Visa และ Bridge (บริษัทในเครือ Stripe) ประกาศขยายบริการบัตรที่ผูกกับ Stablecoin ไปยังกว่า 100 ประเทศทั่วโลกภายในสิ้นปีนี้ ครอบคลุมยุโรป เอเชียแปซิฟิก แอฟริกา และตะวันออกกลาง
จากอเมริกาใต้สู่ทั่วโลก
ทั้งสองบริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์บัตร Stablecoin ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว โดยเน้นตลาดอเมริกากลางและใต้ ปัจจุบันบัตร Stablecoin ของ Bridge ใช้งานได้จริงแล้วใน 18 ประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มคริปโตชื่อดังอย่าง Phantom และ MetaMask
แผนขยายตัวครั้งนี้จะครอบคลุมกว่า 100 ประเทศภายในสิ้นปี 2026 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการนำ Stablecoin เข้าสู่ระบบการชำระเงินกระแสหลัก
Lead Bank ร่วมขบวน
Lead Bank ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมโปรแกรม Stablecoin Settlement Pilot ของ Visa ก็ได้ร่วมมือกับ Bridge เพื่อใช้โครงสร้างพื้นฐาน Stablecoin ในการ settlement อีกด้วย
“การขยายความร่วมมือกับ Bridge ช่วยให้เรานำความเร็ว ความโปร่งใส และความสามารถในการโปรแกรมของ Stablecoin เข้าสู่กระบวนการ settlement โดยตรง” — Cuy Sheffield หัวหน้าฝ่ายคริปโตของ Visa
สงครามแย่งชิงตลาด Stablecoin
การแข่งขันในตลาด Stablecoin ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ:
- Stripe ซื้อ Bridge ด้วยมูลค่า $1.1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรุกตลาด Stablecoin
- PayPal เปิดตัว Stablecoin ของตัวเอง (PYUSD) พร้อมจ่ายดอกเบี้ย 3.7% ต่อปี
- Visa พัฒนาแพลตฟอร์มช่วยธนาคารออก Stablecoin และ Tokenized Assets บน Ethereum
ทำไมข่าวนี้สำคัญ?
Blockchain และ Stablecoin กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบการชำระเงิน โดยเสนอทางเลือกที่ เร็วกว่าและถูกกว่า ช่องทางเดิมสำหรับการโอนเงินข้ามประเทศ การจ่ายเงินเดือน และการค้าออนไลน์
เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Visa เข้ามาเล่นอย่างเต็มตัว นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า Stablecoin กำลังเข้าสู่ Mainstream อย่างแท้จริง
บทสรุป
- Visa x Bridge ขยายบัตร Stablecoin จาก 18 ประเทศ → 100+ ประเทศภายในสิ้นปี
- รองรับผ่าน Phantom, MetaMask และแพลตฟอร์มคริปโตอื่นๆ
- Lead Bank เข้าร่วมโปรแกรม Settlement ด้วย Stablecoin
- Stripe, PayPal, Visa แข่งขันรุนแรงในตลาด Stablecoin
ที่มา: CoinDesk








