Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันจันทร์, สิงหาคม 3, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าว Bitcoinด่วน! Coldcard บานปลาย 1,367 BTC — ลามทุกรุ่น Mk2 ถึง Q ใครสร้าง Seed...

ด่วน! Coldcard บานปลาย 1,367 BTC — ลามทุกรุ่น Mk2 ถึง Q ใครสร้าง Seed หลังปี 2021 ต้องย้ายเหรียญทันที

Bybit — เทรด Futures โบนัส $30,000

วิกฤต Coldcard บานปลายหนักกว่าที่คิด! ยอดความเสียหายพุ่งจาก 594 BTC เป็น 1,367 BTC (ราว 88.6 ล้านดอลลาร์) จากกระเป๋าที่ถูกกวาดแล้ว 4,585 แอดเดรส และข้อมูลใหม่ที่น่าตกใจที่สุดคือ — ช่องโหว่นี้ ไม่ได้จำกัดแค่รุ่น Mk3 อย่างที่เข้าใจกันตอนแรก แต่ลามครอบคลุม Mk2, Mk3, Mk4, Mk5 และ Q หมายความว่าใครก็ตามที่สร้าง Seed บนอุปกรณ์เหล่านี้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 เป็นต้นมา ถือว่าอยู่ในความเสี่ยงทั้งหมด

สถานการณ์ล่าสุด — 3 ระลอกการโจมตี

Galaxy Research ซึ่งติดตามการเคลื่อนไหวของเหรียญบนเชนตั้งแต่ต้น ระบุว่าการโจมตีเกิดขึ้นเป็นระลอก ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ

ระลอก ช่วงเวลา ความเสียหาย
ระลอกที่ 1 30 กรกฎาคม 2026 1,082.65 BTC จาก 1,196 แอดเดรส ภายใน 41 นาที (ราว 70.2 ล้านดอลลาร์ ณ ขณะนั้น)
ระลอกถัดมา ต่อเนื่องหลังจากนั้น ทยอยกวาดเพิ่มเรื่อยๆ ไม่หยุด
ระลอกที่ 3 ศุกร์เที่ยง – เสาร์เช้า (UTC) 207.7 BTC จาก 1,912 แอดเดรส — คราวนี้ไล่เก็บกระเป๋ายอดน้อย
ยอดรวมล่าสุด ณ ต้นเดือนสิงหาคม 2026 1,367 BTC ราว 88.6 ล้านดอลลาร์ จาก 4,585 แอดเดรส
💡 จุดที่ต้องระวังที่สุด: ระลอกที่ 3 แสดงให้เห็นว่าผู้โจมตีเริ่มไล่เก็บกระเป๋าใบเล็กแล้ว — เดิมทีเน้นแต่ใบใหญ่ ตอนนี้ยอดน้อยแค่ไหนก็ไม่ปลอดภัย อย่าคิดว่า “เรามีนิดเดียวคงไม่โดน”

ข้อมูลจาก CryptoQuant ยังชี้ว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเหรียญของกระเป๋าที่ถือต่ำกว่า 1 BTC ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วิกฤต FTX — สะท้อนว่ารายย่อยกำลังแห่ย้ายเหรียญกันจริง

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX

รุ่นไหนเสี่ยงบ้าง (อัปเดตใหม่)

นี่คือส่วนที่เปลี่ยนไปจากรายงานชุดแรกอย่างมีนัยสำคัญ — ตอนแรกเข้าใจกันว่าเป็นปัญหาเฉพาะ Mk3 แต่ข้อมูลล่าสุดยืนยันว่ากระทบทุกรุ่นที่ผลิตในช่วงนั้น

รุ่นที่ได้รับผลกระทบ ระดับความอ่อนแอของ Seed เฟิร์มแวร์แก้ไข (ออก 31 ก.ค.)
Coldcard Mk2 / Mk3 เอนโทรปีเหลือราว 40 บิต (อ่อนแอที่สุด) เวอร์ชัน 4.2.0 (Mk3)
Coldcard Mk4 / Mk5 เอนโทรปีเหลือราว 72 บิต เวอร์ชัน 5.6.0
Coldcard Q เอนโทรปีเหลือราว 72 บิต เวอร์ชัน 1.5.0Q

เทียบให้เห็นภาพ: Seed แบบ BIP-39 จำนวน 12 คำ ควรมีความแข็งแรงระดับ 128 บิต แต่เครื่องที่มีปัญหาเหลือแค่ 40–72 บิต ซึ่งอยู่ในระดับที่คอมพิวเตอร์ยุคนี้ไล่เดาได้จริง

⚠️ เข้าใจให้ตรงจุด: การอัปเดตเฟิร์มแวร์ ไม่ได้ซ่อม Seed เดิมที่สร้างไปแล้ว — เฟิร์มแวร์ใหม่แค่ทำให้ Seed ที่สร้างต่อจากนี้ปลอดภัย ส่วน Seed เก่ายังอ่อนแอเหมือนเดิม และถ้าเอา Seed เก่าไปกู้คืนในเครื่องที่อัปเดตแล้วหรือกระเป๋ายี่ห้ออื่น ความเสี่ยงก็ตามไปด้วย

ทำไมถึงโดน — เจาะต้นตอทางเทคนิค

ทีมวิศวกรของ Block เป็นผู้สาวไปถึงต้นตอ พบว่าเกิดจากความผิดพลาดเล็กๆ ในการตั้งค่าตอนคอมไพล์เฟิร์มแวร์เมื่อเดือนมีนาคม 2021

🔧 ต้นเหตุ

ค่า MICROPY_HW_ENABLE_RNG ถูกตั้งเป็น 0 เพราะ Coinkite ใช้ตัวเรียกชิปสุ่มฮาร์ดแวร์ของตัวเอง แต่ไลบรารีกลับไปเช็คแค่ว่า “มีค่านี้อยู่ไหม” ไม่ได้เช็คว่า “เปิดใช้งานหรือเปล่า”

🎲 ผลที่ตามมา

ระบบจึงตกไปใช้ตัวสุ่มสำรองของซอฟต์แวร์ ซึ่งเริ่มต้นค่าจากหมายเลขประจำชิป + ค่านาฬิกา แล้วไม่เก็บความสุ่มใหม่เพิ่มอีกเลย

พูดง่ายๆ คือ กุญแจที่ควรถูกสุ่มแบบเดาไม่ได้ กลับถูกสร้างจากข้อมูลที่คาดเดาได้ ผู้โจมตีจึงสามารถไล่คำนวณ Seed ที่เป็นไปได้แบบออฟไลน์ แล้วนำไปเทียบกับแอดเดรสบนบล็อกเชนสาธารณะ — โดยไม่ต้องแตะตัวเครื่องเลยแม้แต่นิดเดียว

ต้องทำอะไรบ้าง ทีละขั้น

ถ้าคุณหรือคนรู้จักใช้ Coldcard และสร้าง Seed ตั้งแต่มีนาคม 2021 เป็นต้นมา นี่คือสิ่งที่ต้องทำ

1

อัปเดตเฟิร์มแวร์ก่อน

ติดตั้งเฟิร์มแวร์เวอร์ชันแก้ไขจากเว็บไซต์ทางการของ Coinkite ให้ตรงรุ่นของคุณ

2

สร้าง Seed ใหม่ทั้งชุด

ต้องสร้างใหม่บนเฟิร์มแวร์ที่แก้แล้วเท่านั้น ห้ามกู้ Seed เดิมกลับมาใช้เด็ดขาด เพราะความเสี่ยงจะติดตามไปด้วย

3

ย้ายเหรียญทั้งหมดทันที

โอน BTC จากแอดเดรสเดิมไปยังแอดเดรสที่สร้างจาก Seed ใหม่ ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะการกวาดยังดำเนินอยู่

4

อย่ารอดูเชิง

ระลอกล่าสุดไล่เก็บกระเป๋ายอดน้อยแล้ว การคิดว่า “ของเรานิดเดียว” ไม่ใช่เกราะป้องกันอีกต่อไป

เช็กลิสต์ก่อนลงมือ:

  • ดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์จากเว็บไซต์ทางการเท่านั้น — ช่วงข่าวแบบนี้มิจฉาชีพจะปล่อยลิงก์ปลอมเยอะมาก
  • ห้ามกรอก Seed เดิมลงเว็บไซต์หรือแอปใดๆ ที่อ้างว่า “ตรวจสอบให้ว่าคุณเสี่ยงไหม” — นั่นคือกลโกง
  • ไม่มีใครจากบริษัทกระเป๋าจะทักมาขอ Seed ของคุณ ไม่ว่ากรณีใด
  • เตรียมค่าธรรมเนียมเครือข่ายให้พอ เพราะช่วงคนแห่ย้ายพร้อมกันค่าธรรมเนียมจะสูงขึ้น

บทเรียนสำหรับสายเก็บเหรียญเอง

เหตุการณ์นี้จุดประเด็นถกเถียงเรื่องการเก็บเหรียญด้วยตัวเอง (Self-Custody) ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ข้อสรุปไม่ใช่ “อย่าเก็บเอง” — ประเด็นอยู่ที่การกระจายความเสี่ยง

📌 สิ่งที่เคสนี้สอนเรา: ต่อให้เป็นกระเป๋าเย็นที่ไม่เคยต่ออินเทอร์เน็ตเลย ก็ยังพังได้ถ้าขั้นตอนสร้างกุญแจมีปัญหา — ความปลอดภัยไม่ได้อยู่ที่ “ออฟไลน์หรือไม่” อย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณภาพของความสุ่มตั้งแต่วินาทีแรกที่สร้าง Seed

บทเรียนที่นำไปใช้ได้จริงคือ อย่าเก็บทรัพย์สินทั้งหมดไว้ในกระเป๋าเดียวหรือยี่ห้อเดียว การกระจายไปหลายอุปกรณ์ หลายผู้ผลิต หรือใช้ระบบหลายลายเซ็น (Multisig) ที่ผสมยี่ห้อกัน จะทำให้ช่องโหว่ของผู้ผลิตรายเดียวไม่สามารถล้มพอร์ตทั้งใบได้

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข่าวและข้อมูลด้านความปลอดภัยเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) สถานการณ์ยังมีการอัปเดตต่อเนื่อง โปรดติดตามประกาศจากผู้ผลิตโดยตรง การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง
TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต