เครือข่ายบล็อกเชน Qubic ต้องหยุดทำงานฉุกเฉินในคืนวันที่ 18 ตุลาคม 2569 หลังแฮ็กเกอร์เจาะกระเป๋าเงินผู้ใช้ 1,404 ใบ โกยเหรียญ QU ไปรวม 2.94 ล้านล้านหน่วย มูลค่าประมาณ 1.3 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ทีมพัฒนาระบุว่าไม่ใช่ช่องโหว่ของตัวบล็อกเชน แต่เป็นปัญหาการสุ่ม Seed Phrase ที่คาดเดาได้บนอุปกรณ์ Apple บางรุ่น
1) Qubic หยุดเครือข่ายที่ tick 85,371,949 หลังกระเป๋า 1,404 ใบถูกเจาะ สูญเหรียญ QU มูลค่า 1.3 ล้านดอลลาร์
2) ต้นเหตุคือ Seed Phrase 55 ตัวอักษรที่สุ่มได้ไม่ดีพอบนเบราว์เซอร์ iPhone/iPad, Safari บน Mac และแอป iOS รุ่นเก่า
3) เงินที่ขโมยไป 87.1% ยังติดอยู่ในเครือข่ายที่หยุดทำงาน ส่วนอีก 12.9% ที่ไปถึง MEXC ถูกอายัดไว้แล้ว
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้นกับ Qubic
ตามการเปิดเผยของทีม Qubic ผ่าน X และรายงานที่สอดคล้องกันจาก Crypto Briefing และ Bitcoin.com News แฮ็กเกอร์เริ่มโอนเหรียญออกจากกระเป๋าที่ตกเป็นเหยื่อตั้งแต่เวลา 23:42 UTC วันที่ 17 ตุลาคม (06:42 น. เวลาไทย วันที่ 18 ตุลาคม) และหยุดโอนเวลา 01:26 UTC (08:26 น. เวลาไทย) รวมเป็นเวลาปฏิบัติการ 1 ชั่วโมง 44 นาที ก่อนที่ Computors หรือกลุ่มผู้ตรวจสอบเครือข่ายจะสั่งหยุดธุรกรรมทั้งหมดที่ tick 85,371,949 (หน่วยนับรอบประมวลผลของ Qubic เทียบได้กับ “บล็อก” ของบิตคอยน์)
| เวลา (UTC) | เวลาไทย | เหตุการณ์ |
|---|---|---|
| 17 ต.ค. 23:42 | 18 ต.ค. 06:42 | เริ่มโอนเหรียญออกจากกระเป๋าเหยื่อ |
| 18 ต.ค. 01:26 | 18 ต.ค. 08:26 | การโอนหยุดลง รวมกระเป๋าเสียหาย 1,404 ใบ |
| หลังจากนั้นไม่นาน | – | Computors สั่งหยุดเครือข่ายที่ tick 85,371,949 |
| ภายในวันเดียวกัน | – | ปล่อยไคลเอนต์เวอร์ชัน 4.26.4 แก้บั๊กการสุ่ม Seed |
ต้นเหตุ: Seed คาดเดาได้บนอุปกรณ์ Apple
จุดอ่อนไม่ได้อยู่ในโค้ดบล็อกเชนของ Qubic แต่อยู่ที่ขั้นตอนก่อนหน้านั้น คือการสุ่มตัวอักษรสร้าง Seed Phrase 55 ตัวที่ใช้กู้คืนกระเป๋า ทีมพัฒนาระบุว่าฟังก์ชันสุ่มที่ใช้ในบางแพลตฟอร์มมีค่าเอนโทรปี (ความสุ่มจริง) ไม่พอ ทำให้จำนวน Seed ที่เป็นไปได้จริงเหลือน้อยกว่าทางทฤษฎีมาก แฮ็กเกอร์จึงไล่คำนวณ Seed ที่ซอฟต์แวร์มีโอกาสสร้างได้ทั้งหมด แล้วเช็กว่าใบไหนมียอดเงินอยู่
อุปกรณ์/ช่องทางที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงตามประกาศของ Qubic ได้แก่
- Seed ที่สร้างผ่านเบราว์เซอร์ใดก็ได้บน iPhone หรือ iPad ก่อนวันที่ 18 ตุลาคม 2569
- Seed ที่สร้างผ่าน Safari บนเครื่อง Mac ก่อนวันเดียวกัน
- Seed ที่สร้างผ่านแอป Qubic บน iOS เวอร์ชันก่อนเดือนกรกฎาคม 2568
ทีมพัฒนาแก้ไขด้วยการเปลี่ยนจากฟังก์ชัน Math.random() มาเป็น crypto.getRandomValues() ซึ่งปลอดภัยกว่าสำหรับงานด้านการเข้ารหัส ในไคลเอนต์เวอร์ชัน 4.26.4 แต่นักพัฒนาเตือนว่าการอัปเดตแก้ได้แค่ Seed ที่จะสร้างขึ้นใหม่เท่านั้น — Seed เก่าที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้ยังอ่อนแออยู่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะอัปเดตแอปเป็นเวอร์ชันล่าสุดแล้วหรือไม่
เงินที่ขโมยไปไหนแล้ว
จุดที่ทำให้เคสนี้ต่างจากแฮ็กทั่วไปคือ แฮ็กเกอร์ไม่สามารถนำเงินส่วนใหญ่ออกจากระบบได้ทัน เพราะเครือข่ายถูกหยุดก่อน
| สัดส่วน | สถานะเงิน |
|---|---|
| 87.1% | ติดอยู่บนเครือข่าย Qubic ที่ถูกหยุดทำงาน โอนออกไม่ได้จนกว่าจะรีสตาร์ท |
| 12.9% | โอนไปถึงกระดานเทรด MEXC ซึ่งอายัดบัญชีรับเงินไว้ภายใน 1 ชั่วโมงหลังสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการโจมตี |
กระดาน Bitget ประกาศระงับการฝาก-ถอนเหรียญ QUBIC ชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ส่วนฟีเจอร์สเตก QEARN ของ Qubic ยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบ ด้านการชดเชยผู้เสียหายยังไม่มีข้อสรุป ขึ้นอยู่กับมติของกลุ่ม Computor ที่ดูแลเครือข่าย ราคาเหรียญ QU ร่วงลงมากกว่า 10% หลังข่าวนี้แพร่ออกไป
มุมนักลงทุนไทย
เหรียญ QU ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในกระดานไทยหลัก แต่บทเรียนเรื่อง Seed Phrase ใช้ได้กับนักลงทุนไทยทุกคนที่ถือคริปโตผ่าน Hot Wallet บนมือถือ โดยเฉพาะผู้ใช้ iPhone/iPad ที่เคยสร้างกระเป๋าเงิน (ไม่ใช่แค่ของ Qubic) ผ่านเว็บเบราว์เซอร์แทนแอปทางการหรือ Hardware Wallet ควรตรวจสอบว่ากระเป๋าของตัวเองสร้างขึ้นด้วยวิธีใด หากสร้างผ่านเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์ Apple ควรย้ายเงินไปกระเป๋าใหม่ที่สร้างจาก Hardware Wallet หรือแอปทางการที่อัปเดตล่าสุดเพื่อความปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อย
Qubic คืออะไร
Qubic เป็นเครือข่ายบล็อกเชนที่ก่อตั้งโดย Sergey Ivancheglo หรือ “Come-from-Beyond” นักพัฒนายุคแรกที่เคยอยู่กับโครงการ NXT และ IOTA เคยเป็นข่าวโต้แย้งมาก่อนในปี 2568 จากกรณีคุม Hashrate ส่วนใหญ่ของเครือข่าย Monero
เงินของเหยื่อจะได้คืนไหม
ยังไม่มีคำตอบ Qubic ยังไม่ประกาศแผนชดเชย เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับมติของกลุ่ม Computor ผู้ดูแลเครือข่าย ทีมแนะนำให้ผู้เสียหายแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐานประกอบการขอคืนเงินในอนาคต
ผู้ใช้ Android หรือ Hardware Wallet ต้องกังวลไหม
ตามประกาศของ Qubic กลุ่มเสี่ยงจำกัดอยู่ที่ Seed ซึ่งสร้างผ่านเบราว์เซอร์บน iPhone/iPad, Safari บน Mac และแอป iOS รุ่นเก่าเท่านั้น ผู้ใช้ Windows, Android, Linux หรือ Hardware Wallet ไม่อยู่ในรายชื่อกลุ่มเสี่ยงที่ประกาศออกมา
ที่มา: Crypto Briefing, Bitcoin.com News





















