หน้าแรกกิจกรรมExchangeวิธีเช็คใบอนุญาต ก.ล.ต. ของเว็บเทรดคริปโต 2026 — ก่อนโอนเงินเข้าเว็บเถื่อนที่ถูกปิดกั้นไปแล้ว

วิธีเช็คใบอนุญาต ก.ล.ต. ของเว็บเทรดคริปโต 2026 — ก่อนโอนเงินเข้าเว็บเถื่อนที่ถูกปิดกั้นไปแล้ว

MEXC — 2,600+ เหรียญBinance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียม
📌 คำตอบสั้น: เช็คเว็บเทรดคริปโตมีใบอนุญาต ก.ล.ต. จริงหรือไม่ผ่าน market.sec.or.th ก่อนโอนเงิน กันเจอเว็บเถื่อนแบบ Bybit และ OKX ที่ถูกปิดกั้นไปแล้ว (ข้อมูล ณ 12 ต.ค. 2569)

ตั้งแต่ปี 2568-2569 ก.ล.ต. สั่งปิดกั้นเว็บเทรดคริปโตที่ไม่มีใบอนุญาตไปแล้วหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง Bybit, OKX, CoinEx, 1000X, XT.COM, Exmix และล่าสุด Vcex.io — คนที่ฝากเงินไว้ก่อนปิดกั้นหลายคนถอนไม่ทันหรือถอนได้ยากขึ้นมาก ข่าวดีคือ ก.ล.ต. เปิดให้ทุกคนเช็คได้ฟรีว่าเว็บเทรดที่กำลังจะโอนเงินเข้า มีใบอนุญาตจริงหรือเป็นแค่เว็บเถื่อนที่สวมชื่อดูน่าเชื่อถือ ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาที บทความนี้สอนเช็คทีละขั้นตอน พร้อมรายชื่อเว็บที่มีใบอนุญาตจริงล่าสุด ณ วันที่เขียน

ทำไมต้องเช็คก่อนโอนเงินทุกครั้ง

พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 กำหนดให้ผู้ที่จะให้บริการซื้อขาย/เป็นนายหน้า/เป็นที่ปรึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ต้องขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. และกระทรวงการคลังก่อนเปิดให้บริการ เว็บที่ไม่มีใบอนุญาตแต่ยังให้บริการคนไทยถือว่าผิดกฎหมาย และตั้งแต่พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ 13 เมษายน 2568 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีอำนาจสั่งปิดกั้นเว็บเหล่านี้ได้ทันที

เคสจริงที่เกิดขึ้นแล้ว:

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX
แพลตฟอร์ม ความผิด วันที่ปิดกั้น
Bybit, 1000X, CoinEx, OKX, XT.COM ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต 28 มิ.ย. 2568
Exmix ประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต (เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2564) 2 พ.ค. 2569
Holdstation, UNO ก.ล.ต. ย้ำเตือนให้จัดการทรัพย์สินก่อนปิดกั้น 1 ต.ค. 2569
Vcex.io (บ. แอส ชัวร์ เทคโนโลยี) ให้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต กล่าวโทษ 5 ราย 7 พ.ย. 2569
💡 เว็บที่ไม่มีใบอนุญาตไม่ใช่แค่เสี่ยงถูกปิดกั้นแล้วถอนเงินไม่ได้ — ก.ล.ต. ย้ำชัดว่าเงินในเว็บเหล่านี้ ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยเลย ถ้าเว็บปิดหนีหรือโดนแฮก ไม่มีหน่วยงานไทยช่วยเรียกคืนให้ได้ ต่างจากเว็บที่มีใบอนุญาตซึ่งต้องแยกเก็บทรัพย์สินลูกค้าและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลต่อเนื่อง

ใบอนุญาต 6 ประเภทที่ควรรู้จัก

คำว่า “เว็บเทรดคริปโต” ในไทยอาจเป็นผู้ประกอบธุรกิจคนละประเภทกัน แต่ละประเภทมีใบอนุญาตแยกกัน — เว็บหนึ่งอาจมีมากกว่า 1 ใบ หรือมีใบนายหน้าอย่างเดียวโดยไม่มีใบศูนย์ซื้อขายก็ได้

ประเภทใบอนุญาต ทำอะไร
ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) มีกระดานเทรดของตัวเอง จับคู่คำสั่งซื้อ-ขายให้ลูกค้า
นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Broker) รับคำสั่งลูกค้าแล้วส่งไปให้ศูนย์ซื้อขายอื่นดำเนินการ ไม่มีกระดานเอง
ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Dealer) ซื้อขายกับลูกค้าโดยตรงด้วยเงินทุนตัวเอง (เหมือนร้านรับซื้อ-ขาย)
ที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล ให้คำแนะนำการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล
ผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล บริหารพอร์ตสินทรัพย์ดิจิทัลให้ลูกค้า
ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (Custodian) เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลให้ผู้อื่น เช่น กองทุน ETF คริปโตที่ต้องฝากกับ custodian ที่ ก.ล.ต. กำกับ

4 วิธีเช็คใบอนุญาตจริงทีละขั้น

1

ค้นชื่อตรงผ่านเว็บ LicenseCheck

เข้า market.sec.or.th/LicenseCheck/Search → พิมพ์ชื่อบริษัทหรือชื่อแพลตฟอร์มที่ต้องการเช็ค (ภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้) → กดค้นหา → ระบบจะแสดงว่าได้รับใบอนุญาตประเภทไหน วันที่ได้รับ และยังมีผลอยู่หรือไม่

2

ดูรายชื่อเต็มแยกตามประเภทธุรกิจ

เข้า market.sec.or.th/LicenseCheck/views/DABusiness จะเห็นตารางแยกชัดเป็น “ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล” / “นายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล” / “ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล” พร้อมเว็บไซต์ทางการของแต่ละเจ้า — กดชื่อเพื่อดูรายละเอียดเลขที่ใบอนุญาตและวันที่ได้รับ

3

ใช้แอป SEC Check First

โหลดแอป “SEC Check First” จาก App Store (iOS) หรือ Google Play (Android) — ใช้ค้นได้ทั้งใบอนุญาตตลาดทุนและสินทรัพย์ดิจิทัลในที่เดียว เหมาะกับเช็คตอนอยู่นอกบ้านผ่านมือถือ

4

เช็คผ่านแอป “ทางรัฐ”

บริการ SEC Check First เชื่อมเข้ากับแอปรวมบริการภาครัฐ “ทางรัฐ” แล้ว ถ้าลงแอปนี้ไว้อยู่แล้วสามารถค้นหาบริการนี้จากในแอปได้โดยไม่ต้องโหลดแอปแยก

✅ ทริคเร็ว: ถ้าเจอโฆษณาเว็บเทรดใหม่ที่ไม่คุ้น ให้ค้นชื่อบริษัท (ไม่ใช่แค่ชื่อแบรนด์) ในระบบ LicenseCheck ก่อนกดสมัครหรือฝากเงินเสมอ — ชื่อแบรนด์อาจดูคล้ายของจริงแต่ชื่อนิติบุคคลจะฟ้องทันทีว่าเป็นเจ้าเดียวกันหรือไม่

รายชื่อเว็บเทรดที่มีใบอนุญาตถูกกฎหมายตอนนี้

ข้อมูลดึงตรงจากเว็บ ก.ล.ต. ณ วันที่เขียนบทความ (รายชื่ออาจมีการอัปเดตเพิ่ม/ลดได้ ควรเช็คซ้ำด้วยวิธีด้านบนก่อนโอนเงินจริงเสมอ):

ชื่อย่อ บริษัท ใบอนุญาตศูนย์ซื้อขาย ใบอนุญาตนายหน้า
BITKUB บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ✅ ✅
GULF BINANCE (Binance TH) บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด ✅ ✅
WAANX บริษัท วาฬ เอ็กเชนจ์ จำกัด ✅ ✅
UPBIT บริษัท อัพบิต เอ็กซ์เชนจ์ (ประเทศไทย) จำกัด ✅ ✅
Z.COMEX บริษัท จีเอ็มโอ-แซด.คอม คริปโทนอมิคซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ✅ ✅
ORBIX TRADE บริษัท ออร์บิกซ์ เทรด จำกัด ✅ ✅
TDX บริษัท ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย จำกัด (ของตลาดหลักทรัพย์ฯ) ✅ —
BITAZZA บริษัท บิทาซซ่า จำกัด — ✅
COINS TH บริษัท คอยส์ ทีเอช จำกัด — ✅
KULAP บริษัท ซาโตชิ จำกัด — ✅
XSPRING บริษัท เอ็กซ์สปริง ดิจิทัล จำกัด — ✅
MAXBIT บริษัท แมกซ์บิท ดิจิทัล แอสเซท จำกัด — ✅
MOBYX บริษัท คริปโตแพลต จำกัด — ✅
INVX บริษัท หลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด — ✅
📌 สองเจ้าที่คนไทยใช้มากสุดคือ Bitkub และ Binance TH (ให้บริการโดย Gulf Binance) ทั้งคู่มีทั้งใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายและนายหน้าครบ ถือเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. เต็มรูปแบบ — เทียบกับเว็บต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาตในไทยเลยอย่าง OKX หรือ Bybit ที่ถูกปิดกั้นไปแล้ว

เช็ค Investor Alert — รายชื่อเว็บที่แอบอ้าง/ไม่ได้รับอนุญาต

นอกจากเช็ครายชื่อผู้มีใบอนุญาต ก.ล.ต. ยังเปิดหน้า Investor Alert รวบรวมรายชื่อบุคคล/แพลตฟอร์มที่มีคนร้องเรียนเข้ามาว่าชักชวนลงทุนแล้วทำให้เข้าใจผิดว่าอยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ทั้งที่ไม่ใช่ เข้าดูได้ที่ market.sec.or.th/public/idisc/th/InvestorAlert

ตัวอย่างที่เคยถูกขึ้นบัญชีเตือน: เว็บ/เพจที่อ้างชื่อ BitVolut, เพจ Facebook ที่ปลอมชื่อ SuperRich Exchange, กลุ่ม OTG Group, เว็บไซต์ที่แอบอ้างชื่อบริษัทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDX) และเพจที่ปลอมชื่อ Web3 News — รายชื่อนี้อัปเดตเรื่อย ๆ ควรเช็คซ้ำก่อนเชื่อทุกครั้ง

✅ ถ้าสงสัยว่าโดนหลอก: โทรสายด่วน ก.ล.ต. 1207 หรืออีเมล [email protected] แจ้งเบาะแสได้โดยตรง

6 กับดักที่คนเข้าใจผิดบ่อย

🚩 1. เห็นชื่อคล้ายของจริงแล้วเชื่อทันที

มิจฉาชีพมักตั้งชื่อบริษัท/โดเมนให้คล้ายเว็บมีใบอนุญาตมาก เช่น สะกดเพี้ยนนิดเดียวหรือใช้นามสกุลโดเมนต่างกัน

✅ วิธีแก้: อย่าเช็คจากชื่อที่เห็นในโฆษณา ให้เข้าตรงจาก URL ทางการที่โชว์ในตาราง LicenseCheck เท่านั้น

🚩 2. คิดว่ามีใบอนุญาตในต่างประเทศ = ใช้ในไทยได้ถูกกฎหมาย

บางเว็บมีใบอนุญาตจริงจากประเทศอื่น (เช่น ดูไบ, ฮ่องกง) แต่ไม่มีใบอนุญาตให้บริการคนไทยโดยเฉพาะ ซึ่งยังเข้าข่ายผิดกฎหมายไทยถ้าเปิดให้คนไทยสมัครใช้งาน

✅ วิธีแก้: เช็คเฉพาะใบอนุญาตที่ออกโดย ก.ล.ต./กระทรวงการคลังไทยเท่านั้น ใบอนุญาตประเทศอื่นไม่มีผลคุ้มครองในไทย

🚩 3. เว็บเคยถูกบล็อกแล้วยังหาทางเข้าผ่าน VPN

บางคนรู้ว่าเว็บถูกปิดกั้นแล้วแต่ใช้ VPN เข้าต่อเพราะมีเงินค้างอยู่ ซึ่งยิ่งเสี่ยงเพราะเว็บเหล่านี้มักเร่งให้ถอนไม่ได้หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมแปลกๆ ก่อนปิดกั้นจริง

✅ วิธีแก้: ถ้ามีเงินอยู่ในเว็บที่ประกาศจะถูกบล็อก รีบถอน/โยกเงินออกทันทีก่อนวันครบกำหนดในประกาศ ก.ล.ต. อย่ารอให้ถึงวันจริง

🚩 4. เข้าใจผิดว่าแอปติดตามพอร์ต/วอลเล็ตต้องมีใบอนุญาตเหมือนเว็บเทรด

แอปติดตามราคา, วอลเล็ต self-custodial (เช่น MetaMask, Trust Wallet) ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์ซื้อขาย จึงไม่อยู่ในรายชื่อ LicenseCheck — ไม่ได้แปลว่าผิดกฎหมาย

✅ วิธีแก้: ใบอนุญาตจำเป็นเฉพาะกรณีที่แพลตฟอร์มทำหน้าที่ซื้อ-ขาย/รับฝากเงินแทนผู้ใช้ ไม่ใช่ทุกเครื่องมือคริปโต

🚩 5. เห็นคนรีวิวในโซเชียลว่าถอนได้ก็เชื่อว่าปลอดภัย

เว็บเถื่อนหลายเจ้าปล่อยให้ถอนได้จริงในช่วงแรกเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะอายัดบัญชีตอนมีเงินก้อนใหญ่เข้ามา

✅ วิธีแก้: ถอนได้ครั้งแรกไม่ใช่หลักฐานว่าเว็บมีใบอนุญาต ต้องเช็คจากฐานข้อมูล ก.ล.ต. โดยตรงเท่านั้น

🚩 6. ลืมเช็คซ้ำเพราะเคยเช็คผ่านไปนานแล้ว

สถานะใบอนุญาตเปลี่ยนได้ ทั้งได้รับเพิ่ม, ถูกพักใช้, หรือถูกเพิกถอน — เว็บที่เคยมีใบอนุญาตตอนสมัครอาจไม่มีแล้วตอนนี้

✅ วิธีแก้: เช็คซ้ำเป็นระยะ โดยเฉพาะก่อนโอนเงินก้อนใหญ่ หรือเมื่อเห็นข่าวแปลกๆเกี่ยวกับเว็บที่ใช้อยู่

เช็กลิสต์ก่อนโอนเงินเข้าเว็บเทรด

  • ค้นชื่อ “นิติบุคคล” ของแพลตฟอร์ม (ไม่ใช่แค่ชื่อแบรนด์) ใน market.sec.or.th/LicenseCheck/Search
  • เช็คว่าใบอนุญาตที่มี ตรงกับบริการที่ใช้จริง (เช่น ถ้าซื้อขายตรงบนกระดาน ต้องมีใบศูนย์ซื้อขาย ไม่ใช่แค่ใบนายหน้า)
  • เปิด URL เว็บไซต์ที่โชว์ในตาราง ก.ล.ต. เทียบกับ URL ที่กำลังจะใช้ว่าตรงกัน 100%
  • เช็คหน้า Investor Alert ว่าชื่อที่กำลังจะใช้ไม่อยู่ในรายชื่อเตือน
  • ถ้าเป็นเว็บต่างประเทศ เช็คให้ชัดว่ามีนิติบุคคลไทยและใบอนุญาตไทยแยกต่างหาก (ไม่ใช่แค่แปลภาษาไทยในเว็บ)
  • บันทึก/แคปหน้าจอผลการเช็ควันที่โอนเงินไว้เป็นหลักฐาน
  • ติดตามข่าว ก.ล.ต. เป็นระยะ เพราะรายชื่อเปลี่ยนได้ทั้งเพิ่มและปิดกั้น

คำถามที่พบบ่อย

❓ เว็บเทรดต่างประเทศที่ยังเข้าได้อยู่ปลอดภัยไหม

ถ้าไม่มีชื่ออยู่ในรายชื่อ ก.ล.ต. ไทย แม้ยังเข้าเว็บได้ก็ถือว่าไม่มีใบอนุญาตให้บริการคนไทย เสี่ยงถูกปิดกั้นได้ทุกเมื่อตามที่เกิดขึ้นแล้วกับหลายเจ้า

❓ ถ้าเว็บมีใบอนุญาตแปลว่าปลอดภัย 100% ไหม

ไม่ใช่ ใบอนุญาตคุ้มครองด้านกฎหมายและมาตรฐานการกำกับดูแลเท่านั้น ความเสี่ยงอื่น เช่น ถูกแฮก หรือราคาเหรียญผันผวน ยังมีอยู่เหมือนเดิม ควรกระจายความเสี่ยงและไม่ฝากเงินทั้งหมดไว้ที่เดียว

❓ เช็คใบอนุญาตต้องเสียเงินไหม

ไม่เสียเงิน ทั้งเว็บ market.sec.or.th และแอป SEC Check First เป็นบริการฟรีของ ก.ล.ต.

❓ รายชื่อนี้อัปเดตบ่อยแค่ไหน

ก.ล.ต. อัปเดตรายชื่อเป็นระยะเมื่อมีผู้ได้รับ/เพิกถอนใบอนุญาตใหม่ จึงควรเช็คสดทุกครั้งที่จะโอนเงินก้อนใหญ่ ไม่ควรจำผลเช็คครั้งก่อนมาใช้ซ้ำ

❓ ถ้าสงสัยว่าเว็บที่ใช้อยู่อาจผิดกฎหมายต้องทำยังไง

โทร 1207 หรือติดต่อ ก.ล.ต. ทางเว็บไซต์เพื่อสอบถาม และพิจารณาโยกย้ายทรัพย์สินไปเว็บที่มีใบอนุญาตชัดเจนโดยเร็ว

สรุป

1

เช็คก่อนโอนทุกครั้ง

ใช้ market.sec.or.th/LicenseCheck/Search ค้นชื่อนิติบุคคลก่อนฝากเงินเข้าแพลตฟอร์มไหนก็ตาม

2

ไม่มีใบอนุญาต = ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

เงินที่อยู่ในเว็บไม่มีใบอนุญาตไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายไทยเลย ถ้าเกิดปัญหาไม่มีหน่วยงานช่วยเรียกคืนให้

3

รายชื่อเปลี่ยนได้ เช็คซ้ำเสมอ

อย่าจำผลเช็คเก่ามาใช้ เพราะมีทั้งเว็บใหม่ที่ได้ใบอนุญาตเพิ่มและเว็บเก่าที่ถูกเพิกถอน/ปิดกั้นตลอดปี

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปรBybit — เทรด Futures โบนัส $30,000
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด