Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันอังคาร, กรกฎาคม 28, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตDeFiLido ขยับ 8 ล้าน ETH ครั้งประวัติศาสตร์! ยุบ Validator อีเธอเรียมหายไป 1 ใน 3...

Lido ขยับ 8 ล้าน ETH ครั้งประวัติศาสตร์! ยุบ Validator อีเธอเรียมหายไป 1 ใน 3 — ผู้ดำเนินการต้องวางเงินค้ำเป็นครั้งแรก

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร

Lido โปรโตคอล Liquid Staking ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มปฏิบัติการย้ายเงิน ETH ที่ฝาก Stake ไว้กว่า 8 ล้านเหรียญ มูลค่าราว 16,500 ล้านดอลลาร์ ไปยัง Validator รูปแบบใหม่ 0x02 ที่เปิดทางโดยอัปเกรด Pectra ผลลัพธ์คือจำนวน Validator ทั้งหมดของเครือข่าย Ethereum จะหายไปราว 1 ใน 3 และเป็นครั้งแรกที่ผู้ดำเนินการโหนดของ Lido ทั้ง 34 รายต้องวางเงิน ETH ค้ำประกันความเสียหาย นี่คือการอัปเกรดแกนกลางครั้งใหญ่ที่สุดของ Lido นับตั้งแต่เวอร์ชัน V2

เกิดอะไรขึ้น: ย้าย 8 ล้าน ETH ครั้งประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 Lido ประกาศเริ่มกระบวนการรวบ (Consolidation) เงิน Stake ก้อนมหึมาของตัวเอง ภายใต้โมดูลใหม่ชื่อ Curated Module v2 หรือ CMv2 ซึ่ง Lido DAO เพิ่งลงมติรับรองไปเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 หลังผ่านการตรวจสอบโค้ด (Audit) และทดสอบบน Testnet เรียบร้อย

ตัวเลขที่เกี่ยวข้องนั้นใหญ่ระดับที่กระทบทั้งเครือข่าย ไม่ใช่แค่ตัว Lido เอง

Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก
รายการ ตัวเลข
จำนวน ETH ที่ย้าย มากกว่า 8 ล้าน ETH
มูลค่าโดยประมาณ ราว 16,500 ล้านดอลลาร์
จำนวน Validator ที่ถูกยุบรวม มากกว่า 265,000 ตัว
ผู้ดำเนินการโหนดที่เกี่ยวข้อง 34 ราย (Curated Node Operators)
วันที่ DAO อนุมัติ 23 กรกฎาคม 2026
📌 Lido คือโปรโตคอล Liquid Staking ที่ให้ผู้ใช้ฝาก ETH แล้วได้ stETH กลับมาใช้ต่อใน DeFi ได้ โดยไม่ต้องล็อกเหรียญไว้เฉย ๆ และไม่ต้องมี ETH ครบ 32 เหรียญเพื่อรัน Validator เอง

ทำไมถึงย้ายได้ตอนนี้ — ปลดล็อกโดย EIP-7251

กุญแจสำคัญคืออัปเกรด Pectra ของ Ethereum ซึ่งมาพร้อม EIP-7251 หรือที่เรียกกันว่า MaxEB (Max Effective Balance) ก่อนหน้านี้ Validator หนึ่งตัวจะมี ETH ทำงานได้สูงสุดแค่ 32 เหรียญ ใครมี ETH มากกว่านั้นก็ต้องแตกออกเป็น Validator หลายตัว

Lido ที่ดูแลเงิน Stake ระดับหลายล้าน ETH จึงต้องรัน Validator เป็นแสน ๆ ตัว ซึ่งแต่ละตัวส่งข้อความ Attestation เข้าเครือข่ายตลอดเวลา กลายเป็นภาระของ Consensus Layer

🔸 Validator แบบเดิม (0x01)

เพดาน 32 ETH ต่อตัว — เงินเยอะเท่าไหร่ก็ต้องแตกจำนวนตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ

🔹 Validator แบบใหม่ (0x02)

รองรับได้สูงสุด 2,048 ETH ต่อตัว — ยุบหลายสิบตัวให้เหลือตัวเดียวได้

ผลจากการย้ายรอบนี้ สัดส่วน ETH ที่ Stake อยู่บน Validator แบบ 0x02 ของทั้งเครือข่าย จะกระโดดจากราว 32% ขึ้นไปเป็นราว 52% ทันที

ผลกระทบต่อเครือข่าย Ethereum

นี่คือส่วนที่น่าสนใจที่สุด เพราะ Lido ตัวเดียวมีน้ำหนักมากพอที่จะเปลี่ยนสถิติของทั้งเครือข่าย

📉 1. จำนวน Validator ทั้งเครือข่ายลดลงราว 33%

จากที่ปัจจุบันมี Validator ทำงานอยู่เกือบ 887,000 ตัว การยุบรวมของ Lido เพียงรายเดียวจะทำให้ตัวเลขนี้หายไปประมาณหนึ่งในสาม โดยที่จำนวน ETH ที่ค้ำประกันเครือข่ายเท่าเดิมทุกประการ

📡 2. ข้อความ Attestation ลดลงราว 29% ต่อ Epoch

Validator น้อยลง = ข้อความที่ต้องส่งและตรวจสอบน้อยลง ช่วยลดภาระแบนด์วิดท์และการประมวลผลของโหนดทั่วเครือข่าย ซึ่งเป็นหนึ่งในคอขวดที่นักพัฒนา Ethereum พูดถึงมาตลอด

💡 สิ่งที่ ไม่ เปลี่ยน: ค่า Gas และความเร็วในการทำธุรกรรมของผู้ใช้ทั่วไป การอัปเกรดนี้เกิดที่ชั้น Consensus ไม่ใช่ชั้น Execution จึงไม่ได้ทำให้ค่าธรรมเนียมถูกลงโดยตรง

จุดเปลี่ยนสำคัญ: ผู้ดำเนินการต้องวางเงินค้ำ

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงไม่แพ้กัน คือ CMv2 บังคับให้ผู้ดำเนินการโหนดสาย Curated ทั้ง 34 รายของ Lido ต้อง ล็อก ETH เป็นเงินค้ำประกัน (Bond) เป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ของโปรโตคอล

ที่ผ่านมาผู้ดำเนินการกลุ่มนี้ถูกคัดเลือกด้วยชื่อเสียงและการตรวจสอบจาก DAO เป็นหลัก แต่ไม่ต้องเอาเงินตัวเองมาวางเสี่ยง ทำให้ถูกวิจารณ์เรื่องความรับผิดชอบมานาน

เงินค้ำครอบคลุมความเสี่ยงอะไรบ้าง:

  • การถูก Slashing (ลงโทษตัดเหรียญเมื่อทำผิดกฎ Consensus)
  • การละเมิดเงื่อนไขรางวัลชั้น Execution Layer
  • ความผิดพลาดเชิงปฏิบัติการ เช่น โหนดล่ม ทำให้ผลตอบแทนหาย

พูดง่าย ๆ คือถ้าผู้ดำเนินการทำพลาด เงินของตัวเองจะโดนก่อน ไม่ใช่เงินของผู้ฝากอย่างเดียวเหมือนเดิม

ภาพใหญ่: อัตรา Staking ของ ETH ทำจุดสูงสุดตลอดกาล

การอัปเกรดนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ความต้องการ Stake ETH กำลังร้อนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ตัวชี้วัด สถานะล่าสุด (ปลายกรกฎาคม 2026)
อัตรา Staking ราว 33.6–33.9% ของอุปทานหมุนเวียน — สูงสุดตลอดกาล
ETH ที่ Stake ทั้งหมด ราว 40.9 ล้าน ETH
คิวรอเข้า Stake ราว 2.5 ล้าน ETH รอคิวนานกว่า 43 วัน
คิวรอถอนออก แทบเป็นศูนย์
ผลตอบแทน Staking โดยประมาณ ราว 2.64% ต่อปี

คิวเข้ายาวเป็นเดือนขณะที่คิวออกว่างเปล่า สะท้อนว่าเงินที่ไหลเข้ามาเป็นเงินระยะยาว ไม่ใช่เงินเก็งกำไรระยะสั้น ด้านราคา ETH ยังเคลื่อนไหวแถวระดับ 1,960–1,970 ดอลลาร์ หลังพยายามทะลุแนวต้านสำคัญที่ 2,000 ดอลลาร์แต่ยังไม่สำเร็จ

แล้วคนถือ ETH หรือ stETH ต้องทำอะไรไหม

คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่ต้องทำอะไร การย้ายทั้งหมดเกิดขึ้นที่ระดับโครงสร้าง Validator ภายในโปรโตคอล ไม่ได้แตะยอด stETH ในกระเป๋าของผู้ใช้

  • ยอด stETH ไม่เปลี่ยน ไม่ต้องย้ายเหรียญ ไม่ต้องเซ็นธุรกรรมใด ๆ
  • การฝาก-ถอนผ่าน Lido ยังทำงานตามปกติระหว่างการย้าย
  • ผลตอบแทน Staking ไม่ได้เพิ่มขึ้นทันทีจากการยุบรวมนี้
  • สิ่งที่ดีขึ้นคือประสิทธิภาพเครือข่ายและความรับผิดชอบของผู้ดำเนินการ
💡 ข้อควรจับตา: การที่ Validator รวมศูนย์เป็นตัวใหญ่น้อยตัวลง ช่วยเรื่องประสิทธิภาพก็จริง แต่ก็เป็นประเด็นที่ชุมชนบางส่วนกังวลเรื่องการกระจายอำนาจ เพราะ Lido ถือส่วนแบ่ง Staking ของ Ethereum ในระดับที่ใหญ่ที่สุดในตลาดอยู่แล้ว

สรุปประเด็นสำคัญ

1

ย้าย 8 ล้าน ETH

Lido เริ่มรวบเงิน Stake กว่า 8 ล้าน ETH มูลค่าราว 16,500 ล้านดอลลาร์ ไปยัง Validator แบบ 0x02 ภายใต้ Curated Module v2

2

Validator หายไป 1 ใน 3

ยุบ Validator กว่า 265,000 ตัว ทำให้จำนวน Validator ทั้งเครือข่าย Ethereum ลดลงราว 33% และ Attestation ลดลงราว 29% ต่อ Epoch

3

วางเงินค้ำครั้งแรก

ผู้ดำเนินการโหนด 34 รายต้องล็อก ETH เป็นหลักประกัน ครอบคลุมทั้ง Slashing และความผิดพลาดเชิงปฏิบัติการ

4

เกิดตอน Staking พีคสุด

อัตรา Stake ของ ETH แตะจุดสูงสุดตลอดกาลราว 33.6% คิวรอเข้ายาวกว่า 43 วัน ขณะที่คิวถอนแทบว่างเปล่า

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
P2PB2B — Exchange เหรียญใหม่
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต