หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าว BitcoinJustin Drake เตือน AI อาจถล่มกุญแจ Bitcoin-Ethereum ภายในไม่กี่เดือน

Justin Drake เตือน AI อาจถล่มกุญแจ Bitcoin-Ethereum ภายในไม่กี่เดือน

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใครP2PB2B — Exchange เหรียญใหม่

จัสติน เดรก (Justin Drake) นักวิจัยของ Ethereum Foundation ออกมาเตือนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ว่าความก้าวหน้าของ AI ด้านคณิตศาสตร์อาจทำให้ระบบเซ็นชื่อดิจิทัล ECDSA ที่ปกป้องกระเป๋า Bitcoin และ Ethereum ส่วนใหญ่ถูกถล่มได้ภายใน “ไม่กี่เดือน ไม่ใช่หลายปี” ในกรณีเลวร้ายที่สุด เร็วกว่าที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะทำได้เสียอีก เขาเรียกร้องให้วงการคริปโตเริ่มวางแผน “bunker mode” ย้ายทรัพย์สินไปแอดเดรสใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดเผย public key ก่อนเกิดเหตุจริง ด้าน Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เห็นด้วยว่าเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา แต่เตือนไม่ให้รีบย้ายเงินแบบตื่นตระหนก

Bitcoin
ราคา Bitcoin (BTC) วันนี้ บิตคอยน์
฿2,780,873.57▼1.18%
ราคา Bitkub ฿2,783,271.38 (พรีเมียม +0.09%)
สูง/ต่ำ 24 ชม. ฿2,819,164.38 / ฿2,767,716.15
ดูกราฟและข้อมูลเต็ม →
ข้อมูลจาก SiamBitcoin Cap · อัปเดต 18:50
📌 สรุป 3 บรรทัด:
1. จัสติน เดรก นักวิจัย Ethereum Foundation โพสต์เตือนวันที่ 7 ต.ค. 2569 ว่า AI อาจถล่มระบบเซ็นชื่อ ECDSA ที่ปกป้องกระเป๋า Bitcoin-Ethereum ได้ภายในไม่กี่เดือน เรียกร้องให้เริ่มวางแผน “bunker mode”
2. ต้นเหตุคือ OpenAI ปล่อยผลงานวิจัยคณิตศาสตร์ชุดใหญ่เมื่อ 6 ต.ค. — เดรกมองว่าความเร็วของ AI ด้านนี้ทำให้ต้องคิดเผื่อสถานการณ์เลวร้ายที่สุดไว้ก่อน ทั้งที่ยังไม่มีใครแฮกได้จริง
3. Vitalik Buterin หนุนให้จริงจังกับความเสี่ยงนี้ แต่เตือนห้ามรีบย้ายเงินแบบตื่นตระหนก ย้ำว่าตัวเองเสียเงินจากการย้ายกระเป๋าพลาดมากกว่าเสียจากถูกแฮกจริง

Justin Drake เตือนอะไร “bunker mode” คืออะไร

Drake โพสต์บน X วันที่ 7 ต.ค. เรียกร้องให้วงการคริปโต “วางแผนอย่างใจเย็น” เข้าสู่สิ่งที่เขาเรียกว่า bunker mode ข้อเสนอหลักคือโยกทรัพย์สินส่วนใหญ่ไปยังแอดเดรสใหม่ที่ public key ยังไม่เคยถูกเปิดเผยบนเชน (ซ่อนอยู่หลังค่าแฮช) เพราะกระเป๋า Bitcoin และ Ethereum ใช้คู่กุญแจ private key สำหรับเซ็นธุรกรรม กับ public key ที่ให้เครือข่ายตรวจสอบลายเซ็น — บัญชี Ethereum ปกติที่รับเงินเข้าอย่างเดียวไม่เคยส่งออกจะยังไม่เปิดเผย public key บนเชน แต่ทันทีที่เซ็นธุรกรรมครั้งแรก public key จะถูกดึงออกมาได้จากลายเซ็นนั้นเลย

ฝั่ง Bitcoin ซับซ้อนกว่า เพราะแอดเดรสบางแบบ เช่น Taproot และ P2PK เปิดเผย public key ไว้ตั้งแต่แรกแม้ไม่เคยใช้งาน ส่วนแอดเดรสที่เคยใช้ซ้ำก็เปิดเผยไปแล้วเช่นกัน บริษัท Project Eleven ที่ติดตามความเสี่ยงนี้ประเมินไว้เมื่อ 14 ก.ย. ว่ามี BTC มากกว่า 8.1 ล้านเหรียญอยู่ในแอดเดรสกลุ่มเสี่ยงนี้ Drake เจาะจงเรียกชื่อผู้เล่นรายใหญ่ที่ควรเริ่มก่อน ได้แก่ Binance, Bitbank, Robinhood, Bitfinex และ Tether ให้ตรวจสอบระบบ cold storage ของตัวเอง พร้อมแนะนำให้ oracle และ security council ของ layer 2 หมุนกุญแจ ECDSA หลังเซ็นข้อความทุกครั้ง หรือผสมกับระบบเซ็นชื่อแบบ hash-based อย่าง SPHINCS ไปพลางก่อน

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX

จุดเริ่ม: OpenAI ปล่อยงานคณิตศาสตร์ชุดใหญ่

คำเตือนของ Drake มาในวันต่อจาก OpenAI ประกาศเมื่อ 6 ต.ค. 2569 เปิดเผยผลงานวิจัยคณิตศาสตร์จากโมเดล AI ภายในชุดใหญ่ — ทดสอบโมเดลกับโจทย์วิจัยราว 4,000 ข้อ ได้ผลลัพธ์ 722 ต้นฉบับครอบคลุม 372 ตระกูลปัญหา พร้อมหลักฐานพิสูจน์แบบ Lean ที่ตรวจสอบด้วยคอมพิวเตอร์ได้บางส่วน โดย OpenAI เองระบุว่าบางผลลัพธ์ที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ครบ “อาจมีปัญหา” Drake มองว่าความเร็วของความก้าวหน้านี้บอกเป็นนัยว่า AI อาจค้นพบ “อัลกอริทึมแบบดั้งเดิม” ที่ลดความยากในการไขกุญแจส่วนตัวจากกุญแจสาธารณะได้แบบก้าวกระโดด โดยไม่ต้องรอคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่เลย เขาเทียบกับกรณีที่อัลกอริทึมควอนตัมเคยจุดประกายให้ค้นพบอัลกอริทึมดั้งเดิมที่เร็วขึ้นมาก่อน และเชื่อว่าควรเปิดใจว่าอาจมี “คู่หูแบบดั้งเดิม” ของอัลกอริทึมของ Shor (ตัวที่ใช้ทลายเลขจำนวนเฉพาะ) อยู่จริง

สำคัญคือ Drake เองก็ยอมรับว่านี่คือสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่เขาคาดเดาไว้ — คนร้ายไขกุญแจส่วนตัวจากกุญแจสาธารณะได้ภายในราว 1 สัปดาห์ด้วยคลัสเตอร์ GPU ขนาดใหญ่ — ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือมีการพิสูจน์แล้ว และ OpenAI ก็ไม่ได้ประกาศว่าทลาย ECDSA หรือ RSA ได้แต่อย่างใด

Vitalik Buterin หนุนความเสี่ยง แต่ขอให้ใจเย็น

Vitalik Buterin ตอบกลับว่าเขาสนับสนุนให้นักพัฒนาคริปโตมองความเสี่ยงจาก AI ด้านคณิตศาสตร์อย่างจริงจัง แต่ “ไม่แนะนำให้ใครรีบโยกย้ายเงินแบบตื่นตระหนก” เพราะที่ผ่านมาเขาเสียเงินจากการย้ายกระเป๋าผิดพลาดมากกว่าที่เสียจากการถูกแฮกจริงเสียอีก เขายังขยายความกังวลไปถึงระบบเข้ารหัสแบบ lattice-based ซึ่งเป็นตัวเต็งหลักของมาตรฐานต้านควอนตัมในปัจจุบัน โดยบอกว่าความปลอดภัยเชิงปฏิบัติของมันอาจถูก AI กดดันได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า แม้ยังไม่มีระบบ lattice ไหนถูกทลายจริง เขาเอียงไปสนับสนุนระบบเซ็นชื่อแบบ hash-based ที่มีโครงสร้างพีชคณิตให้ AI โจมตีได้น้อยกว่า และแนะนำให้ระบบที่พึ่ง lattice ใช้พารามิเตอร์แบบระมัดระวังมากขึ้น

สำหรับคนถือเหรียญทั่วไป Buterin บอกว่าการเก็บเงินไว้ในแอดเดรสที่ไม่เคยทำธุรกรรมเลยเป็นเรื่องดีถ้าทำได้ง่ายและปลอดภัย แต่ย้ำว่าความผิดพลาดระหว่างการย้ายแบบเร่งรีบสร้างความเสียหายได้มากกว่าเดิม

ยังไม่มีใครแฮกได้จริง แล้วทำไมต้องเตือนตอนนี้

ทั้ง Drake และ Buterin ย้ำชัดว่านี่คือการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ไม่ใช่เหตุที่เกิดขึ้นแล้ว เอกสารของ Ethereum ระบุว่าปัจจุบันยังไม่มีคอมพิวเตอร์ควอนตัมเครื่องไหนทลายระบบเข้ารหัสของ Ethereum ได้ และผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพียงเพราะเหตุผลด้านควอนตัมเพียงอย่างเดียว ขณะที่ Europol เคยออกรายงานเตือนแยกไว้ก่อนหน้านี้ว่ากระเป๋าคริปโตที่เปิดเผย public key คือ “จุดเสี่ยงหลัก” ต่อการโจมตีด้วยควอนตัมในอนาคต และควรเริ่มเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เพราะการอัปเกรดระบบทั้งอุตสาหกรรมอาจใช้เวลาหลายปี

ฝั่ง Ethereum มีทีม Post-Quantum Security ตั้งขึ้นตั้งแต่ ม.ค. 2569 กำลังทดสอบลายเซ็นแบบ hash-based เช่น leanXMSS และระบบพิสูจน์ใหม่ โดยวางเป้าให้โครงสร้างพื้นฐานต้านควอนตัมหลักเสร็จประมาณปี 2572 ส่วน Drake มีกำหนดขึ้นพูดกับกลุ่มสถาบันการเงินที่ลอนดอนในหัวข้อ “Post-Quantum Ethereum” วันที่ 12 พ.ย. นี้

มุมนักลงทุนไทย

นักลงทุนไทยส่วนใหญ่ถือ Bitcoin และ Ethereum ผ่านกระดานเทรดในประเทศที่เก็บกุญแจให้แบบ custodial เช่น กระดานไทยหรือ Binance TH ซึ่งความเสี่ยงแบบ “public key ถูกเปิดเผย” ที่ Drake พูดถึงเป็นเรื่องของกระเป๋าที่ผู้ใช้ถือกุญแจเอง (self-custody) โดยตรงมากกว่า แต่กลุ่มที่ควรอ่านข่าวนี้ให้ละเอียดคือคนไทยที่โยกเหรียญออกจากกระดานไปเก็บใน hardware wallet หรือกระเป๋าส่วนตัวเพื่อถือยาว เพราะพฤติกรรมที่ทำให้กระเป๋าเสี่ยงมากขึ้น เช่น ใช้แอดเดรสเดิมซ้ำรับเงินหลายรอบ หรือใช้ Taproot บน Bitcoin ก็เกิดขึ้นได้ง่ายโดยไม่รู้ตัว คำแนะนำเฉพาะหน้าที่ทำได้เลยคือเช็คว่ากระเป๋าตัวเองใช้แอดเดรสใหม่ทุกครั้งที่รับเงินหรือไม่ (ฟีเจอร์นี้มีในกระเป๋าฮาร์ดแวร์เกือบทุกยี่ห้อ) และไม่ต้องรีบย้ายเงินทั้งหมดแบบตื่นตระหนกตามคำแนะนำของ Buterin เรื่องนี้ยังไม่มีผลกับฝั่งกฎหมายหรือ ก.ล.ต. ไทยโดยตรง เป็นประเด็นด้านเทคนิคความปลอดภัยของระบบเข้ารหัสที่ทุกคนใช้ร่วมกันทั่วโลก

คำถามที่พบบ่อย

ตอนนี้ Bitcoin หรือ Ethereum ถูก AI แฮกไปแล้วหรือยัง?

ยังไม่มี ทั้ง Drake และ OpenAI ย้ำว่านี่คือการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าจากกรณีเลวร้ายที่สุด ไม่มีการโจมตี ECDSA หรือ RSA จริงเกิดขึ้น และ OpenAI เองก็ไม่ได้ประกาศว่าทลายระบบเข้ารหัสได้

ต้องย้ายเงินไปกระเป๋าใหม่เดี๋ยวนี้ไหม?

Buterin แนะนำว่าไม่ต้องรีบจนตื่นตระหนก ย้ำว่าความผิดพลาดจากการย้ายเร่งรีบสร้างความเสียหายได้มากกว่าเดิม ให้รายใหญ่และผู้ดูแลกระเป๋าแบบ custodian เริ่มวางแผนก่อน ส่วนรายย่อยทำได้แค่เช็คพฤติกรรมใช้แอดเดรสของตัวเอง

คนถือเหรียญทั่วไปต้องทำอะไรเพิ่มไหม?

อย่างน้อยควรใช้แอดเดรสใหม่ทุกครั้งที่รับเงินเข้ากระเป๋า หลีกเลี่ยงใช้แอดเดรสเดิมซ้ำ และติดตามว่ากระดานเทรดหรือผู้ดูแลกระเป๋าของตัวเอง (ถ้าใช้) ออกมาชี้แจงมาตรการอะไรเพิ่มหรือไม่ ยังไม่มีเหตุฉุกเฉินที่ต้องทำอะไรทันที

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข่าวเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) สถานการณ์ที่กล่าวถึงเป็นการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ยังไม่มีการโจมตีจริงเกิดขึ้น ควรติดตามประกาศทางการจากทีมพัฒนา Ethereum และผู้ให้บริการกระเป๋าของตัวเองโดยตรง

ที่มา: Justin Drake บน X (7 ต.ค. 2569), crypto.news, CryptoSlate, OpenAI, Ethereum.org

TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1P2PB2B — Exchange เหรียญใหม่
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด