินค้าบริการ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: รัสเซียอนุญาตให้ใช้คริปโตจ่ายเงินได้แล้วหรือยัง
ตอบ: ยัง กรอบใหม่อนุญาตเฉพาะการซื้อขายเพื่อการลงทุนผ่านตัวกลางที่มีใบอนุญาต การใช้คริปโตชำระค่าสินค้าและบริการยังถูกห้ามอยู่
ถาม: เทรดเหรียญอะไรได้บ้างในระบบใหม่
ตอบ: ณ วันเริ่มต้นมีเพียง Bitcoin, Ethereum และ Tether (USDT) เท่านั้น อัลต์คอยน์อื่นยังไม่อยู่ในรายชื่ออนุมัติ
ถาม: คนไทยเทรดผ่านแพลตฟอร์มรัสเซียได้ไหม
ตอบ: กรอบนี้ออกแบบสำหรับผู้มีถิ่นพำนักในรัสเซียและต้องยืนยันตัวตนกับตัวกลางที่มีใบอนุญาตในประเทศ นักลงทุนไทยควรใช้ผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย
ถาม: ทำไมตัวเลขคาดการณ์ถึงมีแค่ 20% ของตลาด
ตอบ: เพราะข้อจำกัดเรื่องรายชื่อเหรียญ เพดานวงเงิน และการห้ามใช้จ่าย ทำให้เทรดเดอร์จำนวนมากยังเลือกใช้ช่องทาง P2P และแพลตฟอร์มต่างประเทศเหมือนเดิม
แหล่งข่าว: Crypto Briefing, The Block, Bitcoin.com News


















