บริษัทจดทะเบียนตลาดหุ้นโตเกียว Remixpoint ประกาศขายเหรียญคริปโตทุกตัวที่ไม่ใช่บิตคอยน์ออกจากงบดุลจนหมดเกลี้ยง ทั้ง ETH, SOL, XRP และ DOGE รวมเป็นเงิน 878.81 ล้านเยน (ราว 5.5 ล้านดอลลาร์) เหลือบิตคอยน์ 1506 เหรียญเป็นสินทรัพย์คริปโตชนิดเดียวในบริษัท แต่จุดที่หลายคนอ่านข่าวแล้วเข้าใจผิดคือ เงินก้อนนี้ไม่ได้ถูกเอาไปซื้อบิตคอยน์เพิ่ม
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้น ขายอะไรไปบ้าง
Remixpoint เป็นบริษัทญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจพลังงานควบคู่กับการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว บริษัทยื่นเอกสารเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 ระบุว่าได้ขายเหรียญอัลต์คอยน์ทั้งหมดในพอร์ตออกไปแล้วเมื่อวันที่ 1 กันยายน
รายละเอียดการขายแยกเป็นรายเหรียญ ตามที่บริษัทเปิดเผยและสำนักข่าว Coinpedia กับ Cointelegraph รายงานตรงกัน มีดังนี้
| เหรียญ | จำนวนที่ขาย | เงินที่ได้ (เยน) | กำไร/ขาดทุน |
|---|---|---|---|
| ETH | 901.45 เหรียญ | 353.43 ล้าน | กำไร 60.2 ล้านเยน |
| SOL | 13920.07 เหรียญ | 227.89 ล้าน | กำไร 49.3 ล้านเยน |
| XRP | 1.19 ล้านเหรียญ | 260.43 ล้าน | กำไร 11.5 ล้านเยน |
| DOGE | 2.80 ล้านเหรียญ | 37.08 ล้าน | ขาดทุน 3.3 ล้านเยน |
| รวมทั้งหมด | — | 878.81 ล้าน | กำไรสุทธิ 117.77 ล้านเยน |
เทียบกับมูลค่าตามบัญชีรวม 761 ล้านเยน บริษัทบันทึกกำไรสุทธิ 117772649 เยน หรือราว 737000 ดอลลาร์ ที่น่าสังเกตคือ DOGE เป็นเหรียญเดียวในสี่ตัวที่ขายแล้วขาดทุน ส่วน ETH ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำที่สุด
หลังขายเสร็จ Remixpoint เหลือบิตคอยน์ 1506 เหรียญ มูลค่าราว 115 ล้านดอลลาร์ตามราคาตลาดขณะรายงาน ทำให้บริษัทเป็นผู้ถือบิตคอยน์รายใหญ่อันดับ 3 ในบรรดาบริษัทจดทะเบียนของญี่ปุ่น รองจาก Metaplanet และ Nexon
จุดที่คนเข้าใจผิด เงินไม่ได้ไปซื้อบิตคอยน์
พาดหัวข่าวส่วนใหญ่อ่านแล้วชวนให้คิดว่า Remixpoint เทอัลต์คอยน์เพื่อโยกเงินไปอัดบิตคอยน์เพิ่ม แต่ในเอกสารเปิดเผยข้อมูล บริษัทระบุชัดว่าไม่มีแผนนำเงินก้อนนี้ไปซื้อบิตคอยน์เพิ่มในทันที
เงิน 878.81 ล้านเยนที่ได้มา ส่วนใหญ่จะถูกใช้กับธุรกิจพลังงานของบริษัท โดยเฉพาะการจัดซื้อและติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ส่วนที่เหลือเก็บไว้ในงบดุลเพื่อเสริมความแข็งแรงทางการเงิน
พูดอีกแบบคือ นี่ไม่ใช่ข่าว “บริษัทญี่ปุ่นซื้อบิตคอยน์เพิ่ม” แต่เป็นข่าว “บริษัทญี่ปุ่นลดความซับซ้อนของพอร์ตคริปโต แล้วเอาเงินไปลงธุรกิจหลัก” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันในแง่แรงซื้อที่จะเข้าตลาด
โมเดลที่ต่างจาก Metaplanet ปล่อยกู้บิตคอยน์กินค่าธรรมเนียม
สิ่งที่ทำให้ Remixpoint ต่างจากบริษัทคลังบิตคอยน์ทั่วไปคือ บริษัทไม่ได้ถือบิตคอยน์ไว้เฉย ๆ แต่นำไปปล่อยกู้เพื่อรับค่าธรรมเนียมกลับมาเป็นบิตคอยน์
ตัวเลขที่บริษัทรายงานคือ ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถึง 31 สิงหาคม 2026 ได้รับค่าธรรมเนียมจากการปล่อยกู้รวม 14.92 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 164.22 ล้านเยน เฉพาะเดือนสิงหาคมเดือนเดียวได้ 2.48 BTC มูลค่าราว 31.15 ล้านเยน
🏦 โมเดลสะสมอย่างเดียว
ซื้อแล้วถือ ไม่ปล่อยกู้ ไม่มีรายได้ระหว่างทาง แต่ไม่มีความเสี่ยงคู่สัญญา เป็นแนวที่บริษัทคลังบิตคอยน์ส่วนใหญ่ใช้
⚠️ โมเดลปล่อยกู้กินค่าธรรมเนียม
มีกระแสเงินสดเข้าเป็นบิตคอยน์ทุกเดือน แต่แลกมาด้วยความเสี่ยงคู่สัญญา ถ้าผู้กู้ผิดนัดหรือล้ม เหรียญที่ปล่อยไปอาจไม่ได้คืน
ประวัติศาสตร์รอบก่อนเคยสอนบทเรียนนี้มาแล้วกับกรณี Celsius และ BlockFi ที่ปล่อยกู้คริปโตแล้วล้มไปพร้อมเงินลูกค้า ดังนั้นรายได้ 14.92 BTC ในครึ่งปีจึงไม่ใช่ของฟรี แต่เป็นค่าตอบแทนของการแบกความเสี่ยงคู่สัญญาเอาไว้
มุมมองสำหรับนักลงทุนไทย
สำหรับคนไทยที่ถือ ETH, SOL, XRP หรือ DOGE อยู่ ประเด็นที่ควรอ่านให้ขาดคือขนาดของรายการนี้ เงิน 5.5 ล้านดอลลาร์เป็นตัวเลขที่เล็กมากเมื่อเทียบกับวอลุ่มรายวันของเหรียญเหล่านี้ การขายของ Remixpoint จึงแทบไม่มีผลต่อราคาโดยตรง สิ่งที่มีน้ำหนักกว่าคือสัญญาณเชิงพฤติกรรม ว่าบริษัทจดทะเบียนที่เคยกระจายพอร์ตไปหลายเหรียญ กำลังหันกลับมาถือเฉพาะบิตคอยน์เพื่อให้เล่าเรื่องกับผู้ถือหุ้นได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มเดียวกับที่เห็นในบริษัทคลังคริปโตหลายแห่งช่วงที่ตลาดยังไม่ฟื้นเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทหนึ่งเลือกถือบิตคอยน์อย่างเดียวไม่ได้แปลว่าอัลต์คอยน์แย่ในเชิงพื้นฐาน มันสะท้อนความต้องการลดความซับซ้อนของงบการเงินมากกว่าคำทำนายราคา
คำถามที่พบบ่อย
ตอบ: ไม่ใช่ บริษัทระบุชัดว่าไม่มีแผนใช้เงินก้อนนี้ซื้อบิตคอยน์เพิ่มในทันที เงินส่วนใหญ่จะไปที่ธุรกิจพลังงานและงบดุล
ตอบ: กำไรสุทธิ 117.77 ล้านเยน มีเพียง DOGE ตัวเดียวที่ขายแล้วขาดทุน 3.3 ล้านเยน
ตอบ: ราว 1506 BTC มูลค่าประมาณ 115 ล้านดอลลาร์ เป็นผู้ถือรายใหญ่อันดับ 3 ในบริษัทจดทะเบียนญี่ปุ่น รองจาก Metaplanet และ Nexon
สรุป
เทอัลต์คอยน์หมดพอร์ต
ขาย ETH, SOL, XRP, DOGE ทั้งหมดเมื่อ 1 กันยายน ได้เงิน 878.81 ล้านเยน กำไรสุทธิ 117.77 ล้านเยน
เงินไม่ได้ไปซื้อบิตคอยน์
ส่วนใหญ่ไปลงทุนแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานและเสริมงบดุล ไม่ใช่แรงซื้อใหม่ที่จะเข้าตลาดบิตคอยน์
เหลือ 1506 BTC ที่ปล่อยกู้อยู่
ได้ค่าธรรมเนียม 14.92 BTC ในช่วง 24 ก.พ. ถึง 31 ส.ค. แลกกับความเสี่ยงคู่สัญญาที่ต้องแบกเอง


















