Binance ยืนยันแล้วว่าจะปิดบริการ “Binance Pool” พูลขุด Bitcoin ของตัวเอง พร้อมบริการที่เกี่ยวข้องทั้ง Pool Savings, Cloud Mining และตัวช่วยเร่งธุรกรรม (Transaction Accelerator) ภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 เวลา 07:00 UTC โดยอ้างเหตุผลกว้างๆ ว่าเป็น “การรีวิวผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง” ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขขาดทุนหรือเหตุผลด้านการเงินแต่อย่างใด
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้นกับ Binance Pool
Binance เปิดตัวพูลขุด Bitcoin ของตัวเองมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 ใช้ระบบจ่ายผลตอบแทนแบบ Full Pay-Per-Share (FPPS) คือจ่ายเงินให้นักขุดตามงานที่ทำจริง โดย Binance รับความเสี่ยงเองหากพูลขุดเจอบล็อกได้น้อยกว่าที่คาด ช่วงพีกสุดราวปี 2021-2022 Binance Pool เคยมีส่วนแบ่ง Hashrate (แรงขุดของเครือข่าย) สูงถึง 7-8% ของทั้งโลก
ตามประกาศทางการของ Binance สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังปิดบริการมีดังนี้:
- หลัง 07:00 UTC วันที่ 10 พ.ย. — Binance หยุดรับและหยุดคำนวณ “mining shares” (บันทึกงานขุดที่ใช้คิดผลตอบแทน) ทันที
- ผู้ใช้ Pool Savings ต้องไถ่ถอนเงินฝากที่ยังค้างอยู่ด้วยตัวเอง
- ใครที่รอรับเงินงวดสุดท้าย ต้องยืนยันตัวตน (KYC) ให้เสร็จก่อน 23:59 UTC วันที่ 10 พ.ย.
- หน้าเว็บ Binance Pool ทั้งหมดจะใช้งานไม่ได้อีกต่อไปหลัง 07:00 UTC วันที่ 24 พ.ย.
แรงขุดร่วงฮวบแค่ไหน
ข้อมูลจาก Hashrate Index ชี้ว่าเดือนธันวาคม 2568 Binance Pool ยังมีแรงขุดประมาณ 26 Exahash ต่อวินาที (EH/s) หรือราว 2.3% ของเครือข่าย Bitcoin ทั้งโลก แต่พอมาถึงเดือนตุลาคม 2569 แรงขุดร่วงเหลือเพียงราว 9.2 EH/s หรือไม่ถึง 1% เท่านั้น หล่นไปอยู่อันดับ 11 ของพูลขุดทั้งหมด คิดเป็นการร่วงลงราว 65% ภายในเวลาไม่ถึงปี
| ช่วงเวลา | Hashrate Binance Pool | ส่วนแบ่งเครือข่าย |
|---|---|---|
| พีกสุด (2021-2022) | สูงสุด | 7-8% |
| ธ.ค. 2568 | ~26 EH/s | 2.3% (อันดับต้นๆ) |
| ต.ค. 2569 (ปัจจุบัน) | ~9.2 EH/s | ต่ำกว่า 1% (อันดับ 11) |
| 10 พ.ย. 2569 | ปิดบริการถาวร | 0% |
ตลาดพูลขุด Bitcoin เหลือผู้เล่นน้อยลง
Binance Pool ไม่ใช่พูลขุดของเอ็กซ์เชนจ์รายแรกที่ถอนตัว — OKX ปิดบริการพูลขุดไปตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2567 ส่วน SBI Crypto ปิดพูลของตัวเอง (ซึ่งมีส่วนแบ่งราว 2% ของเครือข่าย) ไปเมื่อ 31 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา และ Poolin อดีตพูลขุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก (เคยมีแรงขุดเกือบ 1 ใน 5 ของทั้งโลก) ก็ยื่นล้มละลายไปเมื่อเดือนกรกฎาคมเช่นกัน ด้วยหนี้สินราว 173 ล้านดอลลาร์
ผลจากการถอนตัวต่อเนื่องนี้ทำให้ 3 พูลขุดที่ใหญ่ที่สุดของโลกตอนนี้ — Foundry USA, AntPool และ F2Pool — รวมกันคุมแรงขุดเครือข่าย Bitcoin ไปแล้วกว่า 64.2% (เทียบกับช่วงธันวาคมที่ 3 อันดับแรกคุมอยู่ 61.4%) และหากแรงขุดที่เหลือของ Binance ทั้งหมดย้ายไปรวมกับ 3 พูลนี้ สัดส่วนรวมอาจพุ่งแตะราว 65% ของเครือข่ายทั้งโลก
⚠️ ความเสี่ยงที่ตามมา
พูลขุดเป็นผู้เลือกว่าจะเอาธุรกรรมไหนไปยืนยันในบล็อกก่อน เมื่อพูลใหญ่ไม่กี่เจ้าคุมแรงขุดส่วนใหญ่ ความหลากหลายของผู้ตัดสินใจในเครือข่ายก็ลดลงตามไปด้วย
ℹ️ สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยน
การปิดพูลไม่ได้แปลว่าเครื่องขุดหายไปจากเครือข่าย นักขุดแค่ย้ายไปต่อกับพูลอื่น และส่วนแบ่งของพูลไม่ได้แปลว่าใครเป็นเจ้าของฮาร์ดแวร์จริง
มุมนักลงทุนไทย
คนไทยที่ถือ Bitcoin ผ่านกระดานเทรดในประเทศแทบไม่มีใครขุดเองหรือใช้พูลขุดของ Binance โดยตรงอยู่แล้ว แต่ข่าวนี้ยังสำคัญกับนักลงทุนไทยในมุม “ความปลอดภัยของเครือข่าย” — ยิ่งแรงขุดกระจุกอยู่กับผู้เล่นน้อยเจ้า ยิ่งเพิ่มคำถามเรื่องการกระจายอำนาจ (decentralization) ที่เป็นจุดขายหลักของ Bitcoin มาตั้งแต่ต้น ซึ่งทางอ้อมก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นระยะยาวของสินทรัพย์ที่คนไทยนำเงินไปลงทุนอยู่ ไม่ต่างจากการตรวจสอบว่าธนาคารที่ฝากเงินมีผู้ถือหุ้นกระจุกตัวมากเกินไปหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
Binance Pool ปิดแล้วเงินของนักขุดจะหายไปไหม?
ไม่หาย เงินค่าตอบแทนที่ค้างจ่ายและเงินใน Pool Savings ยังถอนได้ตามปกติ แต่ต้องทำตามเส้นตายที่ Binance กำหนด (ไถ่ถอน Pool Savings เอง และยืนยันตัวตนก่อน 23:59 UTC วันที่ 10 พ.ย. สำหรับคนที่รอรับเงินงวดสุดท้าย)
การปิดพูลขุดกระทบราคา Bitcoin โดยตรงหรือไม่?
ไม่มีหลักฐานว่ากระทบราคาโดยตรง เพราะเป็นเรื่องโครงสร้างฝั่งการขุด (mining) ไม่ใช่ฝั่งซื้อขาย แต่สะท้อนแนวโน้มที่เอ็กซ์เชนจ์รายใหญ่ถอนตัวจากธุรกิจขุดต่อเนื่อง หลัง OKX, SBI Crypto และ Poolin ต่างปิดตัวไปก่อนหน้านี้
ทำไมแรงขุดกระจุกอยู่ไม่กี่พูลถึงเป็นเรื่องต้องจับตา?
เพราะพูลขุดคือผู้เลือกลำดับธุรกรรมที่จะยืนยันในแต่ละบล็อก หากพูลไม่กี่เจ้ารวมกันคุมแรงขุดเกินครึ่งเครือข่าย จะเพิ่มความเสี่ยงเชิงทฤษฎีต่อการควบคุมธุรกรรมในเครือข่าย ซึ่งขัดกับแนวคิดกระจายอำนาจที่เป็นหัวใจของ Bitcoin
ที่มา: CoinDesk · ประกาศทางการ Binance · Hashrate Index




















