ตลาดคริปโตพลิกกลับแรงสุดในรอบหลายเดือน อีเธอเรียม (ETH) พุ่งขึ้นเกือบ 19% ในวันเดียวแตะระดับ 2,280 ดอลลาร์ ทิ้งห่างบิตคอยน์ที่บวกราว 11% ไปที่ 71,900 ดอลลาร์ ต้นเหตุมาจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวเป็นเท่าตัว บวกกับการประชุมคริปโตที่ทำเนียบขาว ผลคือคำสั่ง Short ถูกล้างพอร์ตไปกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ — มากที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้นกับตลาด
ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง มูลค่าตลาดคริปโตทั้งระบบเพิ่มขึ้นราว 8.5% กลับมาอยู่ที่ 2.45 ล้านล้านดอลลาร์ โดยรอบนี้ อีเธอเรียมเป็นพระเอก ไม่ใช่บิตคอยน์
ETH บวกเกือบ 19% ขึ้นไปยืนแถว 2,280 ดอลลาร์ ขณะที่ BTC บวกราว 11% ขึ้นไปที่ 71,900 ดอลลาร์ หลังทะลุแนว 70,000 ดอลลาร์ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน
| สินทรัพย์ | ราคา (ดอลลาร์) | เปลี่ยนแปลง 24 ชม. |
|---|---|---|
| Ethereum (ETH) | ~2,280 | +18.9% |
| Bitcoin (BTC) | ~71,900 | +11.7% |
| มูลค่าตลาดรวม | ~2.45 ล้านล้าน | +8.5% |
ทำไมราคาถึงพุ่งแรง
ไม่ใช่ข่าวคริปโตโดยตรง แต่เป็นเรื่อง สภาพคล่องในระบบการเงินสหรัฐฯ
🚩 1. คลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรเป็นเท่าตัว
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ว่าจะขยายวงเงินปฏิบัติการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว จากเพดานเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง มีผลตั้งแต่ 9 กันยายนเป็นต้นไป
🚩 2. ประชุมคริปโตที่ทำเนียบขาว
ประธานาธิบดีทรัมป์เชิญผู้บริหารบริษัทคริปโตรายใหญ่อย่าง Coinbase และ Ripple เข้าหารือที่ทำเนียบขาว พร้อมเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act ฉบับที่ “เป็นธรรม” ซึ่งช่วยเพิ่มความคาดหวังเรื่องความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์
ล้างพอร์ตฝั่ง Short สูงสุดเป็นประวัติการณ์
เมื่อราคาเด้งขึ้นเร็ว คนที่เปิดสถานะ Short (เดิมพันว่าราคาจะลง) ด้วยเลเวอเรจจะถูกบังคับปิดสถานะอัตโนมัติ ซึ่งการปิดสถานะนั้นคือ “การซื้อกลับ” — ยิ่งดันราคาให้สูงขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรลูกโซ่ที่เรียกว่า Short Squeeze
ข้อมูลจาก Coinglass ระบุว่าใน 24 ชั่วโมง มีการล้างพอร์ตรวมราว 3 พันล้านดอลลาร์ โดยกว่า 92% เป็นฝั่ง Short
| รายการ | มูลค่า (ดอลลาร์) | สัดส่วน |
|---|---|---|
| ล้างพอร์ตฝั่ง Short | ~2.77 พันล้าน | 92% |
| ล้างพอร์ตฝั่ง Long | ~257 ล้าน | 8% |
| รวมทั้งหมด | ~3.02 พันล้าน | 100% |
แยกตามเหรียญ บิตคอยน์นำโด่งที่ราว 1.42 พันล้านดอลลาร์ ตามด้วยอีเธอเรียมที่ราว 1.13 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับขนาดตลาดของ ETH และเป็นคำอธิบายว่าทำไมราคา ETH ถึงวิ่งแรงกว่า BTC
แนวรับแนวต้าน ETH ที่ต้องจับตา
หลังพุ่งแรงขนาดนี้ นักวิเคราะห์ทางเทคนิคชี้ว่าค่า RSI รายวันของ ETH ปรับขึ้นสูงเข้าเขต Overbought ซึ่งไม่ได้แปลว่าจะย่อทันที แต่หมายความว่าความเสี่ยงของการพักฐานเพิ่มขึ้น
| ระดับราคา (ดอลลาร์) | ความหมาย |
|---|---|
| 2,400 | แนวต้านใหญ่ถัดไป |
| 2,200 | แนวต้านเชิงจิตวิทยา |
| 2,122 | เส้น EMA 200 วัน — จุดชี้ขาดทางเทคนิค |
| 2,000 | แนวรับเชิงจิตวิทยา (แนวต้านเดิม) |
| 1,800–1,900 | ฐานแนวรับใหญ่ของช่วงหน้าร้อน |
สรุปประเด็นสำคัญ
ETH แซง BTC ชัดเจน
อีเธอเรียมบวกเกือบ 19% แตะ 2,280 ดอลลาร์ ขณะที่บิตคอยน์บวกราว 11% ที่ 71,900 ดอลลาร์
ต้นเหตุคือสภาพคล่อง
คลังสหรัฐฯ เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวจาก 2 พันล้าน เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง
Short โดนล้าง 2.77 พันล้าน
คิดเป็น 92% ของการล้างพอร์ตทั้งหมดราว 3 พันล้านดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมง
⚠️ สิ่งที่ต้องระวัง
การเด้งที่มาจาก Short Squeeze มักแรงและเร็ว แต่ไม่ได้การันตีว่าเป็นการกลับตัวถาวร ต้องดูว่ามีแรงซื้อจริงตามมาหรือไม่








