OpenAI ประกาศข้อตกลงกับ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) เพื่อนำระบบ AI ขั้นสูงไปใช้ในสภาพแวดล้อมลับเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างความวิตกกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับจริยธรรมของ AI ในภารกิจทางทหาร
ดีลที่สร้างความขัดแย้ง
การประกาศดีลนี้มาหลังจากรัฐบาล Trump ขึ้นบัญชีดำ Anthropic บริษัท AI คู่แข่ง โดยระบุว่าเป็น “ความเสี่ยงต่อความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน” หลังเกิดข้อพิพาทเรื่องสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังและอาวุธอัตโนมัติ
ประเด็นที่น่าสนใจคือ:
- OpenAI อ้างว่ามี “เส้นแดง” ด้านความปลอดภัย ห้ามใช้เพื่อเฝ้าระวังมวลชนในประเทศ, ควบคุมอาวุธอัตโนมัติโดยตรง หรือตัดสินใจอัตโนมัติที่มีผลกระทบสูง
- แต่ภาษาสัญญาจริงอนุญาตการใช้งาน “เพื่อวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมด” ซึ่งเป็นถ้อยคำเดียวกับที่ Anthropic ปฏิเสธที่จะลงนาม
- Trump สั่งให้หน่วยงานรัฐบาลทุกแห่งหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ของ Anthropic ทันที
กระแส #QuitGPT และ Claude พุ่ง
ความขัดแย้งนี้ทำให้เกิดกระแส #QuitGPT ในโซเชียลมีเดีย โดยผู้ใช้จำนวนมากหันไปใช้ Claude ของ Anthropic แทน ส่งผลให้ยอดดาวน์โหลด Claude พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
Sam Altman CEO ของ OpenAI ได้จัดเซสชัน AMA ตอบคำถาม โดยกล่าวว่า:
“ถ้าเราถูกขอให้ทำสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือผิดกฎหมาย เราจะถอนตัว กรุณามาเยี่ยมผมในคุกถ้าจำเป็น”
นักวิจารณ์ชี้ว่าการกำหนดขอบเขตที่ “ความถูกกฎหมาย” อาจไม่เพียงพอ เพราะในบริบทความมั่นคงแห่งชาติ คำว่า “ถูกกฎหมาย” สามารถตีความได้กว้างมาก รวมถึงการเฝ้าระวังแบบจำกัดและการวิเคราะห์เป้าหมายผ่านคลาวด์
ดีลนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในวงการ AI ที่แสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างแนวทาง “ปฏิบัตินิยม” ของ OpenAI กับ “หลักการนิยม” ของ Anthropic ในเรื่องการทำงานร่วมกับรัฐบาล
ที่มา: Decrypt








