Bitcoin พุ่งขึ้นแตะ $72,000 หลังจากรัฐมนตรีคลังสหรัฐ Scott Bessent ออกมาสยบความกลัวเรื่องน้ำมันแพง โดยอนุญาตให้ซื้อน้ำมันรัสเซียชั่วคราว — ขณะที่หุ้นสหรัฐร่วงหนัก BTC กลับขึ้น! นี่คือสัญญาณ decoupling ที่ชัดเจนที่สุด
เกิดอะไรขึ้น?
วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (12 มี.ค.) น้ำมันดิบพุ่งขึ้นเกือบ 10% แตะ $100 ต่อบาร์เรล จากสถานการณ์สงครามอิหร่าน — ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก
แต่ Bitcoin กลับ ยืนเหนือ $70,000 ได้ตลอดทั้งวัน!
Bessent พูดอะไร?
“เพื่อเพิ่ม supply น้ำมันทั่วโลก กระทรวงการคลังสหรัฐอนุญาตชั่วคราวให้ประเทศต่างๆ ซื้อน้ำมันรัสเซียที่ค้างอยู่กลางทะเล”
Bessent ยังเสริมว่า:
“ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นเรื่องชั่วคราวระยะสั้น ที่จะนำมาซึ่งประโยชน์มหาศาลต่อเศรษฐกิจในระยะยาว”
ผลกระทบต่อราคา
- 📈 BTC: พุ่งจาก $70,000 → $72,000 ภายในไม่กี่นาทีหลัง Bessent โพสต์
- 📉 น้ำมัน WTI: ลดลง $2 มาอยู่ที่ $95.22/บาร์เรล
- 📉 หุ้นสหรัฐ: ยังคงร่วง จากแรงกดดันน้ำมัน+สงคราม
ทำไม BTC ถึง Decouple จากหุ้น?
นี่คือสิ่งที่น่าสนใจที่สุด — ปกติ BTC เคลื่อนไหวตามหุ้น แต่ตอนนี้:
- 🔴 หุ้น S&P 500 ร่วง — จากน้ำมันแพง+สงคราม
- 🔴 พันธบัตรร่วง — Treasury yield สูงขึ้น
- 🟢 BTC ขึ้น! — สวนทางทุกสินทรัพย์เสี่ยง
CoinShares วิเคราะห์ว่า BTC เริ่มทำหน้าที่เป็น “สินทรัพย์หลบภัย” คล้ายทองคำ — นักลงทุนมองว่า BTC เป็นที่พักเงินในช่วงความไม่แน่นอน
ราคาตอนนี้
- ₿ BTC: $71,291 (+2.6%)
- Ξ ETH: $2,112 (+4.2%)
- ◎ SOL: $89.34 (+4.9%)
สรุป — ควรทำอะไร?
- ✅ สัญญาณ bullish ระยะสั้น — BTC แข็งแกร่งท่ามกลางวิกฤต
- ⚠️ สงครามอิหร่านยังไม่จบ — อาจมีความผันผวนอีก
- 📊 ดู $72,000 เป็นแนวต้าน — ถ้าทะลุได้ อาจวิ่งไป $75,000
- 💡 BTC กำลังพิสูจน์ตัวเอง ว่าเป็นสินทรัพย์ที่แตกต่างจากหุ้น
ที่มา: CoinDesk








