ยักษ์ใหญ่วอลล์สตรีทออกโรงพร้อมกันแบบไม่เคยมีมาก่อน! BlackRock, Goldman Sachs, Fidelity, Franklin Templeton และ SoFi ประกาศสนับสนุนร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่จะวางกรอบกำกับดูแลคริปโตของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ รวมเม็ดเงินภายใต้การบริหารของกลุ่มที่หนุนร่างนี้ทะลุ 30 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ในวันเดียวกันนั้นเอง วุฒิสภาสหรัฐฯ กลับตัดสินใจพับวาระโหวตออกไป เพื่อเปิดทางให้ร่างคว่ำบาตรรัสเซียและการรับรองตำแหน่งของฝ่ายบริหารแทน ทำให้โอกาสผ่านร่างก่อนปิดสมัยประชุมเดือนสิงหาคมริบหรี่ลงทันที
📑 สารบัญ
วอลล์สตรีทยกทัพหนุน CLARITY Act
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สถาบันการเงินระดับโลกทยอยออกแถลงการณ์สนับสนุนร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า CLARITY Act อย่างเปิดเผย ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวที่แข็งกร้าวที่สุดของวอลล์สตรีทต่อนโยบายคริปโตนับตั้งแต่มีการอนุมัติ Bitcoin Spot ETF
สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้มีน้ำหนักคือ “ขนาด” ของผู้สนับสนุน — เมื่อรวมสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของกลุ่มบริษัทที่ออกมาหนุนร่างนี้ ตัวเลขทะลุ 30 ล้านล้านดอลลาร์ และบางการประเมินระบุว่าอาจสูงถึงเกือบ 50 ล้านล้านดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับวิธีนับ
| บริษัท | ผู้ให้ความเห็น | ใจความสำคัญ |
|---|---|---|
| BlackRock | Samara Cohen | เป็นก้าวสำคัญสู่กรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้นักลงทุนมาก่อน |
| Goldman Sachs | David Solomon (CEO) | จะสร้างสนามแข่งที่เท่าเทียม เพิ่มเสถียรภาพให้ตลาด |
| Fidelity | แถลงองค์กร | ตลาดต้องการ “กฎกติกาที่ชัดเจน” เพื่อสร้างความเชื่อมั่น |
| Franklin Templeton | แถลงองค์กร | ร่างนี้จะทำให้ชัดว่าคริปโตถูกกำกับอย่างไร นักลงทุนจะรู้ว่ามีการคุ้มครองแค่ไหน |
| SoFi | Anthony Noto (CEO) | กฎที่ยั่งยืนสำคัญต่อความสามารถแข่งขันของสหรัฐฯ ในเวทีโลก |
นอกจากนี้ยังมีชื่อของ Charles Schwab และ Grayscale ปรากฏอยู่ในกลุ่มผู้สนับสนุนด้วย
CLARITY Act คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ
CLARITY Act (รหัสร่าง H.R. 3633) ถูกเสนอเข้าสภาครั้งแรกเมื่อ 29 พฤษภาคม 2025 หัวใจของร่างนี้คือการ แบ่งเขตอำนาจกำกับดูแลระหว่าง ก.ล.ต.สหรัฐฯ (SEC) กับ CFTC ให้ชัดเจน ซึ่งเป็นปัญหาคาราคาซังที่หลอกหลอนอุตสาหกรรมคริปโตอเมริกันมาหลายปี
ที่ผ่านมาโครงการคริปโตในสหรัฐฯ ต้องเดาเอาเองว่าเหรียญของตัวเองเป็น “หลักทรัพย์” (อยู่ใต้ SEC) หรือ “สินค้าโภคภัณฑ์” (อยู่ใต้ CFTC) ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องนับไม่ถ้วน และทำให้หลายบริษัทย้ายฐานออกนอกประเทศ
แบ่งอำนาจ SEC กับ CFTC
กำหนดชัดเจนว่าสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทไหนอยู่ใต้หน่วยงานใด ลดความคลุมเครือทางกฎหมาย
ข้อกำหนดต้านฟอกเงิน
วางมาตรฐาน AML สำหรับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งระบบ
ข้อจำกัดจริยธรรมเจ้าหน้าที่รัฐ
ห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเข้าไปมีส่วนได้เสียกับโครงการคริปโต
แต่วุฒิสภาพับวาระ — เกิดอะไรขึ้น
ทั้งที่แรงหนุนจากวอลล์สตรีทมาเต็ม แต่ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา John Thune กลับเลือกจัดสรรเวลาในสภาให้กับร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียและการรับรองตำแหน่งของฝ่ายบริหารก่อน
เหตุผลเชิงเทคนิคคือ ระเบียบวุฒิสภาสหรัฐฯ มักจำกัดให้พิจารณาร่างที่มีข้อถกเถียงได้ทีละฉบับเท่านั้น เมื่อร่างคว่ำบาตรรัสเซียถูกจัดคิวไปแล้ว CLARITY Act จึงต้องรอ
| ไทม์ไลน์ | สถานะ |
|---|---|
| สัปดาห์นี้ | ไม่น่าจะมีการโหวต CLARITY Act |
| 8 สิงหาคม 2026 | วุฒิสภาเริ่มปิดสมัยประชุมฤดูร้อน |
| กันยายน 2026 | โอกาสถัดไป — เปิดประชุมได้ไม่กี่สัปดาห์ |
| หลังเลือกตั้ง พ.ย. | เข้าสู่ช่วง lame duck โอกาสผ่านยิ่งยากขึ้น |
นักวิเคราะห์บางรายประเมินว่าโอกาสที่ร่างนี้จะผ่านได้ภายในปี 2026 เหลืออยู่ ต่ำกว่า 38%
ปมที่ยังตกลงกันไม่ได้
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คิวประชุมอย่างเดียว แต่เนื้อร่างเองก็ยังมีจุดที่สองพรรคตกลงกันไม่ลงตัว
🚩 1. ปมจริยธรรมเจ้าหน้าที่รัฐ
ฝ่ายเดโมแครตกับฝ่ายบริหารยังขัดแย้งเรื่องข้อจำกัดห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงประธานาธิบดีทรัมป์ เข้าไปหนุนโครงการคริปโต มีรายงานว่าทรัมป์ยอมรับข้อจำกัดแล้ว แต่เดโมแครตยังเห็นว่าข้อจำกัดนั้น “ไม่รัดกุมพอ”
🚩 2. ศึกดอกเบี้ยจาก Stablecoin
JPMorgan Chase ออกมาคัดค้านบางมาตรา โดยหนุนข้อเรียกร้องของกลุ่มธนาคารที่ต้องการให้จำกัดการจ่ายผลตอบแทน (yield) จาก stablecoin ให้เข้มขึ้น ขณะที่ฝั่ง Coinbase และบริษัทคริปโตโต้กลับว่าข้อเรียกร้องแบบนี้จะทำให้ร่างอ่อนแอลง
🚩 3. ต้องกลับไปที่สภาล่างอีกรอบ
ต่อให้ผ่านวุฒิสภาได้ ร่างยังต้องย้อนกลับไปให้สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบอีกครั้ง ก่อนถึงโต๊ะประธานาธิบดี ซึ่งกินเวลาเพิ่มอีกไม่น้อย
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ความล่าช้าครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ตลาดคริปโตกำลังอ่อนแรงอยู่แล้ว โดยดัชนี Fear and Greed ยังคงอยู่ในโซนความกลัว และ Bitcoin เคลื่อนไหวแถวระดับ 64K ดอลลาร์หลังเผชิญแรงเทขายต่อเนื่อง
สำหรับนักลงทุนไทย ประเด็นนี้มีนัยสำคัญ 2 ด้าน:
⚠️ ระยะสั้น: ความไม่แน่นอนยืดเยื้อ
เม็ดเงินสถาบันที่รอ “ความชัดเจนทางกฎหมาย” ก่อนเข้าตลาด จะยังคงรออีกอย่างน้อยถึงเดือนกันยายน กดดันสภาพคล่องในตลาด
📈 ระยะยาว: สัญญาณบวกที่ชัดเจน
การที่ BlackRock, Goldman Sachs และ Fidelity ยอมออกหน้าสนับสนุนอย่างเปิดเผย คือหลักฐานว่าวอลล์สตรีทไม่ได้มองคริปโตเป็นของเล่นอีกต่อไป — พวกเขากำลังล็อบบี้เพื่ออนาคตของตัวเอง
สรุปประเด็นสำคัญ
- BlackRock, Goldman Sachs, Fidelity, Franklin Templeton และ SoFi ประกาศหนุน CLARITY Act รวม AUM กว่า 30 ล้านล้านดอลลาร์
- ร่างนี้จะแบ่งเขตอำนาจ SEC กับ CFTC ให้ชัด พร้อมวางกฎ AML และข้อจำกัดจริยธรรมเจ้าหน้าที่รัฐ
- วุฒิสภาสหรัฐฯ พับวาระโหวตไว้ก่อน เพื่อให้เวลากับร่างคว่ำบาตรรัสเซียและการรับรองตำแหน่ง
- วุฒิสภาปิดสมัยประชุม 8 สิงหาคม 2026 โอกาสถัดไปคือเดือนกันยายน
- ปมค้างคาคือข้อจำกัดจริยธรรมเจ้าหน้าที่รัฐ และศึกเรื่องดอกเบี้ย stablecoin ที่ JPMorgan คัดค้าน
- นักวิเคราะห์ประเมินโอกาสผ่านร่างภายในปี 2026 ต่ำกว่า 38%








