กองทุน iShares Staked Ethereum Trust (ETHB) ของ BlackRock เปิดเทรดวันแรกบน Nasdaq เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีวอลุ่มการซื้อขายทะลุ 15 ล้านดอลลาร์ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งสำหรับ ETF คริปโตรุ่นใหม่ที่สร้างผลตอบแทนจาก Staking ได้
ETHB เปิดตัววันแรก — ตัวเลขเป็นอย่างไร?
ETF ตัวนี้เปิดตัวด้วยสินทรัพย์เริ่มต้นกว่า 100 ล้านดอลลาร์ และภายในช่วงบ่ายของวันแรก วอลุ่มซื้อขายแตะ 11 ล้านดอลลาร์แล้ว ก่อนจะปิดวันที่ราว 15.5 ล้านดอลลาร์
James Seyffart นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg ระบุว่า “BlackRock’s Staked Ether ETF เปิดตัวด้วยสินทรัพย์กว่า 100 ล้านดอลลาร์ และมีวอลุ่มซื้อขายราว 11.1 ล้านในช่วงบ่าย — นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับ ETF ทุกประเภท”
ต่างจาก Spot ETF ทั่วไปอย่างไร?
จุดเด่นของ ETHB คือไม่ได้แค่ถือ Ethereum แบบเฉยๆ เหมือน Spot ETF ทั่วไป แต่จะนำ ETH ไป Staking (ล็อกเหรียญเพื่อช่วยยืนยันธุรกรรมบนเครือข่าย แลกกับผลตอบแทน — คล้ายๆ กับการลงทุนในตราสารหนี้)
- Stake ETH 70-95% ของพอร์ตตลอดเวลา
- ผลตอบแทนจาก Staking ราว 82% จะจ่ายคืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุน
- จ่ายผลตอบแทนรายเดือน คล้าย ETF ที่จ่ายปันผล
- ส่วนที่เหลือ 18% แบ่งให้กองทุน ผู้ดูแลสินทรัพย์ และผู้ให้บริการ Staking
ค่าธรรมเนียมถูกสุดๆ ในช่วงเปิดตัว
ETHB เก็บค่าธรรมเนียมผู้สนับสนุน (Sponsor Fee) ที่ 0.25% แต่ BlackRock ลดราคาพิเศษเหลือแค่ 0.12% สำหรับสินทรัพย์ 2.5 พันล้านดอลลาร์แรก เพื่อดึงดูดนักลงทุนช่วงเปิดตัว
ช่วยพลิกเกม Ethereum?
การเปิดตัว ETHB มาในจังหวะที่ Ethereum เพิ่งกลับมายืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์ หลังจากร่วงหนักมาหลายเดือน โดยเจอแรงซื้อหนาแน่นในโซน 1,700-1,800 ดอลลาร์
Wenny Cai, COO ของ Synfutures ให้ความเห็นว่า “Ethereum เพิ่งกลับมายืนเหนือระดับจิตวิทยา 2,000 ดอลลาร์ หลังจากถูกกดดันอย่างหนัก กลไกสำคัญตอนนี้คือการกลับทิศของวงจรเงินไหลออกจาก Spot ETH ราว 4 พันล้านดอลลาร์ ที่ถูกกระตุ้นจากการเปิดตัว ETHB ของ BlackRock”
ETHB เป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดในไลน์อัพ ETF สินทรัพย์ดิจิทัลของ BlackRock ที่มีอยู่แล้วทั้ง iShares Bitcoin Trust (IBIT) และ iShares Ethereum Trust (ETHA)
อนาคตของ Staking ETF
ถ้า Staking ETF ได้รับความนิยม อาจเปิดทางให้เกิดโครงสร้างแบบเดียวกันบนเครือข่าย Proof-of-Stake อื่นๆ ซึ่งจะเปลี่ยน ETF คริปโตจาก “แค่ถือ” เป็น “สร้างรายได้” อย่างแท้จริง
ที่มา: CoinDesk








