📌 สรุปประเด็นสำคัญ
- เฟดเสนอกฎใหม่คุมสเตเบิลคอยน์ บังคับผู้ออกเหรียญยืนยันตัวตนลูกค้าแบบธนาคารก่อนเปิดบัญชีหรือไถ่ถอน
- นักวิเคราะห์ชี้ Circle เจ้าของ USDC ได้เปรียบที่สุด เพราะปฏิบัติตามกฎสหรัฐฯ อยู่แล้ว
- Tether (USDT) ที่ไม่ใช่นิติบุคคลในสหรัฐฯ ส่อเสียเปรียบในตลาดอเมริกามากขึ้น
- คาดรายได้ Circle เกือบเท่าตัว และกำไร EBITDA เพิ่มกว่าเท่าตัวในช่วงปี 2025–2028
สมรภูมิสเตเบิลคอยน์ในสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เสนอกฎระเบียบใหม่เพื่อกำกับดูแลเหรียญที่ตรึงมูลค่ากับเงินดอลลาร์ โดยมุ่งนำมาตรฐานการป้องกันการฟอกเงิน (AML) แบบเดียวกับธนาคารมาบังคับใช้ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะทำให้ Circle ผู้ออกเหรียญ USDC กลายเป็นผู้ได้ประโยชน์มากที่สุด
🏛️ เฟดเสนออะไร?
ภายใต้ข้อเสนอที่เปิดเผยในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ผู้ออกสเตเบิลคอยน์จะต้อง ยืนยันตัวตนของลูกค้า (KYC) ก่อนเปิดบัญชีหรือก่อนการไถ่ถอนเหรียญเป็นเงินสด ซึ่งเท่ากับการนำมาตรฐานต่อต้านการฟอกเงินระดับธนาคารมาใช้กับโลกคริปโตอย่างเต็มรูปแบบ กฎนี้ต่อยอดจากกฎหมาย GENIUS Act ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งเป็นกฎหมายระดับสหพันธรัฐฉบับแรกที่วางกรอบกำกับสเตเบิลคอยน์ที่หนุนหลังด้วยเงินเฟียต
🟢 ทำไม Circle/USDC ได้เปรียบ
เหตุผลหลักคือ USDC ถูกออกแบบให้เป็นเหรียญที่กำกับดูแลเข้มงวดและยึดโยงกับสหรัฐฯ มาตั้งแต่ต้น โดยหนุนหลังด้วยเงินดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasuries) ทำให้เมื่อกฎใหม่ออกมา Circle แทบไม่ต้องปรับตัวมาก ขณะที่คู่แข่งอย่าง Tether ซึ่งดำเนินงานผ่านนิติบุคคลนอกสหรัฐฯ และมีโครงสร้างการหนุนหลังที่โปร่งใสน้อยกว่า จะแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้ยากขึ้น
| เหรียญ | มูลค่าตลาด (โดยประมาณ) | สถานะกำกับดูแลในสหรัฐฯ |
|---|---|---|
| USDC (Circle) | ~73,000–77,000 ล้านดอลลาร์ | สอดคล้องกฎสหรัฐฯ — ผู้นำตลาดในประเทศ |
| USDT (Tether) | ~180,000 ล้านดอลลาร์ (ทั่วโลก) | ออกโดยนิติบุคคลนอกสหรัฐฯ — เสียเปรียบ |
| USAT (Tether US) | ~20 ล้านดอลลาร์ | เวอร์ชันสหรัฐฯ แต่ขนาดยังเล็กมาก |
📊 ธุรกิจ Circle โตแค่ไหน?
Circle ทำรายได้ส่วนใหญ่จากดอกเบี้ยของเงินสำรอง ทั้งเงินฝากและพันธบัตรที่หนุนหลัง USDC ดังนั้นยิ่งมีการออก USDC มากขึ้น รายได้ก็ยิ่งเพิ่มตาม และยังถูกขยายด้วยภาวะดอกเบี้ยสูง นักวิเคราะห์ประเมินว่ารายได้ของ Circle จะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว และกำไร EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วจะเพิ่มกว่าเท่าตัวในช่วงปี 2025–2028 ปัจจุบันบริษัทซื้อขายที่ราว 24 เท่าของ EBITDA ปรับปรุงปีนี้ คิดเป็นมูลค่ากิจการราว 15.9 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้การที่ Circle ได้รับอนุมัติใบอนุญาตธนาคารแบบมีเงื่อนไขในสหรัฐฯ ก็มีโอกาสคืบหน้าได้เร็วขึ้นภายใต้กรอบกฎที่ชัดเจน
แม้ทิศทางจะเป็นบวกต่อ Circle แต่ฝั่ง Tether ก็ไม่ได้นิ่งเฉย โดยพยายามขยายฐานต่อเนื่อง เช่น การนำ USDT เชื่อมระบบชำระเงิน Pix ในบราซิล ขณะที่ภาพรวมการแข่งขันด้านใบอนุญาตยังร้อนแรง สะท้อนจาก การที่ Ripple คว้าใบอนุญาต MiCA ในยุโรป
📌 สรุป: จับตาอะไรต่อ
กฎ AML ใหม่ของเฟดอาจเป็นตัวเร่งให้ตลาดสเตเบิลคอยน์สหรัฐฯ แบ่งขั้วชัดเจนระหว่างเหรียญที่ “สอดคล้องกฎ” กับเหรียญที่ “อยู่นอกระบบ” สิ่งที่ต้องจับตาคือ (1) รายละเอียดและกำหนดบังคับใช้ของกฎ (2) ความคืบหน้าใบอนุญาตธนาคารของ Circle และ (3) การตอบโต้ของ Tether ในตลาดสหรัฐฯ ผ่าน USAT ทั้งหมดนี้จะกำหนดทิศทางของเงินดอลลาร์ดิจิทัลในระยะยาว
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำแนะนำซื้อขายหุ้น/สินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ


