Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันอังคาร, สิงหาคม 18, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าวต่างประเทศช็อกวงการสเตเบิลคอยน์! 140 บริษัทยักษ์ Stripe-Coinbase-Visa-BlackRock เปิด “Open USD” ท้าชน Circle — หุ้น CRCL...

ช็อกวงการสเตเบิลคอยน์! 140 บริษัทยักษ์ Stripe-Coinbase-Visa-BlackRock เปิด “Open USD” ท้าชน Circle — หุ้น CRCL ดิ่ง 17%

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร

📌 สรุปประเด็นสำคัญ

  • กลุ่มพันธมิตรกว่า 140 บริษัท ทั้งวอลล์สตรีทและบิ๊กเทค นำโดย Stripe, Coinbase, Mastercard, Visa และ BlackRock เปิดตัวสเตเบิลคอยน์ใหม่ชื่อ “Open USD”
  • จุดขายคือ มินต์-ไถ่ถอนฟรีไม่มีค่าธรรมเนียม และ แบ่งดอกผลจากเงินสำรองคืนให้พันธมิตร โจมตีตรงจุดรายได้หลักของผู้ออกเหรียญรายเดิม
  • หุ้น Circle (CRCL) ผู้ออก USDC ดิ่งกว่า 17% ปิดต่ำกว่า 63 ดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบ 4 เดือน
  • นักวิเคราะห์เตือนว่าแรงเทขายอาจ “ตอบสนองเกินจริง” เพราะสเตเบิลคอยน์แบบกลุ่มพันธมิตรในอดีตยังยึดส่วนแบ่งตลาดได้ยาก

วงการสเตเบิลคอยน์สั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 บริษัทอิสระชื่อ Open Standard ได้เปิดตัวสเตเบิลคอยน์ดอลลาร์ตัวใหม่ในชื่อ “Open USD” พร้อมรายชื่อพันธมิตรผู้ก่อตั้งที่อ่านแล้วต้องตกใจ เพราะรวมเอายักษ์ใหญ่ทั้งฝั่งการเงินดั้งเดิม ฟินเทค ระบบชำระเงิน และคริปโตเข้าไว้ด้วยกันกว่า 140 ราย ส่งผลให้หุ้นของ Circle ผู้ออกเหรียญ USDC ร่วงลงทันที

🤝 พันธมิตร 140 ราย: ใครอยู่เบื้องหลัง Open USD

โครงการนี้นำทีมโดย Zach Abrams ผู้ร่วมก่อตั้ง Bridge บริษัทโครงสร้างพื้นฐานสเตเบิลคอยน์ที่ Stripe เข้าซื้อกิจการเมื่อปี 2024 รายชื่อพันธมิตรหลักที่เปิดเผยออกมาครอบคลุมทั้ง Stripe, Coinbase, Mastercard, Visa, BlackRock, BNY, Standard Chartered, DBS และ U.S. Bank ขณะที่กลุ่มพันธมิตรเพิ่มเติมยังมีชื่อของ Shopify, Google, IBM, Mercado Pago, Fireblocks, Anchorage Digital, MetaMask, Aave, Solana, Polygon และ Ripple รวมแล้วกว่า 140 บริษัท

การรวมตัวของผู้เล่นระดับนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า สเตเบิลคอยน์ไม่ใช่เรื่องของบริษัทคริปโตอีกต่อไป แต่กลายเป็นสมรภูมิที่ทั้งธนาคารใหญ่ เครือข่ายบัตร และบิ๊กเทคต้องการเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่ง

Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก

💸 โมเดลที่ต่างออกไป: ฟรีค่าธรรมเนียม + แบ่งดอกผลคืน

สิ่งที่ทำให้ Open USD เป็นภัยคุกคามต่อ Circle อย่างแท้จริง อยู่ที่ “โครงสร้างรายได้” ที่ออกแบบมาเพื่อโจมตีจุดอ่อนของคู่แข่งโดยตรง

ประเด็น USDC (Circle) Open USD
ค่าธรรมเนียมมินต์/ไถ่ถอน มีค่าธรรมเนียม ไม่มีค่าธรรมเนียม
ดอกผลจากเงินสำรอง ผู้ออกเก็บเองเกือบทั้งหมด แบ่งคืนให้พันธมิตร (หักค่าบริหาร)
การกำกับดูแล ผู้ออกรายเดียวควบคุม สมาชิกร่วมกันกำกับ

ปกติแล้ว Circle ทำกำไรจากการนำเงินสำรองที่หนุนหลัง USDC ไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น แล้วเก็บดอกเบี้ยส่วนใหญ่ไว้เอง แต่ Open USD พลิกเกมด้วยการคืนดอกผลเหล่านั้นให้ธุรกิจที่เข้าร่วม พร้อมเปิดให้มินต์และไถ่ถอนได้ฟรี ซึ่งเท่ากับกินเข้าไปที่เส้นเลือดใหญ่ทางรายได้ของผู้ออกสเตเบิลคอยน์รายเดิมโดยตรง

📉 หุ้น Circle ดิ่ง 17% — Allaire ลั่นยังเชื่อมั่น USDC

ตลาดตอบสนองทันที หุ้น Circle (CRCL) ร่วงลงกว่า 17% ในวันเดียว ปิดต่ำกว่า 63 ดอลลาร์ แตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือน และลดลงราว 55% จากจุดสูงช่วงกลางเดือนพฤษภาคม สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่ออนาคตรายได้ของบริษัท ทั้งที่ USDC ยังมีมูลค่าตลาดราว 73,000 ล้านดอลลาร์

“สเตเบิลคอยน์คือหนึ่งในโอกาสทางตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในยุคที่อินเทอร์เน็ตกำลังเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของการเก็บและการเคลื่อนย้ายเงิน” — Jeremy Allaire ซีอีโอ Circle ที่ยืนยันว่า USDC ยังเป็นเรือธงและเป็นดอลลาร์ดิจิทัลระดับสถาบันที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการเทขายอาจเป็นปฏิกิริยาที่ “ตอบสนองเกินจริง” เพราะในอดีตสเตเบิลคอยน์ที่ออกโดยกลุ่มพันธมิตร เช่น USDG ของ Paxos ก็ยังยึดส่วนแบ่งตลาดได้ยาก การมีพันธมิตรจำนวนมากไม่ได้รับประกันว่าผู้ใช้จะย้ายมาทันที เพราะสภาพคล่องและความเชื่อมั่นที่ USDT และ USDC สั่งสมมานานยังเป็นกำแพงสูง

ประเด็นนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากเฟดออกกฎ AML สเตเบิลคอยน์ที่หลายฝ่ายมองว่า USDC ได้เปรียบ และอยู่ในจังหวะเดียวกับการบังคับใช้กฎ MiCA ในยุโรปที่กดดัน USDT ทำให้สมรภูมิสเตเบิลคอยน์ปี 2026 ร้อนแรงขึ้นทุกด้าน

📌 สรุป: จับตาอะไรต่อ

  • การยอมรับจริง: Open USD จะพิสูจน์ตัวเองได้ก็ต่อเมื่อมีปริมาณการใช้งานและสภาพคล่องจริง ไม่ใช่แค่รายชื่อพันธมิตร
  • แรงกดดันต่อรายได้ Circle: หากโมเดลแบ่งดอกผลได้รับความนิยม ผู้ออกสเตเบิลคอยน์รายเดิมอาจถูกบีบให้ปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียม
  • ภาพรวมตลาด: มูลค่าตลาดสเตเบิลคอยน์รวมทะลุ 300,000 ล้านดอลลาร์ และถูกคาดว่าจะโตถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 จึงเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่ทุกฝ่ายอยากชิง

⚠️ คำเตือนความเสี่ยง

การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีและหุ้นที่เกี่ยวข้องมีความเสี่ยงสูงและผันผวน บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจทุกครั้ง (DYOR)

🔗 แหล่งที่มา

Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปร
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

Binance — Exchange อันดับ 1 ของโลก
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต