วันพุธ, มิถุนายน 10, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตเจาะ! แฮกเกอร์ปั๊ม Stablecoin ไม่มีหนุนหลัง 13.5 ล้านดอลลาร์ — เตือน "ดอลลาร์ดิจิทัล" ก็พังได้

เจาะ! แฮกเกอร์ปั๊ม Stablecoin ไม่มีหนุนหลัง 13.5 ล้านดอลลาร์ — เตือน “ดอลลาร์ดิจิทัล” ก็พังได้

📊 สรุปประเด็นสำคัญ

  • แฮกเกอร์เจาะ private key ของผู้ออก stablecoin สัญชาติยุโรป StablR แล้วปั๊มเหรียญไม่มีหนุนหลังรวม 13.5 ล้านดอลลาร์
  • กวาดเงินสุทธิไปราว 2.8 ล้านดอลลาร์ และดึง ETH ออกไป 1,115 ETH
  • เหรียญยูโร EURR หลุด peg ลงไปราว 17% ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรเป็น
  • บริษัทความปลอดภัยชี้สาเหตุคือ “ความผิดพลาดด้านการตั้งค่าและการจัดการกุญแจ” ไม่ใช่ช่องโหว่ในสัญญาอัจฉริยะ

เหตุการณ์ล่าสุดในโลก stablecoin กลายเป็นเครื่องเตือนใจครั้งสำคัญว่า “ดอลลาร์ดิจิทัล” ที่หลายคนเชื่อว่ามั่นคงนั้น ก็ยังพังได้ เมื่อผู้ออก stablecoin สัญชาติยุโรปอย่าง StablR ถูกแฮกเกอร์เจาะระบบ ปั๊มเหรียญที่ไม่มีสินทรัพย์หนุนหลังออกมาขายในตลาด สร้างความปั่นป่วนต่อมูลค่าเหรียญทันที

🔓 เจาะกุญแจ — ไม่ใช่บั๊กในโค้ด แต่คือคน

จุดที่น่าสนใจคือ การโจมตีครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากช่องโหว่ในสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) แต่มาจากการที่แฮกเกอร์สามารถเข้าควบคุม private key ของกระเป๋าที่ใช้สร้างเหรียญ (minting wallet) ซึ่งตั้งค่าแบบ multisig แบบ 1-of-3 จากนั้นจึงเพิ่มตัวเองเป็นผู้ดูแลระบบ ถอดผู้ดำเนินการตัวจริงออก แล้วเริ่มปั๊มเหรียญไม่มีหนุนหลังออกมาก่อนนำไปแลกเปลี่ยนบนกระดาน DEX

รายการ มูลค่า
เหรียญไม่มีหนุนหลังที่ปั๊มออกมา รวม 13.5 ล้านดอลลาร์
USDR (ผูกกับดอลลาร์) 8.35 ล้านเหรียญ
EURR (ผูกกับยูโร) 4.5 ล้านเหรียญ
เงินที่กวาดไปสุทธิ ราว 2.8 ล้านดอลลาร์ (1,115 ETH)

📉 ผลกระทบต่อ peg — EURR ทรุด 17%

หลังเหรียญปลอมไหลเข้าสู่ตลาด ราคาเหรียญก็ผันผวนรุนแรง โดย USDR สามารถกลับมายืน peg ที่ 1 ดอลลาร์ได้ แต่ EURR ยังซื้อขายต่ำกว่ามูลค่ายูโรที่ควรเป็นราว 17% ในช่วงรายงานข่าว สะท้อนความเสียหายต่อความเชื่อมั่นที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่

บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอย่าง Blockaid และ GoPlus Security ระบุตรงกันว่าต้นตอของปัญหาคือ “ความผิดพลาดด้านการตั้งค่าระบบและการจัดการกุญแจ (key management)” มากกว่าจะเป็นข้อบกพร่องของโค้ด

“กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า stablecoin แบบรวมศูนย์ก็สามารถล้มเหลวรุนแรงได้ แม้จะถูกมองว่ามีข้อได้เปรียบเหนือทางเลือกแบบกระจายศูนย์”

🌊 ไม่ใช่ครั้งแรก — เทรนด์โจมตี stablecoin ปี 2026

StablR ไม่ใช่กรณีเดียว ก่อนหน้านี้ stablecoin อย่าง Resolv ก็เคยถูกปั๊มเหรียญออกมามูลค่าราว 80 ล้านดอลลาร์ ทำให้ราคาทรุดลงถึง 70% และแฮกเกอร์ทำกำไรไปราว 25 ล้านดอลลาร์ โดยรวมแล้วในปี 2026 ความเสียหายจากการแฮก DeFi ทะลุหลัก 1 พันล้านดอลลาร์ไปแล้ว

อ่านเพิ่มเติม: SEC ปลดล็อค Stablecoin รับเป็นเกือบเงินสด และ แบงก์ยักษ์สหรัฐฯ ประกาศสงคราม Stablecoin

📌 สรุป: จับตาอะไรต่อ

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของ stablecoin หลายครั้งไม่ได้อยู่ที่โค้ด แต่อยู่ที่ การจัดการกุญแจและสิทธิ์การออกเหรียญ สำหรับนักลงทุน ควรเลือกใช้ stablecoin ที่มีการตรวจสอบบัญชี (audit) โปร่งใส มีการกระจายสิทธิ์ multisig ที่ปลอดภัย และติดตามสถานะ peg อย่างสม่ำเสมอ

⚠️ คำเตือนความเสี่ยง

แม้ stablecoin จะออกแบบมาให้มูลค่าคงที่ แต่ก็มีความเสี่ยงจากการถูกแฮก การหลุด peg และความเสี่ยงด้านผู้ออกเหรียญ บทความนี้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

📎 แหล่งที่มา

Gizmodo — The Latest Stablecoin Hack Is a Reminder That ‘Digital Dollars’ Can Still Break
CCN — Biggest DeFi Hacks and Exploits of 2026
TRM Labs — 2026 Crypto Crime Report

ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด