Gnosis Pay ผู้ให้บริการบัตรเดบิต Visa ที่เชื่อมตรงกับกระเป๋าคริปโตแบบ self-custody เปิดเผยเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ว่าระบบบัตรรุ่นเก่าถูกบุกรุกโดยไม่ได้รับอนุญาตตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน ข้อมูลลูกค้าที่หลุดออกไปมีทั้งเลขบัตรเต็ม วันหมดอายุ รหัส CVV ที่อยู่บ้าน และที่อยู่ wallet คริปโต แต่บริษัทย้ำว่าเงินในกระเป๋าคริปโตของลูกค้าไม่ถูกแตะต้องแม้แต่บาทเดียว
1) Gnosis Pay เจอบุกรุกระบบบัตรรุ่นเก่า ตรวจพบ 3 พ.ย. 2569 เปิดเผยต่อลูกค้า 6 พ.ย. — ข้อมูลหลุดครบเซ็ต เลขบัตร, CVV, ที่อยู่, wallet address บางรายมี IBAN/BIC ด้วย
2) เงินในกระเป๋าคริปโตปลอดภัย 100% เพราะ private key ไม่เคยถูกเก็บในฐานข้อมูลที่ถูกเจาะ ระบบบัตรแยกจากสัญญาอัจฉริยะ Safe ที่ถือครองทรัพย์สินจริงโดยสิ้นเชิง
3) จังหวะเกิดก่อนบัตรรุ่นนี้จะปิดตัวเองอยู่แล้วในวันที่ 20 ธ.ค. 2569 (ประกาศไว้ตั้งแต่ ก.ย.) — ต้องเปิด 3D Secure ทุกการจ่ายออนไลน์จนกว่าจะปิดระบบจริง
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้นที่ Gnosis Pay
ตามรายงานของ Cointelegraph Gnosis Pay ตรวจพบการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตในระบบบัตรเดบิตรุ่นเก่า (legacy consumer card system) เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน และเริ่มควบคุมสถานการณ์ภายใน 2 ชั่วโมงหลังตรวจพบ บริษัทเปลี่ยนรหัสผ่าน/credential ที่ถูกเจาะทั้งหมด และแก้ช่องโหว่ที่เป็นต้นเหตุทันที
Gnosis Pay คือบริการที่เชื่อมกระเป๋าคริปโตแบบ self-custody (ผู้ใช้ถือกุญแจเองผ่านสัญญาอัจฉริยะ Safe) เข้ากับบัตรเดบิต Visa ให้รูดจ่ายที่ร้านค้าทั่วไปได้โดยไม่ต้องแปลงเป็นเงินสดก่อน บริษัทยืนยันว่าแพลตฟอร์มฝั่งองค์กร (enterprise) ที่ให้บริการบัตร white-label แก่ธุรกิจอื่นไม่ได้รับผลกระทบ กระทบเฉพาะระบบบัตรฝั่งผู้บริโภครุ่นเก่าเท่านั้น
ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทุกคนได้รับอีเมลแจ้งเตือนเป็นรายบุคคลเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ระบุข้อมูลที่ถูกขโมยไปของแต่ละคนโดยเฉพาะ แต่บริษัทไม่ได้เปิดเผยตัวเลขจำนวนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดต่อสาธารณะ
ข้อมูลอะไรหลุดไปบ้าง
ตามหนังสือแจ้งเตือนที่ Cointelegraph ตรวจสอบ ข้อมูลที่หลุดไปครอบคลุมทั้งข้อมูลบัตรและข้อมูลส่วนตัว:
- เลขบัตรเต็ม (full card number) วันหมดอายุ และรหัส CVV
- ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่บ้าน และสัญชาติ
- ที่อยู่ wallet คริปโตที่ผูกกับบัญชี
- อีเมลและเบอร์โทรศัพท์
- บางรายมีข้อมูลธนาคารเพิ่ม เช่น IBAN และ BIC
ทำไมเงินในกระเป๋ายังปลอดภัย
จุดสำคัญที่ทำให้เหตุการณ์นี้ไม่ลุกลามเป็นการขโมยเงินจริง คือสถาปัตยกรรมของ Gnosis Pay แยกฐานข้อมูลลูกค้า (ใช้เก็บชื่อ ที่อยู่ เลขบัตร) ออกจากกุญแจที่ควบคุมทรัพย์สินคริปโตโดยสิ้นเชิง เงินของผู้ใช้แต่ละคนอยู่ในสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) แบบ Safe multisig บนบล็อกเชน ซึ่งเปิดใช้งานได้ด้วย private key ที่ผู้ใช้ถือเองเท่านั้น
พูดง่ายๆ คือฐานข้อมูลที่ถูกเจาะเปรียบเหมือนตู้เก็บเอกสารชื่อ-ที่อยู่ลูกค้าในออฟฟิศ ส่วนทรัพย์สินคริปโตจริงอยู่ในตู้เซฟอีกใบที่กุญแจอยู่กับเจ้าของคนเดียว ไม่เคยถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์รุ่นเก่าที่โดนเจาะเลย แฮกเกอร์จึงเห็นแค่ “ใครเป็นใคร” แต่แตะทรัพย์สินไม่ได้
ไทม์ไลน์: เกิดก่อนปิดระบบบัตรเดิมไม่ถึงเดือนครึ่ง
ที่น่าสังเกตคือ Gnosis Pay ประกาศยุติบัตรรุ่น branded เดิมไปแล้วตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน (ก่อนเหตุแฮกเกิดขึ้นกว่า 1 เดือน) เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเกิดขึ้นในช่วงนับถอยหลังปิดระบบพอดี
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 21 ก.ย. 2569 | ประกาศยุติบัตรรุ่น branded เดิม (แผนเดิม ไม่เกี่ยวกับเหตุแฮก) |
| 3 พ.ย. 2569 | ตรวจพบการบุกรุกระบบบัตรรุ่นเก่า เริ่มควบคุมใน 2 ชม. |
| 6 พ.ย. 2569 | เปิดเผยต่อสาธารณะ + อีเมลแจ้งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบรายบุคคล |
| 20 ธ.ค. 2569 | บัตรรุ่นเดิมหยุดทำงานถาวร (23:59 UTC) |
| 18 มิ.ย. 2570 | ยุติซัพพอร์ตลูกค้าทั่วไปสำหรับบัตรรุ่นนี้ |
ระหว่างนี้ Gnosis Pay บังคับให้การจ่ายเงินออนไลน์ทุกรายการต้องผ่าน 3D Secure (ยืนยันตัวตนเพิ่มขั้นตอน) จนกว่าระบบจะปิดจริง พร้อมจับตาความเคลื่อนไหวบัตรและกระเป๋าใกล้ชิดขึ้น และจัดทีมเฉพาะมอนิเตอร์ความเสี่ยงที่ข้อมูลที่หลุดไปจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด
นี่ไม่ใช่ปัญหาความปลอดภัยครั้งแรกของ Gnosis Pay ในปีนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทเคยเจอช่องโหว่ใน Zodiac smart contract framework ที่ทำให้เงินลูกค้าสูญไปราว 1.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทยืนยันคืนเงินให้ลูกค้าครบแล้ว และระบุว่าเป็นเหตุการณ์แยกกันไม่เกี่ยวข้องกับการรั่วไหลครั้งนี้
มุมนักลงทุนไทย
คนไทยที่ใช้บัตรเดบิตคริปโตต่างประเทศแบบ Gnosis Pay มักเลือกใช้เพราะสะดวกรูดจ่ายคริปโตได้ทันทีโดยไม่ต้องขายแปลงเป็นเงินบาทก่อน แต่เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดว่าแม้เงินคริปโตฝั่ง self-custody จะปลอดภัยจากการแฮกฐานข้อมูล ข้อมูลส่วนตัวอย่างเลขบัตรและที่อยู่ก็ยังมีความเสี่ยงรั่วได้เสมอ และมักถูกนำไปใช้ปลอมเป็นข้อความ SMS/LINE แอบอ้างธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเพื่อหลอกถามรหัส OTP ต่อ ซึ่งเป็นรูปแบบกลโกงที่พบบ่อยในไทย
ผู้ที่ใช้บัตรเดบิต/เครดิตผูกกับคริปโตจากผู้ให้บริการต่างชาติ ควรเปิดการแจ้งเตือนทุกธุรกรรมผ่านแอป ตั้ง 3D Secure หากมีให้เลือก และตรวจสอบกับช่องทางทางการของผู้ออกบัตรโดยตรงหากได้รับอีเมลหรือข้อความแจ้งเหตุผิดปกติ ไม่กดลิงก์จากข้อความที่ส่งเข้ามาเอง
คำถามที่พบบ่อย
Gnosis Pay คืออะไร?
Gnosis Pay คือผู้ให้บริการบัตรเดบิต Visa ที่เชื่อมตรงกับกระเป๋าคริปโตแบบ self-custody (Safe wallet) ให้ผู้ใช้นำคริปโตไปรูดจ่ายที่ร้านค้าทั่วไปได้โดยไม่ต้องแปลงเป็นเงินสดก่อน
เงินในกระเป๋าคริปโตของลูกค้าปลอดภัยไหม?
ปลอดภัย เพราะเหตุการณ์นี้กระทบเฉพาะฐานข้อมูลข้อมูลส่วนตัว/บัตรรุ่นเก่า ไม่ได้แตะต้อง private key ที่ควบคุมทรัพย์สินจริงในสัญญาอัจฉริยะ Safe ของผู้ใช้แต่ละคน ซึ่งไม่เคยถูกเก็บไว้บนระบบที่ถูกเจาะ
เป็นลูกค้า Gnosis Pay ต้องทำอะไรตอนนี้?
ตรวจอีเมลจาก Gnosis Pay ว่าได้รับแจ้งเตือนเรื่องนี้หรือไม่ เปิดใช้ 3D Secure กับการจ่ายออนไลน์ทุกรายการ ระวังอีเมล/SMS ที่อ้างชื่อบริษัทแล้วขอ seed phrase เลขบัตรเต็ม หรือรหัส OTP และเข้าใช้งานผ่านแอปทางการเท่านั้น ไม่คลิกลิงก์ที่ส่งเข้ามา
ที่มา: Cointelegraph, BigGo





















