1) FSB (หน่วยงานกำกับเสถียรภาพการเงินโลก) ออกรายงาน 12 ต.ค. 2569 เตือนตลาดสเตเบิลคอยน์มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ เสี่ยงเจอ “การถอนแห่” แม้ผู้ออกเหรียญจะมีเงินสำรองครบ 100%
2) ต้นเหตุคือโครงสร้างออกเหรียญเดียวกันผ่านบริษัทในเครือคนละประเทศ ทำให้เงินสำรองอาจติดอยู่คนละที่กับจุดที่มีคนแห่ถอนช่วงวิกฤต
3) รายงานนี้เข้าสู่ที่ประชุม G20 วันที่ 15 ต.ค. 2569 เพื่อผลักดันกฎกำกับดูแลข้ามพรมแดนที่เข้มงวดขึ้น
Financial Stability Board (FSB) หน่วยงานกำกับดูแลเสถียรภาพการเงินโลกที่มีธนาคารกลางและหน่วยงานกำกับจากประเทศ G20 เป็นสมาชิก ออกรายงานเตือนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ว่าตลาดสเตเบิลคอยน์ที่มีมูลค่ารวมราว 3 แสนล้านดอลลาร์ (ข้อมูลกลางปี 2569) อาจเผชิญ “redemption run” หรือการแห่ถอนเงินฉุกเฉิน ได้แม้ผู้ออกเหรียญจะยืนยันว่ามีเงินสำรองหนุนหลังครบ 100% ก็ตาม เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินสำรอง แต่อยู่ที่ “เงินสำรองอยู่ผิดที่ผิดเวลา” เมื่อเกิดวิกฤตข้ามพรมแดน
📑 สารบัญ
FSB เตือนอะไรกันแน่
ตามรายงาน “Global Stablecoin Arrangements: Cross-border vulnerabilities and financial stability monitoring” ที่ FSB เผยแพร่เมื่อ 12 ต.ค. 2569 (อ้างอิงจาก เอกสารต้นฉบับของ FSB และรายงานของ CryptoSlate) Andrew Bailey ประธาน FSB ระบุว่าโครงสร้างกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ข้ามพรมแดนยัง “ไม่เคยถูกทดสอบจริง” ภายใต้ภาวะวิกฤตรุนแรงหรือการล้มละลาย
จุดเสี่ยงหลักที่ FSB ชี้คือสเตเบิลคอยน์ที่ออกโดย “บริษัทในเครือหลายแห่งคนละประเทศ” ร่วมกันรับผิดชอบโทเคนเดียวกัน แต่แยกเก็บเงินสำรองคนละที่ — ผู้ถือเหรียญสามารถไถ่ถอนผ่านบริษัทไหนก็ได้ในเครือ ไม่ว่าเหรียญนั้นจะถูกออกจากที่ไหน ทำให้ถ้าคนแห่ถอนกระจุกตัวในประเทศหนึ่ง ขณะที่สินทรัพย์หนุนหลังส่วนใหญ่อยู่อีกประเทศ การโอนย้ายเงินสำรองข้ามพรมแดนในภาวะปกติทำได้ แต่ช่วงตลาดตื่นตระหนกอาจติดขัดเพราะข้อจำกัดด้านธนาคาร ความล่าช้าในการชำระราคา และกฎหมายแต่ละประเทศที่ไม่ตรงกัน
ทำไมสำรอง 100% ยังไม่พอ
FSB อธิบายว่าถ้าผู้ถือเหรียญไถ่ถอนไม่ทัน อาจต้องขายเหรียญทิ้งในตลาดรองที่ราคาต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ ซึ่งเสี่ยงทำให้เหรียญ “หลุดพาร์” (de-peg) ชั่วคราว และถ้าการแห่ถอนมีขนาดใหญ่พอ อาจลามเข้าสู่ระบบการเงินดั้งเดิมได้ เพราะผู้ออกเหรียญต้องรีบขายพันธบัตรรัฐบาลหรือถอนเงินฝากธนาคารจำนวนมากในเวลาอันสั้น
| ประเด็น | รายละเอียดจากรายงาน FSB |
|---|---|
| ขนาดตลาด | ราว 3 แสนล้านดอลลาร์ (กลางปี 2569) กว่า 99% ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ |
| จุดเสี่ยงหลัก | โครงสร้าง “หลายผู้ออกในเครือ” แยกสำรองคนละประเทศ แต่ไถ่ถอนข้ามบริษัทได้ |
| ผลกระทบถ้าเกิดจริง | เหรียญหลุดพาร์ชั่วคราว + อาจลามถึงตลาดพันธบัตร/เงินฝากธนาคาร |
| ก้าวต่อไป | เข้าที่ประชุม G20 15 ต.ค. 2569 ผลักดันการแชร์ข้อมูลข้ามพรมแดน + วางแผนรับมือวิกฤตร่วมกัน |
เคส USDC ในยุโรป ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงแล้ว
FSB ยกตัวอย่างโครงสร้างของ Circle ที่ออก USDC ผ่าน 2 นิติบุคคล — บริษัทในฝรั่งเศสดูแลตลาดยุโรป (EEA) และบริษัทในสหรัฐดูแลตลาดนอกยุโรป ตามนโยบาย MiCA Redemption Policy ที่ปรับปรุงเมื่อเดือนกันยายน 2569 ซึ่งเปิดช่องให้ Circle France เลื่อนหรือจำกัดคำขอไถ่ถอนบางส่วนได้ชั่วคราวในกรณีที่สองนิติบุคคลยังปรับสมดุลเงินสำรองข้ามพรมแดนไม่ทัน แม้เงื่อนไขนี้เป็นแผนรับมือล่วงหน้า ไม่ใช่สัญญาณว่าเกิดปัญหาสภาพคล่องแล้ว แต่ FSB มองว่าสะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ตนกำลังเตือนได้ตรงประเด็น
มุมไทย — ก.ล.ต.-ธปท. คุมเข้มสเตเบิลคอยน์เองแล้ว
ฝั่งไทย ก.ล.ต. อนุมัติให้ USDT และ USDC ซื้อขายได้บนกระดานที่มีใบอนุญาตถูกต้องมาตั้งแต่ 16 มีนาคม 2568 และล่าสุดเดือนกันยายน 2569 บอร์ด ก.ล.ต. เพิ่งเห็นชอบหลักการคุมเข้มธุรกรรมสเตเบิลคอยน์รอบใหม่ ทั้งการบังคับยืนยันตัวตนกระเป๋าเงินต้นทาง-ปลายทาง, กฎ Travel Rule (คาดเริ่มบังคับ ก.พ. 2570) และจำกัดวงเงินโอนไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อวันต่อคนต่อราย เพื่อป้องกันการใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังร่างกรอบกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์คู่ขนาน คาดเสร็จภายในปีนี้
พูดง่ายๆ คือไทยไม่รอ FSB — วางกรอบกันเหตุฟอกเงิน/ธุรกรรมผิดกฎหมายไปแล้ว แต่ประเด็นที่ FSB เตือนเรื่อง “ถอนแห่ข้ามประเทศ” ยังเป็นความเสี่ยงระดับโลกที่ไทยก็ได้รับผลกระทบทางอ้อมได้ เพราะนักลงทุนไทยจำนวนมากถือ USDT/USDC เป็นสินทรัพย์พักเงินระหว่างเทรดบนกระดานที่ได้รับอนุญาต เช่น Binance TH
สรุป
ปัญหาไม่ใช่เงินหาย แต่คือ “อยู่ผิดที่”
สำรอง 100% ไม่ได้การันตีว่าจะไถ่ถอนทันเวลา ถ้าเงินสำรองอยู่คนละประเทศกับจุดที่คนแห่ถอน
G20 จับตา 15 ต.ค. นี้
FSB เสนอให้เพิ่มการแชร์ข้อมูลข้ามพรมแดนและวางแผนรับมือวิกฤตร่วมกัน แต่ยังไม่มีกำหนดเวลาบังคับใช้ชัดเจน
ไทยคุมเข้มไปก่อนแล้ว
ก.ล.ต.-ธปท. ออกกฎ Travel Rule + จำกัดวงเงินโอนสเตเบิลคอยน์ไปตั้งแต่ ก.ย. 69 เพื่อลดความเสี่ยงฟอกเงิน
- USDT: ประมาณ 0.9993 ดอลลาร์ — ยังอยู่ใกล้พาร์ ไม่มีสัญญาณหลุดพาร์
- USDC: ประมาณ 0.9998 ดอลลาร์ — ปกติดี
รายงานของ FSB เป็นการเตือนเชิงป้องกัน (ก่อนเกิดเหตุ) ไม่ใช่สัญญาณว่ามีปัญหาสภาพคล่องเกิดขึ้นแล้วในขณะนี้
คำถามที่พบบ่อย
A: Stablecoin คือเหรียญคริปโตที่ผูกมูลค่ากับสินทรัพย์คงที่ เช่น 1 เหรียญ = 1 ดอลลาร์ โดยมีเงินสำรองหนุนหลัง แต่ความเสี่ยงที่ FSB เตือนไม่ใช่เรื่องเงินสำรองไม่พอ แต่คือ “เงินสำรองอยู่คนละประเทศ” กับจุดที่มีคนแห่ถอน ทำให้โอนย้ายมาไถ่ถอนไม่ทันในภาวะวิกฤต
A: เป็นการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าธนาคารกลาง G20 ที่ FSB จะนำรายงานนี้เข้าหารือ เพื่อผลักดันให้แต่ละประเทศแชร์ข้อมูลและวางแผนรับมือวิกฤตสเตเบิลคอยน์ร่วมกันมากขึ้น ยังไม่ใช่การออกกฎบังคับใช้ทันที
A: ยังไม่มีผลกระทบทันที ราคา USDT/USDC ล่าสุดยังใกล้ 1 ดอลลาร์ปกติ แต่ไทยมีกฎ Travel Rule และวงเงินโอนของตัวเองที่เข้มขึ้นอยู่แล้วตั้งแต่ ก.ย. 2569 ควรติดตามประกาศจาก ก.ล.ต./ธปท. อย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง





















