กองทุน ETF Bitcoin สปอตในสหรัฐฯ เจอแรงเทขายหนักสุดในรอบ 4 เดือน หลังเงินไหลออกสุทธิ 643.3 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวเมื่อ 30 ต.ค. 2569 ซึ่งเป็นวันทำการแรกหลังข่าวแฮก Binance มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ ล้างกำไรเงินไหลเข้า 4 วันก่อนหน้าจนหมด
1) ETF Bitcoin สหรัฐฯ ไหลออกสุทธิ 643.3 ล้านดอลลาร์วันที่ 30 ต.ค. มากสุดนับจากสถิติวันที่ 25 มิ.ย.
2) BlackRock IBIT โดนไหลออกมากสุด 233.7 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย Fidelity FBTC และ ARK 21Shares ARKB
3) เกิดขึ้นวันเดียวกับที่ตลาดยังสั่นจากข่าวแฮก Binance — แต่เงินไหลเข้าสะสมทั้งหมดยังเป็นบวกกว่า 57,000 ล้านดอลลาร์
📑 สารบัญ
ไหลออกเท่าไหร่ ใครเทมากสุด
ข้อมูลจาก Farside Investors ที่ crypto.news อ้างอิง ระบุว่า ETF Bitcoin สปอตในสหรัฐฯ ทั้งหมดมีเงินไหลออกสุทธิรวม 643.3 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 30 ต.ค. 2569 ถือเป็นวันที่เงินไหลออกมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. ที่เคยไหลออก 691.7 ล้านดอลลาร์ และมากกว่าวันที่ 22 ต.ค. ที่ไหลออก 635.6 ล้านดอลลาร์เล็กน้อย
| กองทุน ETF | ผู้ออก | ไหลออกวันที่ 30 ต.ค. |
|---|---|---|
| IBIT | BlackRock | -233.7 ล้านดอลลาร์ |
| FBTC | Fidelity | -201 ล้านดอลลาร์ |
| ARKB | ARK 21Shares | -129.5 ล้านดอลลาร์ |
| GBTC | Grayscale | -53.3 ล้านดอลลาร์ |
| BITB | Bitwise | -25.7 ล้านดอลลาร์ |
ทำไมไหลออกวันเดียว 643 ล้านดอลลาร์
30 ต.ค. เป็นวันทำการแรกหลังตลาดคริปโตรับรู้ข่าวใหญ่: Binance แฮกสูญ 6.3-6.4 พันล้านดอลลาร์เมื่อ 29 ต.ค. ซึ่ง FBI ยืนยันว่าเป็นฝีมือกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ “TraderTraitor” (เครือข่าย Lazarus) ตามการยืนยันร่วมของ TRM Labs และ Chainalysis ทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ประมาณ 76,100-76,400 ดอลลาร์ ก่อนจะค่อยๆ ฟื้นกลับขึ้นมาเหนือ 78,000 ดอลลาร์
ก่อนวันที่ 30 ต.ค. ETF Bitcoin เพิ่งไหลเข้ารวม 440.8 ล้านดอลลาร์ใน 4 วันทำการ (26-29 ต.ค.) การไหลออกครั้งนี้จึงมากกว่ายอดไหลเข้าทั้งสัปดาห์ถึง 202.4 ล้านดอลลาร์ ทำให้สัปดาห์นั้นปิดลบ หลังจากสัปดาห์ก่อน (19-23 ต.ค.) ยังปิดบวก 301.2 ล้านดอลลาร์ และเมื่อนับรวมทั้งเดือนตุลาคม ETF Bitcoin ปิดลบสุทธิประมาณ 515.9 ล้านดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านั้นเคยเป็นบวกอยู่ 127.3 ล้านดอลลาร์
ที่น่าสนใจคือ IBIT ของ BlackRock แม้โดนไหลออกมากสุดในวันเดียว แต่ถ้านับทั้งเดือนตุลาคมยังเป็นบวกอยู่ 932.1 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุนอื่นที่เหลือรวมกันขาดดุลไปประมาณ 1,450 ล้านดอลลาร์ในเดือนเดียวกัน สะท้อนว่าเม็ดเงินกระจุกตัวอยู่กับผู้นำตลาดเป็นหลัก
ETF Ethereum ก็โดนไปด้วย
ไม่ใช่แค่ Bitcoin — ETF Ethereum สปอตในสหรัฐฯ ก็มีเงินไหลออก 155.7 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวกัน ทำให้ยอดไหลออกสะสมของเดือนตุลาคมอยู่ที่ประมาณ 1,610 ล้านดอลลาร์ สอดคล้องกับที่ราคา ETH ร่วงลงประมาณ 3.8% ในรอบสัปดาห์ และยังมีแรงกดดันจาก Coinbase Premium ที่ติดลบต่อเนื่อง สะท้อนดีมานด์จากนักลงทุนสหรัฐฯ ที่ยังอ่อนแรง
มุมนักลงทุนไทย
นักลงทุนไทยยังไม่สามารถซื้อ ETF Bitcoin ของสหรัฐฯ ผ่านกระดานในประเทศได้โดยตรง เพราะสำนักงาน ก.ล.ต. ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ให้ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทย ผู้ที่ต้องการลงทุนต้องผ่านโบรกเกอร์ที่มีบริการ Global Investing/Offshore เท่านั้น แต่แรงไหลออกของ ETF สหรัฐฯ รอบนี้ก็ส่งผลทางอ้อมถึงราคา Bitcoin ที่อ้างอิงบนกระดานไทยทันที เพราะราคาบนกระดานไทยอิงราคาตลาดโลกเป็นหลัก การที่ราคาร่วงแล้วฟื้นตัวในไม่กี่วันแบบนี้ก็เป็นจังหวะที่นักเทรดไทยเห็นความผันผวนระยะสั้นชัดเจน ควรระวังการใช้มาร์จิ้น/ฟิวเจอร์สในช่วงข่าวแบบนี้เป็นพิเศษ
คำถามที่พบบ่อย
ETF Bitcoin ไหลออก 643 ล้านดอลลาร์ เกิดจากอะไร?
เกิดจากนักลงทุนสถาบันทยอยไถ่ถอนหน่วยลงทุนในวันทำการแรกหลังข่าวแฮก Binance 6.3 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ความเชื่อมั่นระยะสั้นสั่นคลอนและมีการลดความเสี่ยง (de-risking) แม้ ETF จะไม่มีความเสี่ยงตรงกับ Binance ก็ตาม
นักลงทุนไทยซื้อ ETF Bitcoin ของสหรัฐฯ ได้หรือไม่?
ซื้อผ่านกระดานหุ้นไทยโดยตรงไม่ได้ เพราะยังไม่ผ่านการอนุมัติจาก ก.ล.ต. ไทย ต้องใช้บริการโบรกเกอร์ที่เปิดให้ลงทุนหุ้น/ETF ต่างประเทศเท่านั้น
เงินไหลออกจาก ETF หมายความว่าตลาดคริปโตจะร่วงต่อหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นการปรับลดความเสี่ยงระยะสั้นมากกว่าสัญญาณวิกฤต เพราะคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของสินทรัพย์ ETF ทั้งหมด และเงินไหลเข้าสะสมตั้งแต่เปิดกองทุนยังเป็นบวกกว่า 57,000 ล้านดอลลาร์
ที่มา: crypto.news, ข้อมูลกระแสเงิน ETF จาก Farside Investors





















