Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันเสาร์, สิงหาคม 15, 2026
หน้าแรกกิจกรรมExchangeวิธีตรวจ Proof of Reserves ของเว็บเทรดคริปโต 2026 — เช็กเองว่าเงินเราอยู่ครบไหม ทำได้ใน 15 นาที

วิธีตรวจ Proof of Reserves ของเว็บเทรดคริปโต 2026 — เช็กเองว่าเงินเราอยู่ครบไหม ทำได้ใน 15 นาที

Bybit — เทรด Futures โบนัส $30,000

เวลาเราฝากเหรียญไว้บนเว็บเทรด สิ่งที่เราเห็นบนหน้าจอคือ “ตัวเลข” ในฐานข้อมูลของเขา ไม่ใช่เหรียญของเราจริง ๆ คำถามคือถ้าวันหนึ่งเขาเอาเหรียญไปทำอย่างอื่น เราจะรู้ได้อย่างไร Proof of Reserves (PoR) คือเครื่องมือที่ตอบคำถามนี้ และข่าวดีคือมันไม่ได้มีไว้ให้ผู้ตรวจสอบบัญชีดูอย่างเดียว ผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราก็ตรวจเองได้ บทความนี้จะพาทำจริงทีละขั้น ตั้งแต่อ่านหน้ารายงาน ไปจนถึงยืนยันด้วยตัวเองว่า ยอดของเราถูกนับรวมอยู่ในรายงานนั้นจริง ใช้เวลารวมประมาณ 15 นาที

Proof of Reserves คืออะไร ใน 60 วินาที

ลองนึกภาพร้านรับฝากทอง PoR คือการที่ร้านเปิดให้เราตรวจสองอย่างพร้อมกัน หนึ่งคือ ในตู้เซฟมีทองอยู่เท่าไร และสองคือ ร้านติดหนี้ลูกค้าทั้งหมดอยู่เท่าไร ถ้าของในตู้มากกว่าหรือเท่ากับหนี้ที่ติดลูกค้า แปลว่าทุกคนถอนพร้อมกันได้ ไม่ล้ม

แปลเป็นภาษาเว็บเทรด PoR ที่สมบูรณ์ต้องมีสามชิ้นส่วนครบ

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX
1

Proof of Liabilities — หนี้ที่ติดลูกค้า

เว็บเทรดรวมยอดคงเหลือของผู้ใช้ทุกคนเข้าเป็นโครงสร้างที่เรียกว่า Merkle Tree ยอดของแต่ละคนคือใบไม้หนึ่งใบ แล้วย่อยขึ้นไปจนเหลือค่าเดียวเรียกว่า Merkle Root ข้อดีคือเราตรวจได้ว่ายอดเราถูกนับ โดยไม่เห็นยอดของคนอื่นเลย

2

Proof of Ownership — พิสูจน์ว่าคุมกระเป๋าจริง

เว็บเทรดต้องแสดงว่าที่อยู่กระเป๋าที่อ้างว่าเป็นของตัวเองนั้น ควบคุมได้จริง ไม่ใช่แค่ชี้ไปที่กระเป๋าใครก็ไม่รู้ที่มีเงินเยอะ วิธีมาตรฐานคือเซ็นข้อความด้วยกุญแจส่วนตัวหรือขยับเงินตามที่ผู้ตรวจกำหนด

3

Reserve Ratio — ตัวเลขสรุป

เอาทรัพย์สินที่ถือจริงหารด้วยหนี้ที่ติดลูกค้า ถ้าได้เกิน 100% แปลว่ามีของครบและเหลือ ถ้าต่ำกว่า 100% แปลว่าขาด เป็นสัญญาณอันตรายที่สุดที่จะเจอได้

📌 ปัจจุบันเว็บเทรดใหญ่หลายเจ้าเสริมด้วยเทคโนโลยี Zero-Knowledge Proof เช่น Binance ใช้ zk-SNARK ส่วน OKX ใช้ระบบที่สร้างด้วยเฟรมเวิร์ก Plonky2 บน Merkle Sum Tree เหตุผลที่ต้องใช้คือมันช่วยพิสูจน์เพิ่มอีกชั้นว่า ไม่มีบัญชีไหนถูกใส่ยอดติดลบเข้าไปเพื่อลดหนี้รวมให้ดูดี ซึ่งเป็นช่องโหว่ของ Merkle Tree แบบดั้งเดิม

ทำไมต้องตรวจเอง — บทเรียนจากเคสที่เพิ่งเกิดปีนี้

ถ้ายังคิดว่าเรื่องนี้ไกลตัว ให้ดูกรณี Zondacrypto เว็บเทรดรายใหญ่ที่สุดของโปแลนด์ ซึ่งพังลงในปี 2026 นี้เอง

🚩 เกิดอะไรขึ้นกับ Zondacrypto

จากการวิเคราะห์ข้อมูลบนเชน ปริมาณบิตคอยน์ในกระเป๋าร้อนของเว็บเทรดร่วงลงราว 99.7% จากประมาณ 55.7 BTC ในเดือนสิงหาคม 2024 เหลือเพียง 0.18 BTC ในเดือนมีนาคม 2026 และมีการโอนออกรวมกว่า 21 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2025 ถึงเมษายน 2026 กระจายเป็นธุรกรรมย่อยหลายร้อยครั้งใน 30 สกุล

ที่หนักกว่านั้นคือ ผู้บริหารอ้างถึงกระเป๋าที่มีบิตคอยน์ราว 4,500 BTC มูลค่าประมาณ 330 ล้านดอลลาร์ แต่ยอมรับว่า บริษัทเข้าถึงกระเป๋านั้นไม่ได้ เพราะกุญแจส่วนตัวอยู่กับผู้ก่อตั้งที่หายตัวไปตั้งแต่ปี 2022 และไม่เคยส่งมอบให้ตอนขายกิจการ สุดท้ายลูกค้าถอนเงินไม่ได้ และบริษัทถูกเพิกถอนใบอนุญาตในเอสโตเนีย

บทเรียนแกนกลาง: เงินที่ “เห็นบนเชน” ไม่เท่ากับเงินที่ “ควบคุมได้” นี่คือเหตุผลว่าทำไม PoR ที่ดีต้องมีการพิสูจน์การควบคุมกระเป๋า ไม่ใช่แค่โชว์ยอดคงเหลือของที่อยู่ใดที่อยู่หนึ่ง

และในปี 2026 นี้เราก็เห็นเว็บเทรดที่เคยติดอันดับต้น ๆ อย่าง BitMart ประกาศปิดกระดานถาวรจนคนแห่ถอนเงินกันจ้าละหวั่นด้วย ดังนั้นนิสัยการตรวจ PoR เป็นประจำจึงไม่ใช่เรื่องของคนขี้ระแวง แต่คือการดูแลเงินตัวเองตามปกติ

เว็บเทรดเจ้าไหนยังทำ PoR อยู่จริงในปี 2026

ประเด็นสำคัญที่คนมองข้ามคือ หลายเจ้าเคยทำแล้วเงียบหายไป โดยไม่ประกาศว่าเลิกทำ หน้ารายงานยังอยู่แต่ข้อมูลค้างอยู่ที่ปี 2023 ก็มี ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องดูไม่ใช่ว่า “มีไหม” แต่คือ “อัปเดตล่าสุดเมื่อไร”

เว็บเทรด ความถี่ ผู้ตรวจสอบ สถานะล่าสุดที่ตรวจพบ
Binance รายเดือน ตรวจสอบเองด้วย zk-SNARK ไม่ได้ใช้ผู้ตรวจภายนอกแล้ว สแนปชอต 1 ส.ค. 2026 ผูกกับความสูงบล็อกบิตคอยน์ 962079 อัตราสำรอง BTC และ ETH ที่ 100.25%
Kraken เป็นระยะ สำนักบัญชีอิสระภายนอก สแนปชอตล่าสุด 30 มิ.ย. 2026 ครอบคลุม BTC ETH SOL USDC USDT XRP รวมยอด staking margin และ futures
OKX รายเดือน เผยแพร่เครื่องมือตรวจสอบแบบโอเพนซอร์สให้ตรวจเอง รายงานครอบคลุม 22 เหรียญ สแนปชอตเดือน มี.ค. 2026 แจ้งสินทรัพย์หลักราว 25.7 พันล้านดอลลาร์
Bybit เป็นระยะ Hacken มีรายงาน PDF ลงวันที่รายครั้ง และเปิดซอร์สโค้ดสร้างและตรวจ Merkle Tree บน GitHub
MEXC รายเดือน Hacken รายงานเดือน ส.ค. 2026 ระบุอัตราสำรองทุกสินทรัพย์หลักเกิน 100% โดย BTC สูงถึง 288%
Bitkub ต่อเนื่อง เปิดเผยผ่าน CoinMarketCap รายแรกในไทยที่ขึ้นข้อมูล PoR บน CoinMarketCap และเผยแพร่รายงานรายเดือน
💡 อย่าตกใจถ้าเห็นอัตราสำรองสูงผิดปกติ เช่น 288% มันไม่ได้แปลว่าเว็บเทรดรวยกว่าคนอื่น แต่มักแปลว่า ผู้ใช้ฝากเหรียญนั้นไว้น้อย เมื่อเทียบกับที่เว็บเทรดถือเอง ตัวเลขที่ควรจับตาจริง ๆ คือเหรียญยอดนิยมที่คนฝากเยอะอย่าง USDT และ BTC ว่ายืนเหนือ 100% ได้สม่ำเสมอทุกเดือนหรือไม่ ต่างหาก

ขั้นที่ 1 — อ่านหน้ารายงาน ดู 5 ตัวเลขนี้ให้เป็น

เปิดหน้า Proof of Reserves ของเว็บเทรดที่คุณใช้ แล้วไล่ดูห้าอย่างนี้ตามลำดับ ใช้เวลาไม่เกินสามนาที

สิ่งที่ต้องดู เกณฑ์ที่ผ่าน สัญญาณอันตราย
วันที่สแนปชอต ไม่เกิน 1 เดือนที่แล้ว เก่ากว่า 3 เดือน หรือไม่ระบุวันที่เลย
อัตราสำรองรายเหรียญ ทุกเหรียญหลักเกิน 100% มีเหรียญไหนต่ำกว่า 100% แม้แค่เหรียญเดียว
จำนวนเหรียญที่ครอบคลุม ครอบคลุมเหรียญที่คุณฝากไว้จริง รายงานมีแค่ BTC กับ ETH แต่คุณถือเหรียญอื่นเป็นหลัก
ผู้ตรวจสอบ ระบุชื่อชัดเจน หรือมีเครื่องมือให้ตรวจเอง เขียนลอย ๆ ว่า “ตรวจสอบโดยบุคคลที่สาม” ไม่บอกชื่อ
ขอบเขตที่นับ ระบุว่ารวมยอด staking margin futures ด้วยไหม ไม่ระบุขอบเขต ทำให้เทียบตัวเลขไม่ได้
เคล็ดลับ: ถ่ายภาพหน้าจอเก็บไว้ทุกเดือน แล้วเทียบย้อนหลัง สิ่งที่บอกอะไรได้เยอะที่สุดไม่ใช่ตัวเลขเดือนนี้ แต่คือ แนวโน้ม ถ้าอัตราสำรองค่อย ๆ ไหลลงจาก 105% เป็น 102% เป็น 100.1% ติดกันสามเดือน นั่นคือสัญญาณที่ต้องเริ่มทยอยถอน

ขั้นที่ 2 — ยืนยันว่ายอดของเราอยู่ในรายงานจริง

นี่คือหัวใจของบทความนี้ และเป็นขั้นที่คนข้ามมากที่สุด เพราะรายงานรวมจะสวยแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย ถ้ายอดของ คุณ ไม่ได้ถูกนับเป็นหนี้ของเขา สิ่งที่เราจะทำคือหา Record ID หรือ Merkle Leaf ของบัญชีตัวเอง แล้วยืนยันว่ามันอยู่ในต้นไม้ที่เขาประกาศออกมา

1

Binance

ล็อกอินหน้าเว็บ แล้วไปที่ Wallet จากนั้นเลือก Verification เลือกวันที่ของรอบตรวจสอบที่ต้องการ ระบบจะแสดงประเภทการตรวจสอบ Record ID ที่ผูกกับบัญชีคุณโดยเฉพาะ รายการเหรียญที่ครอบคลุม และยอดคงเหลือของคุณ ณ เวลานั้น

2

Kraken

ล็อกอิน Kraken Pro กดไอคอนบัญชี เลือก Proof of Reserves เลือกวันที่รายงาน แล้วกด Verify yourself จะเจอ Merkle Leaf ID ของคุณ นำไปกรอกในเครื่องมือของสำนักบัญชีผู้ตรวจ หรือจะใช้โค้ดตัวอย่างที่เขาให้มาทั้งภาษา Python Rust Go และ Bash สร้างใบไม้ขึ้นมาเทียบเองก็ได้

3

OKX

ล็อกอินแล้วเข้าเมนู Audits กด Details เพื่อดูข้อมูลรอบตรวจสอบของคุณ กดคัดลอกข้อมูลแล้วบันทึกเป็นไฟล์ JSON จากนั้นรันเครื่องมือโอเพนซอร์สที่เขาเปิดไว้บน GitHub เพื่อตรวจว่าใบไม้ของคุณอยู่ในต้นไม้จริง

4

Bybit

เข้าหน้า Proof of Reserve ในบัญชี กด Copy Data เพื่อคัดลอกข้อมูลพิสูจน์ Merkle Tree ของคุณ บันทึกเป็นไฟล์ แล้วนำไปตรวจด้วยโค้ดที่ทางเว็บเทรดเปิดไว้บน GitHub รองรับทั้งบัญชีเทรดและบัญชีเงินทุน

🔍 ถ้าไม่อยากรันโค้ด ทำอย่างไร

ข่าวดีคือคุณ ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมเป็น ก็ได้ประโยชน์ระดับหนึ่ง เพราะแค่เข้าไปดูหน้าตรวจสอบแล้วเทียบว่า ยอดที่เขาบันทึกไว้ ณ วันสแนปชอต ตรงกับยอดที่คุณมีจริงในวันนั้นหรือไม่ ก็จับความผิดปกติที่ชัดที่สุดได้แล้ว เช่น ถ้าคุณมี USDT อยู่ห้าหมื่นแต่รายงานบันทึกไว้ห้าพัน นั่นคือปัญหาใหญ่ที่ต้องทักฝ่ายบริการลูกค้าทันที

ระดับถัดไปสำหรับคนอยากลึก: เครื่องมือของ OKX ใช้คำสั่งรูปแบบ zk-por-cli verify-user โดยรับพาธของไฟล์พิสูจน์ระดับรวมและไฟล์พิสูจน์ของผู้ใช้ ผลลัพธ์จะบอกว่าบัญชีคุณถูกรวมอยู่ในต้นไม้และยอดรวมถูกต้องหรือไม่ ถ้าอยากตรวจถึงระดับวงจรคำนวณเองต้องสร้างใหม่ซึ่งใช้เวลาเกินครึ่งชั่วโมง

ขั้นที่ 3 — ตรวจฝั่งทรัพย์สินบนเชนด้วยตาตัวเอง

ขั้นที่ 2 ตรวจฝั่ง “หนี้” ไปแล้ว ทีนี้มาตรวจฝั่ง “ของ” กันบ้าง เว็บเทรดที่ทำ PoR จริงจังจะเปิดเผยรายการที่อยู่กระเป๋าของตัวเอง ซึ่งเราเอาไปส่องบนตัวสำรวจบล็อกเชนได้ฟรี

1

หารายการที่อยู่กระเป๋า

ปกติจะอยู่ในหน้า PoR เดียวกัน หรือในไฟล์รายงานที่ให้ดาวน์โหลด บางเจ้าเปิดเป็นตารางแยกตามเชน คัดลอกที่อยู่มาทีละอัน

2

ส่องบนตัวสำรวจบล็อกเชน

วางที่อยู่ลงในตัวสำรวจของเชนนั้น ดูยอดคงเหลือปัจจุบันและประวัติการเคลื่อนไหว สิ่งที่ควรเห็นคือยอดใหญ่ที่นิ่ง มีเข้าออกสม่ำเสมอตามการฝากถอนปกติ

3

จับสัญญาณผิดปกติ

สิ่งที่น่ากลัวคือยอดไหลออกต่อเนื่องเป็นก้อนใหญ่ไปยังปลายทางที่ไม่ใช่เว็บเทรดอื่น หรือกระเป๋าที่เคยมีเงินแล้วแห้งลงเรื่อย ๆ ในช่วงหลายเดือน แบบเดียวกับที่เกิดกับเคสในหัวข้อก่อนหน้า

📌 ถ้ายังไม่ถนัดอ่านหน้าตัวสำรวจบล็อกเชน แนะนำให้อ่านคู่มือของเราเรื่องวิธีอ่าน Block Explorer ก่อน จะทำขั้นนี้ได้เร็วขึ้นมาก เพราะทักษะเดียวกันเป๊ะ แค่เปลี่ยนจากส่องธุรกรรมของตัวเองเป็นส่องกระเป๋าของเว็บเทรด

ฝั่งไทย — Bitkub และเกราะที่ ก.ล.ต. บังคับไว้

คนไทยที่ใช้เว็บเทรดในประเทศมีข้อได้เปรียบอยู่อย่างหนึ่ง คือนอกจาก PoR แบบสมัครใจแล้ว ยังมีเกราะจากกฎหมายซ้อนอยู่ด้วย ซึ่งบางข้อเข้มกว่าที่หลายคนคิด

กลไก สาระสำคัญ ผู้ใช้ได้อะไร
รายงานต่อ ก.ล.ต. รายวัน ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตต้องรายงานเงินกองทุนและมูลค่าทรัพย์สินลูกค้าที่ดูแลอยู่เป็นรายวัน มีหน่วยงานกำกับเห็นตัวเลขทุกวัน ไม่ใช่แค่เดือนละครั้งตอนทำ PoR
ต้องดำรงทรัพย์สินไม่น้อยกว่า 100% ต้องมีทรัพย์สินสำรองไม่ต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินลูกค้าทั้งหมดที่ถืออยู่ เป็นข้อบังคับตามเกณฑ์ ไม่ใช่คำสัญญาเชิงการตลาด
สัดส่วน cold wallet บอร์ด ก.ล.ต. เห็นชอบปรับสัดส่วนการเก็บรักษาทรัพย์สินลูกค้าใน cold wallet เป็นไม่น้อยกว่า 95% จากเดิม 90% ลดความเสียหายเวลาระบบออนไลน์ถูกเจาะ เพราะเงินส่วนใหญ่ไม่ได้ต่อเน็ต
PoR บน CoinMarketCap Bitkub เป็นรายแรกของไทยที่เผยแพร่ข้อมูล PoR บนแพลตฟอร์มข้อมูลกลางระดับโลก ดูข้อมูลจากแหล่งที่สามได้ ไม่ต้องดูจากหน้าเว็บของเว็บเทรดอย่างเดียว
💡 ข้อจำกัดที่ควรรู้ของข้อมูลบน CoinMarketCap คือระบบจะแสดงเฉพาะสินทรัพย์ที่มียอดในกระเป๋าเกินระดับที่กำหนดและเป็นเหรียญที่แพลตฟอร์มรองรับเท่านั้น เหรียญเล็กที่ซื้อขายบนกระดานไทยแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ จะไม่ปรากฏในข้อมูล PoR ดังนั้นอย่าตีความว่า “ไม่เห็นในตาราง” เท่ากับ “ไม่มีของ”

สิ่งที่ PoR บอกเราไม่ได้ (อ่านข้อนี้ให้จบ)

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดของบทความ เพราะคนจำนวนมากเห็นตัวเลข 100% แล้วสบายใจเกินจริง PoR เป็นเครื่องมือที่ดี แต่มีขอบเขตชัดเจน

1

มันคือภาพนิ่ง ไม่ใช่กล้องวงจรปิด

PoR จับภาพ ณ วินาทีเดียว ในทางทฤษฎีเว็บเทรดสามารถยืมเงินมาเติมก่อนถึงเวลาสแนปชอต แล้วคืนหลังจากนั้นได้ วิธีลดความเสี่ยงคือดูหลายรอบย้อนหลังว่าตัวเลขนิ่งไหม และให้น้ำหนักกับเจ้าที่ทำถี่กว่า

2

ไม่เห็นหนี้นอกระบบ

เว็บเทรดอาจโชว์ทรัพย์สินบนเชนเป็นกองใหญ่ แต่ซ่อนหนี้สินหรือการนำทรัพย์สินลูกค้าไปวางค้ำที่อื่นไว้ ตรงนี้ PoR ตรวจไม่เจอ ต้องอาศัยงบการเงินและการกำกับดูแลเข้ามาช่วย

3

ไม่การันตีว่าเข้าถึงเงินได้

บทเรียนจาก Zondacrypto ชัดมาก เงินอยู่บนเชนให้เห็น แต่กุญแจอยู่กับคนที่หายตัวไป PoR ที่ไม่มีการพิสูจน์การควบคุมกระเป๋าจึงแทบไม่มีความหมาย

4

ไม่ได้แปลว่าบริหารดี

ต่อให้ตัวเลขผ่านทุกข้อ ก็ยังไม่ได้บอกว่าทีมบริหารซื่อสัตย์หรือมีความสามารถพอ PoR วัดสถานะทรัพย์สิน ไม่ได้วัดคุณภาพคน

💡 สรุปแบบตรงไปตรงมา PoR ช่วยให้คุณ จับเว็บเทรดที่แย่ได้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้รับประกันว่าเจ้าที่ผ่านจะปลอดภัยตลอดไป กฎเหล็กที่ไม่มีวันเปลี่ยนยังคงเดิมคือ เหรียญที่ตั้งใจถือยาว ให้ถอนออกมาเก็บในกระเป๋าที่เราคุมกุญแจเอง ทิ้งไว้บนเว็บเทรดเฉพาะส่วนที่ใช้เทรดจริง

ตารางให้เกรด PoR แบบไหนน่าเชื่อแค่ไหน

เวลาเจอเว็บเทรดที่อ้างว่ามี PoR ให้ลองไล่ตามตารางนี้เพื่อให้เกรดเอง จะได้ไม่หลงกับคำโฆษณา

เกรด ลักษณะที่พบ ควรทำอย่างไร
A อัปเดตอย่างน้อยเดือนละครั้ง มีเครื่องมือให้ผู้ใช้ตรวจเอง เปิดที่อยู่กระเป๋า มีการพิสูจน์การควบคุมกระเป๋า และระบุขอบเขตครบ ใช้ได้ แต่ยังต้องตรวจเองทุกเดือน
B อัปเดตสม่ำเสมอ มีผู้ตรวจภายนอกระบุชื่อ แต่ผู้ใช้ตรวจเองได้จำกัด ใช้ได้ ไม่ควรฝากเกินที่จำเป็น
C มีหน้ารายงาน แต่ข้อมูลเก่ากว่าครึ่งปี หรือครอบคลุมแค่สองสามเหรียญ ทยอยลดยอดที่ฝากไว้ ใช้เท่าที่จำเป็น
D อ้างว่า “ได้รับการตรวจสอบ” ลอย ๆ ไม่มีวันที่ ไม่มีชื่อผู้ตรวจ ไม่มีที่อยู่กระเป๋า อย่าฝากเงินก้อนใหญ่ไว้ ถือเป็นความเสี่ยงสูง

7 กับดักที่คนอ่าน PoR ผิดบ่อยที่สุด

กับดัก ทำไมถึงพลาด วิธีที่ถูกต้อง
เห็นคำว่า audited แล้วจบ คำนี้ไม่มีมาตรฐานบังคับ ใครก็เขียนได้ ดูชื่อผู้ตรวจ วันที่ และขอบเขตที่ตรวจเสมอ
ดูแค่อัตราสำรองรวม ตัวเลขรวมกลบเหรียญที่ขาดอยู่ได้ ไล่ดูรายเหรียญ โดยเฉพาะเหรียญที่คุณฝากไว้
ไม่เช็ควันที่สแนปชอต หน้ารายงานยังอยู่ แต่ข้อมูลค้างมาหลายเดือน ถ้าเก่ากว่า 3 เดือน ให้ถือว่าเลิกทำแล้ว
คิดว่ายอดบนเชนคือของลูกค้าทั้งหมด กระเป๋าอาจรวมทรัพย์สินของบริษัทเองหรือของโครงการอื่น ดูคู่กับฝั่งหนี้สินเสมอ ไม่ดูข้างเดียว
ข้ามขั้นตอนตรวจยอดตัวเอง รายงานรวมสวยแต่ยอดเราอาจไม่ถูกนับ เข้าหน้า Verification เทียบยอดของตัวเองทุกเดือน
เชื่อภาพหน้าจอที่คนมาแชร์ ภาพตัดต่อได้ และมักถูกใช้ปั่นความเชื่อมั่น เข้าไปดูจากหน้าเว็บทางการด้วยตัวเองทุกครั้ง
คิดว่า PoR ผ่านแล้วฝากเท่าไรก็ได้ PoR ไม่ได้ลดความเสี่ยงเรื่องการบริหารหรือการถูกแฮก ถือยาวให้ถอนมาเก็บเอง เหลือบนเว็บเทรดเท่าที่ใช้เทรด

เช็กลิสต์ 12 ข้อ ก่อนไว้ใจเว็บเทรดสักเจ้า

  • เว็บเทรดมีหน้า Proof of Reserves อย่างเป็นทางการ
  • สแนปชอตล่าสุดใหม่กว่า 1 เดือน
  • อัตราสำรองของทุกเหรียญหลักเกิน 100%
  • เหรียญที่คุณฝากไว้จริงอยู่ในรายงาน
  • รายงานระบุว่ารวมยอด staking margin และ futures ด้วยหรือไม่
  • มีชื่อผู้ตรวจสอบภายนอก หรือมีเครื่องมือโอเพนซอร์สให้ตรวจเอง
  • คุณเข้าหน้า Verification แล้ว และเจอ Record ID หรือ Merkle Leaf ของตัวเอง
  • ยอดที่รายงานบันทึกไว้ตรงกับยอดจริงของคุณ ณ วันสแนปชอต
  • เว็บเทรดเปิดเผยรายการที่อยู่กระเป๋าให้ส่องบนเชนได้
  • ส่องกระเป๋าแล้วไม่พบยอดไหลออกผิดปกติต่อเนื่อง
  • ถ้าเป็นเว็บเทรดไทย ตรวจแล้วว่ามีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. จริง
  • เหรียญที่ตั้งใจถือยาวถูกถอนออกไปเก็บในกระเป๋าที่คุณคุมกุญแจเองแล้ว

สรุป

1

PoR ต้องครบสามชิ้น

หนี้ที่ติดลูกค้า การพิสูจน์ว่าคุมกระเป๋าได้จริง และอัตราสำรอง ขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งคือรายงานที่ไม่สมบูรณ์

2

ตรวจยอดตัวเองคือขั้นที่ห้ามข้าม

เข้าเมนู Verification หรือ Audits หา Record ID ของตัวเอง แล้วเทียบยอด ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีต่อเดือน

3

ดูแนวโน้ม ไม่ใช่ตัวเลขเดี่ยว

อัตราสำรองที่ไหลลงต่อเนื่องหลายเดือน อันตรายกว่าตัวเลขต่ำครั้งเดียวที่อธิบายได้

4

PoR มีขอบเขต

เป็นภาพนิ่ง มองไม่เห็นหนี้นอกระบบ และไม่การันตีว่าเข้าถึงเงินได้จริง อย่าใช้แทนการกระจายความเสี่ยง

5

กฎเหล็กยังเหมือนเดิม

ไม่ใช่กุญแจของคุณ ก็ไม่ใช่เหรียญของคุณ ถือยาวให้ถอนมาเก็บเอง ทิ้งไว้บนกระดานเท่าที่จำเป็นต้องใช้

ลองเปิดหน้า Proof of Reserves ของเว็บเทรดที่คุณใช้อยู่ตอนนี้เลย แล้วไล่ตามเช็กลิสต์ทีละข้อ ถ้าผ่านหมดก็สบายใจได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าติดหลายข้อ นั่นคือสัญญาณให้เริ่มทยอยย้ายเงินตั้งแต่วันนี้ ดีกว่าไปรู้ตัวตอนที่ปุ่มถอนกดไม่ได้แล้ว

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) ตัวเลขอัตราสำรองและวันที่สแนปชอตที่อ้างถึงเป็นข้อมูล ณ เวลาที่เผยแพร่ และเปลี่ยนแปลงได้ทุกเดือน เมนูของแต่ละแพลตฟอร์มอาจปรับเปลี่ยนได้ ให้ยึดหน้าทางการของผู้ให้บริการที่คุณใช้เป็นหลัก การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

Binance — Exchange อันดับ 1 ของโลก
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต