Jeonbuk Bank ธนาคารภูมิภาคของเกาหลีใต้ในเครือ JB Financial Group กลายเป็นธนาคารแห่งแรกของประเทศที่เปิดให้ลูกค้านิติบุคคลกู้เงินสกุลวอน โดยใช้ Bitcoin เป็นหลักประกัน เจ้าหน้าที่ธนาคารยืนยันกับสื่อท้องถิ่นว่าได้ปล่อยกู้จริงไปแล้ว 1 ราย แม้ไม่เปิดเผยชื่อผู้กู้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ธนาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิมในเอเชียเริ่มรับคริปโตเป็นหลักประกันสินเชื่อธุรกิจ ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เพื่อการเทรดอีกต่อไป
📑 สารบัญ
ดีลจริง ปล่อยกู้แล้ว 1 ราย ใช้ Bitcoin ค้ำ
Jeonbuk Bank เปิดให้สินเชื่อสกุลเงินวอนเฉพาะลูกค้านิติบุคคลเท่านั้น ยังไม่เปิดให้บุคคลธรรมดากู้ และเงินกู้ที่ได้จำกัดให้ใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ เช่น จ่ายเงินเดือนหรือค่าสินค้าซัพพลายเออร์ ไม่ใช่เอาไปเทรดต่อ เจ้าหน้าที่ธนาคารยืนยันกับสื่อ Jaekyung Ilbo ว่ามีการปล่อยกู้จริงไปแล้ว 1 ราย แต่ไม่เปิดเผยตัวผู้กู้
จุดสำคัญคือธนาคารไม่ได้ถือ Bitcoin ไว้เอง แต่ใช้ “ผู้ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต” (registered virtual asset service provider) ซึ่งผ่านมาตรฐาน ISMS และอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัล (Virtual Asset User Protection Act) ของเกาหลีใต้ เป็นผู้รับฝากเหรียญหลักประกันแทน ขณะที่ราคา Bitcoin ช่วงที่มีรายงานข่าวอยู่ที่ประมาณ 84,150 ดอลลาร์
ทำไมรับเฉพาะ Bitcoin ยังไม่รับเหรียญอื่น
ตอนนี้ Jeonbuk Bank รับหลักประกันแค่ BTC เท่านั้น เหตุผลหลักคือสภาพคล่องและมูลค่าตลาดที่สูงสุดในกลุ่มคริปโต ทำให้แปลงเป็นเงินสดได้เร็วหากต้องบังคับขาย ธนาคารยังพัฒนาระบบประเมินมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัลของตัวเอง โดยอ้างอิงราคาแบบถ่วงน้ำหนักจากหลายตลาดแลกเปลี่ยนทั่วโลก พร้อมคำนวณความผันผวนของราคาเข้าไปด้วย และทำ stress test จำลองสถานการณ์ราคาร่วงรุนแรงก่อนอนุมัติใช้ BTC เป็นหลักประกัน
สื่อ Jaekyung Ilbo รายงานเสริมว่าธนาคารได้ทบทวนอัตราส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) และระดับเรียกหลักประกันเพิ่ม (margin call) ไว้สำหรับทั้ง Bitcoin และ Ethereum ระหว่างออกแบบผลิตภัณฑ์ ส่งสัญญาณว่าอาจขยายไปรับเหรียญอื่นในอนาคต หากกฎระเบียบเอื้อและดีมานด์ลูกค้าสูงขึ้น
ผิดนัดชำระ บังคับขายผ่านศาล ตามกฎหมายใหม่
กลไกที่ทำให้ธนาคารกล้าปล่อยกู้แบบนี้คือ “กฎบังคับคดีแพ่งฉบับปรับปรุง” (revised Civil Enforcement Rules) ของเกาหลีใต้ ที่เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2026 ซึ่งกำหนดขั้นตอนทางกฎหมายชัดเจนสำหรับการยึดและขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นครั้งแรก หากลูกหนี้ผิดนัดชำระ ธนาคารจะเรียกคืนเงินผ่าน “คำสั่งศาลให้ขายบิตคอยน์หลักประกัน” เท่านั้น ไม่ใช่ขายเองตามอำเภอใจ
ซีอีโอ Jeonbuk Bank นาย Park Chun-won เคยประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปีนี้ว่าธนาคารจะเป็นเจ้าแรกของประเทศที่ปล่อยกู้ค้ำด้วยคริปโต ล่าสุดทำได้ตามที่พูดไว้จริง นักวิเคราะห์มองว่านี่คือส่วนหนึ่งของเทรนด์ใหญ่ที่สินเชื่อค้ำด้วย Bitcoin กำลังกลายเป็นแหล่งเงินทุนกระแสหลักมากขึ้น จากเดิมที่ใช้กู้ไปเทรดต่อ กลายเป็นกู้ไปจ่ายค่าเทอมหรือเป็นทุนหมุนเวียนธุรกิจจริงแล้ว
มุมนักลงทุนไทย
ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ไทยยังไม่มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่รับคริปโตเป็นหลักประกันแบบนี้ เพราะไทยยังไม่มีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับการยึด-บังคับขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านกระบวนการศาลแบบที่เกาหลีใต้เพิ่งออกมา แต่สัญญาณในไทยก็เริ่มขยับ: ก.ล.ต. ไทยเพิ่งไฟเขียวให้ ETF Bitcoin-Ethereum เทรดบนตลาดหลักทรัพย์ไทยได้ เริ่ม 16 ต.ค. นี้ สะท้อนว่าหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มเปิดทางให้สินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบการเงินกระแสหลักทีละขั้น หากเทรนด์แบบเกาหลีใต้ไปได้ดี ก็มีโอกาสที่ไทยจะพิจารณากรอบคล้ายกันในอนาคต แต่ตอนนี้นักลงทุนหรือเจ้าของธุรกิจไทยที่อยากกู้เงินค้ำด้วยคริปโตยังต้องพึ่งแพลตฟอร์ม DeFi หรือบริษัทสินเชื่อคริปโตต่างประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงด้านกฎหมายและการคุ้มครองผู้บริโภคสูงกว่าธนาคารที่มีใบอนุญาตแบบเกาหลีใต้มาก
คำถามที่พบบ่อย
Jeonbuk Bank คือธนาคารอะไร
เป็นธนาคารภูมิภาคของเกาหลีใต้ อยู่ในเครือ JB Financial Group เป็นธนาคารแห่งแรกของประเทศที่ปล่อยกู้ธุรกิจโดยใช้ Bitcoin เป็นหลักประกัน
ใครกู้เงินแบบนี้ได้บ้าง
เฉพาะลูกค้านิติบุคคล (บริษัท) เท่านั้น ยังไม่เปิดให้บุคคลธรรมดากู้ และเงินกู้ต้องนำไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนธุรกิจ เช่น จ่ายเงินเดือนหรือค่าสินค้า
ถ้า Bitcoin ราคาร่วงแรงจะเกิดอะไรขึ้น
ธนาคารมีระบบเรียกหลักประกันเพิ่มและทำ stress test ไว้ล่วงหน้า หากผู้กู้ผิดนัดชำระจริง จะใช้กระบวนการบังคับขายผ่านคำสั่งศาลตามกฎหมายบังคับคดีแพ่งฉบับใหม่ที่มีผล 1 ต.ค. 2026
ที่มา: CoinDesk, crypto.news




















