1) MARA เหมืองขุด Bitcoin รายใหญ่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โยกเหรียญ 1,000 BTC (มูลค่า 82.8 ล้านดอลลาร์) เข้ากระดาน Binance และ Gate ภายใน 5 วัน จุดคำถามเทขาย
2) เป็นการโยกเงินรอบที่ 2 ของเดือน ต.ค. หลังเคยส่ง 996 BTC ไป Galaxy Digital เมื่อวันที่ 9 ต.ค.
3) Michael Saylor แห่ง Strategy ทวีตใบ้ซื้อเพิ่มสวนทางในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ไม่เปิดเผยตัวเลข
MARA Holdings บริษัทขุด Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โยกเงิน 1,000 BTC มูลค่าประมาณ 82.8 ล้านดอลลาร์ เข้ากระดาน Binance และ Gate ภายใน 5 วันที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก Lookonchain บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบน Blockchain จุดคำถามว่าเหมืองยักษ์กำลังเทขายหรือไม่ ขณะที่ Michael Saylor ประธานบริหาร Strategy Inc. โพสต์ทวีตใบ้ซื้อเพิ่มในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ไม่เปิดเผยตัวเลขหรือกำหนดเวลาที่ชัดเจน
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้น MARA โยกเงินไปไหน
MARA Holdings (NASDAQ: MARA) เหมืองขุด Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีกระเป๋าที่เชื่อมโยงกับบริษัทโอนเหรียญ 1,000 BTC คิดเป็นเงินราว 82.8 ล้านดอลลาร์ (ที่ราคาขณะโอน) เข้ากระดาน Binance และ Gate ภายใน 5 วันที่ผ่านมา ตามรายงานของ Lookonchain นักวิเคราะห์ on-chain ที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกระเป๋าเงินรายใหญ่เป็นประจำ
นี่เป็นการโยกเงินรอบที่ 2 ของเดือนตุลาคม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 9 ต.ค. เคยมีกระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ MARA โอนเหรียญ 996 BTC (ราว 81.13 ล้านดอลลาร์) ไปยังกระเป๋าของ Galaxy Digital ซึ่ง CoinDesk เคยรายงานไว้ก่อนหน้า บริษัท MARA เองยังไม่ออกแถลงการณ์อธิบายเหตุผลการโยกเงินทั้งสองครั้งนี้
ทำไมเรื่องนี้ถึงน่าสงสัย
ปกติบริษัทที่โอนเหรียญเข้ากระดานซื้อขายมักเป็นสัญญาณเตรียมขาย เพราะกระดานคือจุดจับคู่ผู้ซื้อ-ผู้ขาย แต่ MARA เองก็มีธุรกิจปล่อยกู้เหรียญ (lending) และใช้เหรียญเป็นหลักประกันกู้เงินด้วย โดยไตรมาส 2 ปีนี้ MARA มี BTC ที่ปล่อยกู้อยู่ 4,742 เหรียญ สร้างรายได้ดอกเบี้ยให้บริษัท 4.3 ล้านดอลลาร์
สถานะการเงิน MARA ทำไมอาจต้องขาย
งบไตรมาส 2 ของ MARA แสดงรายได้ลดลงจาก 238.5 ล้านดอลลาร์ เหลือ 174.9 ล้านดอลลาร์ ขาดทุนสุทธิ 611.3 ล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่ราว 343 ล้านดอลลาร์มาจากการตีราคาบิตคอยน์ที่ถือครองลดลงตามบัญชี (mark-to-market) ไม่ได้เกิดจากการขายเหรียญจริง ส่วนต้นทุนขุด BTC ต่อเหรียญเพิ่มเป็น 38,690 ดอลลาร์ จาก 33,735 ดอลลาร์เมื่อปีก่อน เพราะความยากในการขุด (mining difficulty) สูงขึ้นต่อเนื่อง
| รายการ | ตัวเลข |
|---|---|
| BTC ที่ถือ (สิ้นไตรมาส 2) | 35,577 เหรียญ (ปีก่อน 49,951) |
| BTC ที่จำนำ/ปล่อยกู้แล้ว | 9,270 เหรียญ |
| เหรียญที่โยกรอบนี้ | 1,000 BTC (~2.8% ของที่ถือ) |
| ขายแล้วในไตรมาส 2 | 2,213 BTC เฉลี่ย 73,078 ดอลลาร์ |
| ขายแล้วเดือน มี.ค. | 15,133 BTC (ซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพคืน) |
MARA ยังต้องใช้เงินซื้อโรงไฟฟ้า Long Ridge Energy มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ (รวมหนี้ที่ต้องรับโอนราว 900 ล้านดอลลาร์) ซึ่งรอการอนุมัติจาก FERC หน่วยงานกำกับพลังงานสหรัฐฯ พร้อมแผนขยายธุรกิจ AI และ High-Performance Computing บนพื้นที่กำลังไฟ 2GW ในเท็กซัส ร่วมกับ Starwood บริษัทยืนยันนโยบาย “ขาย BTC แบบเลือกจังหวะ” เพื่อหาเงินสดหมุนธุรกิจมาตลอด
Saylor ใบ้ซื้อเพิ่ม สวนทางหรือไม่
ขณะที่ตลาดตั้งคำถามกับ MARA, Michael Saylor ประธานบริหาร Strategy Inc. (NASDAQ: MSTR) ทวีตข้อความสั้นว่า “We found room for more orange” ซึ่งเป็นวลีที่เขาใช้เป็นประจำก่อนประกาศซื้อ BTC เพิ่ม Strategy ถือ BTC อยู่ 848,250 เหรียญ มากที่สุดในกลุ่มบริษัทจดทะเบียน และซื้อเพิ่มล่าสุด 250 เหรียญ แต่ยังไม่มีประกาศซื้อรอบใหม่เป็นทางการ
มุมมองนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนไทย เรื่องนี้สะท้อนความเสี่ยงของการถือ Bitcoin ผ่าน “หุ้นเหมืองขุด” หรือบริษัท treasury ว่าไม่เหมือนถือเหรียญเอง เพราะบริษัทมีต้นทุนดำเนินงาน หนี้ และแรงกดดันให้ขายเหรียญเพื่อหมุนเงินสด ต่างจาก Bitcoin ที่ถือเองแบบ self-custody ที่ไม่มีใครบังคับขายได้ ใครที่ลงทุนหุ้น MARA หรือ MSTR ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศควรติดตามงบไตรมาส 3 ที่จะเปิดเผยยอดถือครอง BTC จริง ไม่ใช่เดาจากทวีตหรือการโยกเงินบนเชนเพียงอย่างเดียว ส่วนราคาบิตคอยน์ในกระดานไทยก็ขยับตามตลาดโลกที่ตอนนี้ฟื้นกลับมาแถว 82,000-83,000 ดอลลาร์ หลังหลุด 80,000 ดอลลาร์ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
คำถามที่พบบ่อย
MARA ขายบิตคอยน์จริงหรือยัง?
ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน 100% การโยกเหรียญเข้ากระดานบอกได้แค่ว่า “เตรียมพร้อม” ไม่ใช่หลักฐานการขายจริง ต้องรอรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ที่เปิดเผยยอดถือครอง BTC ล่าสุด
ทำไม MARA อาจต้องขาย BTC?
บริษัทต้องใช้เงินสดซื้อโรงไฟฟ้า Long Ridge Energy มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ ขยายธุรกิจ AI/HPC และรับมือต้นทุนขุดที่สูงขึ้นต่อเนื่อง
ทวีตของ Saylor เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้?
เป็นความเห็นที่สวนทางในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ตลาดสับสน แต่ Saylor ไม่ได้ระบุจำนวนเงินหรือวันที่ซื้อที่ชัดเจน จึงยังไม่ใช่การยืนยันคำสั่งซื้อจริง











