สัญญาณ “หมุนพอร์ต” ของเงินสถาบันปรากฏชัด! ข้อมูลกระแสเงิน ETF ล่าสุดเผยว่าลูกค้าของ BlackRock ถอนเงินออกจากกองทุน Bitcoin ETF (IBIT) มากถึง 202 ล้านดอลลาร์ (ราว 7.3 พันล้านบาท) ในวันเดียว ฉุดให้กองทุน Bitcoin ETF ทั้งตลาดไหลออกรวม 225 ล้านดอลลาร์ และปิดฉากสถิติเงินไหลเข้าติดต่อกัน 7 วัน — แต่เงินก้อนนี้ไม่ได้หนีออกจากตลาดคริปโต มันแค่ย้ายบ้านไปเข้า Ethereum ETF แทน
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้น? สรุปตัวเลขกระแสเงิน ETF
ตามข้อมูลกระแสเงินกองทุน ETF รอบล่าสุด กองทุน Bitcoin ETF แบบ Spot ในสหรัฐฯ พลิกกลับมาไหลออกสุทธิ 225.18 ล้านดอลลาร์ ทำให้สถิติเงินไหลเข้าติดต่อกัน 7 วันต้องสิ้นสุดลง โดยตัวการหลักคือกองทุน IBIT ของ BlackRock ที่เงินไหลออกก้อนเดียวถึง 202.48 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นบิตคอยน์ราว 3,130 BTC
ในทางกลับกัน ฝั่งกองทุน Ethereum ETF กลับสวนตลาด ดูดเงินเข้าสุทธิ 26.32 ล้านดอลลาร์ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน โดย BlackRock เองก็เป็นผู้รับอานิสงส์ กองทุน ETHA ดูดเงินเข้า 11.39 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนราว 43% ของเงินที่ไหลเข้า Ethereum ETF ทั้งหมดในวันนั้น
| กองทุน | ประเภท | กระแสเงินสุทธิ (ดอลลาร์) |
|---|---|---|
| BlackRock IBIT | Bitcoin | ไหลออก 202.48 ล้าน (~3,130 BTC) |
| Bitwise BITB | Bitcoin | ไหลออก 7.03 ล้าน |
| Fidelity FBTC | Bitcoin | ไหลออก 5.64 ล้าน |
| Franklin EZBC | Bitcoin | ไหลออก 5.61 ล้าน |
| ARK 21Shares ARKB | Bitcoin | ไหลออก 4.30 ล้าน |
| Morgan Stanley MSBT | Bitcoin | ไหลเข้า 5.01 ล้าน (รายเดียวที่บวก) |
| Fidelity FETH | Ethereum | ไหลเข้า 14.93 ล้าน |
| BlackRock ETHA | Ethereum | ไหลเข้า 11.39 ล้าน |
ทำไมเงินถึงหมุนจาก Bitcoin เข้า Ethereum?
คำว่า “Rotation” หรือการหมุนพอร์ต หมายถึงการที่นักลงทุนโยกเงินจากสินทรัพย์หนึ่งไปอีกสินทรัพย์หนึ่ง โดยไม่ได้ถอนออกจากตลาดทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นรอบนี้เข้าข่ายชัดเจน เพราะขณะที่ลูกค้า BlackRock ปล่อยบิตคอยน์ออก เงินอีกส่วนกลับไหลเข้าฝั่ง Ethereum พร้อมกัน โดยกองทุน ETH ของ BlackRock เองก็คว้าเงินเข้าไปได้ถึงราว 43% ของยอดรวมทั้งวัน
ปัจจัยที่หนุนเรื่องเล่า (narrative) ฝั่ง Ethereum ในช่วงนี้ ได้แก่:
- Ethereum ETF พลิกกลับมาไหลเข้าต่อเนื่อง หลังก่อนหน้านี้เงินไหลออกยาวหลายสัปดาห์
- ETH ซื้อขายต่ำกว่าราคาต้นทุนเฉลี่ยของตลาด (Realized Price) ราว 17% ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าอยู่ในโซน “ของถูก” ใกล้จุดต่ำสุดของรอบ
- ในรอบเดือนที่ผ่านมา ETH ให้ผลตอบแทนชนะ BTC — ราคา ETH ฟื้นแรงกว่าขณะที่ BTC ยังตามหลัง
- ดีมานด์จากการ Staking และเมตริกบนเครือข่าย (on-chain) ที่กลับมาคึกคัก
ราคาบิตคอยน์ตอบสนองอย่างไร
แม้จะเจอแรงขายจากกองทุนก้อนใหญ่ แต่ราคาบิตคอยน์กลับยืนได้อย่างน่าสนใจ โดยระหว่างวันราคาย่อลงไปแตะราว 64,600 ดอลลาร์ ก่อนจะดีดกลับมายืนเหนือ 65,000 ดอลลาร์ได้ สะท้อนว่าตลาดยัง “ดูดซับ” แรงขายจากสถาบันได้ค่อนข้างดี ไม่ได้เกิดการเทขายแบบตื่นตระหนก
สรุป: นี่คือการสับพอร์ต ไม่ใช่การหนีตลาด
ภาพรวมของกระแสเงิน ETF รอบนี้บอกเราว่าเงินสถาบันยังปักหลักอยู่ในตลาดคริปโต เพียงแต่กำลังปรับน้ำหนักการถือครองจาก Bitcoin มาเพิ่มสัดส่วน Ethereum มากขึ้น ซึ่งเป็นพลวัตที่นักลงทุนควรจับตา เพราะหากกระแสนี้ต่อเนื่อง อาจเป็นจุดเริ่มของการที่ ETH กลับมาวิ่งไล่ตาม BTC อีกครั้ง
Bitcoin ETF สะดุด
ไหลออก 225 ล้านดอลลาร์ จบสตรีคเงินเข้า 7 วัน นำโดย IBIT ของ BlackRock ที่ไหลออก 202 ล้านดอลลาร์
Ethereum ETF สวนตลาด
ดูดเงินเข้า 26 ล้านดอลลาร์ ต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดย BlackRock ETHA กินสัดส่วนใหญ่
ไม่ใช่การหนีตลาด
ราคา BTC ยังยืนเหนือ 65,000 ดอลลาร์ สะท้อนการหมุนพอร์ต ไม่ใช่การเทขายตื่นตระหนก
สำหรับนักลงทุนไทยที่สนใจสะสม Bitcoin หรือ Ethereum ตามจังหวะตลาด สามารถเริ่มต้นได้ผ่านกระดานเทรดที่รองรับ เช่น Binance TH หรือ OKX
ที่มา: U.Today, Crypto Times, The Market Periodical








