Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันเสาร์, สิงหาคม 22, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตDeFiทรัมป์เอ่ยชื่อ Hyperliquid กลางทำเนียบขาว — CFTC เร่งหาทางเปิดให้คนอเมริกันเทรดถูกกฎหมาย HYPE พุ่งแรง

ทรัมป์เอ่ยชื่อ Hyperliquid กลางทำเนียบขาว — CFTC เร่งหาทางเปิดให้คนอเมริกันเทรดถูกกฎหมาย HYPE พุ่งแรง

HTX (Huobi) — เก๋าเกมคริปโต

กลางวงประชุมผู้บริหารคริปโตที่ทำเนียบขาวเมื่อ 19 สิงหาคม 2026 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เอ่ยชื่อ “Hyperliquid” ออกมาแบบไม่มีใครคาดคิด พร้อมบอกว่า ไมเคิล เซลิก (Michael Selig) ประธาน CFTC กำลังหาทางให้แพลตฟอร์มนี้เข้ามาเปิดบริการในสหรัฐฯ ได้ “อย่างถูกกฎหมายเต็มรูปแบบ” — ประโยคเดียวทำให้ราคาโทเคน HYPE ดีดจากราว 62 ดอลลาร์ขึ้นไปแตะ 73 ดอลลาร์ในเวลาไม่ถึงวัน ทั้งที่ทุกวันนี้ Hyperliquid ยังบล็อกผู้ใช้อเมริกันอยู่

ทรัมป์พูดอะไรกลางทำเนียบขาว

วันที่ 19 สิงหาคม 2026 ทำเนียบขาวจัดวงประชุมผู้บริหารระดับสูงจากวงการคริปโตและเทคโนโลยี มีทั้ง Coinbase, Ripple, a16z, Chainlink และอีกหลายราย ระหว่างที่ทรัมป์พูดบนเวที เขาเอ่ยถึง Hyperliquid ตรง ๆ ว่าประธาน CFTC คนใหม่กำลังทำงานเพื่อเปิดทางให้แพลตฟอร์มเข้ามาให้บริการในสหรัฐฯ ได้อย่างถูกกฎหมาย

ประเด็นที่ต้องเน้นให้ชัด คือ นี่ไม่ใช่การอนุมัติ ไม่มีใบอนุญาต ไม่มีเอกสารทางการ ไม่มีกรอบเวลา มีแค่คำพูดของประธานาธิบดีที่บอกว่าหน่วยงานกำกับ “กำลังทำงานอยู่” เท่านั้น

Crypto.com — แอปคริปโต + บัตร Visa
💡 ก่อนหน้านี้ Hyperliquid จัดผู้ใช้จากสหรัฐฯ เป็น restricted user และบล็อกไม่ให้เข้าถึงแพลตฟอร์มมาโดยตลอด เพราะการเปิดให้เทรด perpetual futures กับคนอเมริกันโดยไม่มีใบอนุญาต คือเส้นแดงของ CFTC

ฝั่งอุตสาหกรรมตอบรับเร็วมาก ฉางเผิง จ้าว (CZ) ผู้ก่อตั้ง Binance โพสต์สนับสนุน โดยชี้ว่าหลายคนมองไม่เห็นภาพใหญ่ — นโยบายไม่มีทางบังคับใช้กับบริษัทเดียว สิ่งที่ดีกับรายหนึ่งย่อมดีกับทั้งอุตสาหกรรม นั่นแปลว่าถ้า Hyperliquid เข้าสหรัฐฯ ได้ ประตูจะเปิดให้แพลตฟอร์มกระจายศูนย์รายอื่นตามไปด้วย

ทำไม Hyperliquid ถึงสำคัญขนาดนั้น

Hyperliquid ไม่ใช่เว็บเทรดธรรมดา มันคือ decentralized exchange สำหรับ perpetual futures ที่รันคำสั่งซื้อขายทั้งหมดบนบล็อกเชนของตัวเอง ทุกออเดอร์ ทุกการจับคู่ ทุกการล้างสถานะ มองเห็นได้แบบสาธารณะ ต่างจากเว็บเทรดรวมศูนย์ที่ order book อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ปิด

ที่สำคัญกว่านั้นคือขนาด — มีรายงานว่า Hyperliquid กินส่วนแบ่งตลาด perp บน DEX ไปราว 60–80% กลายเป็นสนามเทรดอนุพันธ์กระจายศูนย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่ยังไม่มีลูกค้าอเมริกันสักคนเดียว

ประเด็น สถานะปัจจุบัน ถ้าเข้าสหรัฐฯ ได้
ผู้ใช้อเมริกัน ถูกบล็อก (restricted) เข้าถึงได้ผ่านช่องทางที่มีใบอนุญาต
ส่วนแบ่งตลาด perp DEX ราว 60–80% มีโอกาสขยายเพิ่มอีก
ค่าธรรมเนียม 30 วัน ราว 41.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มตามวอลุ่มที่เข้ามาใหม่
KYC ไม่บังคับ เกือบแน่นอนว่าต้องมี

ถ้าเข้าสหรัฐฯ จริง จะเข้าแบบไหน

หลายคนเข้าใจผิดว่าแค่ปลดบล็อก IP อเมริกาก็จบ แต่ในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้ โมเดลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือการมี “ประตูหน้าบ้าน” ที่อยู่ในกำกับแทน

1

โบรกเกอร์สหรัฐฯ เป็นด่านหน้า

โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตรับหน้าที่เปิดบัญชี ทำ KYC จัดการเอกสารและข้อกำหนดตามกฎหมายทั้งหมด

2

Hyperliquid เป็นสนามเทรดหลังบ้าน

ตัวแพลตฟอร์มยังทำหน้าที่จับคู่ออเดอร์บนเชนเหมือนเดิม โดยไม่ต้องถือเงินลูกค้าโดยตรง

3

CFTC กำกับผ่านโบรกเกอร์

หน่วยงานกำกับดูแลผ่านนิติบุคคลที่มีใบอนุญาต แทนที่จะไล่กำกับโปรโตคอลที่ไม่มีเจ้าของ

ข้อดีของโมเดลนี้คือทุกฝ่ายได้สิ่งที่ต้องการ — สหรัฐฯ ได้ผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย ส่วนโปรโตคอลไม่ต้องเปลี่ยนสถาปัตยกรรม แต่ข้อเสียคือประสบการณ์ใช้งานของฝั่งอเมริกาจะไม่ “ไร้ตัวตน” เหมือนเดิมอีกต่อไป

📌 นี่คือเหตุผลที่ผู้ใช้ DeFi สายฮาร์ดคอร์บางส่วนไม่ได้ดีใจกับข่าวนี้ ทางเข้าที่ถูกกฎหมายมาพร้อม KYC และการควบคุมที่มากขึ้น ซึ่งสวนทางกับเหตุผลที่คนเลือกใช้ perp DEX ตั้งแต่แรก

ทำไม HYPE ถึงตอบสนองแรงขนาดนี้

เหตุผลไม่ใช่แค่กระแส แต่อยู่ที่โครงสร้างรายได้ของโทเคน — Hyperliquid เก็บค่าธรรมเนียมได้ราว 41.7 ล้านดอลลาร์ในรอบ 30 วัน และนำเงินราว 97–99% ของจำนวนนั้นไปซื้อ HYPE คืนจากตลาด

ตรรกะง่าย ๆ ที่ตลาดกำลังเล่น:

  • ผู้ใช้อเมริกันเข้ามา → วอลุ่มเทรดเพิ่ม
  • วอลุ่มเพิ่ม → ค่าธรรมเนียมเพิ่ม
  • ค่าธรรมเนียมเพิ่ม → ซื้อ HYPE คืนมากขึ้น
  • ซื้อคืนมากขึ้น → เหรียญในตลาดหมุนเวียนน้อยลง

ตลาดสหรัฐฯ คือแหล่งวอลุ่มก้อนใหญ่ที่สุดที่ Hyperliquid ยังไม่เคยแตะเลย การเปิดประตูนั้นจึงถูกตีความเป็นตัวเร่งรายได้โดยตรง ไม่ใช่แค่ข่าวดีเชิงจิตวิทยา

ผลคือ HYPE วิ่งจากราว 62 ดอลลาร์ ขึ้นไปทำจุดสูงราว 73 ดอลลาร์ ก่อนย่อลงมาแถว 69–70 ดอลลาร์ คิดเป็นบวกราว 20–26% ใน 24 ชั่วโมง ดันมูลค่าตลาดขึ้นไปอยู่ในกลุ่มเหรียญขนาดใหญ่ที่สุดสิบอันดับแรก ขณะที่หุ้นของ Hyperliquid Strategies บวกตามไปราว 32%

ข้อควรระวังที่นักเทรดไทยต้องรู้

🚩 1. ยังไม่มีอะไรเป็นทางการสักอย่าง

ทั้งหมดคือคำพูดบนเวที ไม่ใช่ประกาศจาก CFTC ไม่มีเอกสาร ไม่มีไทม์ไลน์ และยังต้องผ่านทั้งขั้นตอนกำกับดูแลและการวางระบบจริงอีกยาว

🚩 2. มีปลดล็อกเหรียญรออยู่ต้นเดือนกันยายน

วันที่ 6 กันยายน 2026 จะมีการปลดล็อก HYPE ราว 9.92 ล้านเหรียญเข้าสู่ตลาด ซึ่งเป็นแรงขายที่จ่อรออยู่ ไม่ว่าข่าวจะดีแค่ไหนก็ตาม

วิธีเช็ค: ดูตารางปลดล็อกจากเว็บ tokenomics ก่อนเข้าไม้ใหญ่ อย่าดูแค่กราฟราคา

🚩 3. ราคาวิ่งขึ้นบนข่าว ไม่ใช่บนรายได้ที่เกิดจริง

วอลุ่มจากสหรัฐฯ ยังไม่ได้เข้ามาแม้แต่ดอลลาร์เดียว ตัวเลขค่าธรรมเนียมที่ตลาดเอามาคำนวณเป็นของเดิมทั้งหมด ถ้าดีลไม่เกิดหรือลากยาว ราคาที่วิ่งไปล่วงหน้ามีโอกาสย่อกลับ

🚩 4. อย่าลืมว่าตลาดรวมกำลังร้อนอยู่พอดี

ช่วงเดียวกันนี้บิตคอยน์เพิ่งเด้งแรงจนล้างสถานะชอร์ตไปหลายพันล้านดอลลาร์ การขึ้นของ HYPE จึงมีทั้งปัจจัยเฉพาะตัวและแรงหนุนจากตลาดขาขึ้นปนกันอยู่ แยกให้ออกก่อนตัดสินใจ

สรุป

1

ทรัมป์เอ่ยชื่อกลางทำเนียบขาว

บอกว่าประธาน CFTC กำลังหาทางให้ Hyperliquid เข้าสหรัฐฯ อย่างถูกกฎหมาย แต่ยังไม่ใช่การอนุมัติ

2

HYPE พุ่งราว 20–26%

จาก 62 ขึ้นไปแตะ 73 ดอลลาร์ ก่อนย่อกลับ เพราะตลาดมองว่าวอลุ่มใหม่จะแปลงเป็นการซื้อโทเคนคืน

3

ทางเข้ามาพร้อม KYC

โมเดลที่เป็นไปได้คือใช้โบรกเกอร์สหรัฐฯ เป็นด่านหน้า ซึ่งแลกมาด้วยความเป็นส่วนตัวที่ลดลง

4

ระวังปลดล็อก 6 กันยายน

HYPE ราว 9.92 ล้านเหรียญจะเข้าตลาด เป็นแรงขายที่รออยู่ข้างหน้า

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
P2PB2B — Exchange เหรียญใหม่
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต