บัญชี X (ทวิตเตอร์) ของ Coldcard ผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์ Bitcoin ชื่อดังจากบริษัท Coinkite ถูกแฮกเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 แฮกเกอร์โพสต์ประกาศปลอมอ้างว่าเฟิร์มแวร์มีบั๊กร้ายแรง หลอกให้ผู้ใช้รีบโยกเงินไปยังเว็บไซต์ฟิชชิง โดยอาศัยความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์จริงเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ทำเงินหายไปกว่า 100 ล้านดอลลาร์
1) บัญชี X ของ Coldcard ถูกแฮก 11 ต.ค. 2569 โพสต์ปลอมอ้างบั๊กเฟิร์มแวร์รุ่น Mk4/Mk5/Q หลอกให้โยกเงินไปเว็บฟิชชิง
2) Coldcard ยืนยันระบบภายในและ 2FA แบบออฟไลน์ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2560 ยังปลอดภัย ไม่พบการล็อกอินที่ไม่ได้รับอนุญาต สงสัยเป็นช่องโหว่ระดับแพลตฟอร์ม X
3) โพสต์ปลอมถูกลบแล้ว ยังไม่มีรายงานความเสียหายทางการเงินจากเคสนี้ แต่ซ้อนทับความหวาดระแวงจากเหตุเฟิร์มแวร์บั๊กเดือน ก.ค. ที่สูญ 1,600-1,800 BTC
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้นกับบัญชี X ของ Coldcard
ช่วงเวลาประมาณ 02:00 UTC ของวันที่ 11 ตุลาคม 2569 บัญชี X ทางการของ Coldcard (@COLDCARDwallet) โพสต์ประกาศปลอมอ้างว่าเฟิร์มแวร์ล่าสุดมีช่องโหว่ร้ายแรงเกี่ยวกับการสร้าง seed ในรุ่น Mk4, Mk5 และ Q พร้อมเร่งให้ผู้ใช้ “โยกเงินด่วน” ผ่านลิงก์เว็บไซต์ปลอมที่สวมรอยเป็น Coldcard ตามรายงานจาก Bitcoin.com News และ U.Today
ชุมชนคริปโตช่วยกันแจ้งเตือนอย่างรวดเร็ว กดดันให้ทีม Coldcard ลบโพสต์ทิ้งภายในไม่กี่ชั่วโมง จากนั้นเวลาประมาณ 05:46 UTC บริษัทออกแถลงการณ์ยืนยันว่า “เรากำลังสอบสวนว่าโพสต์ที่มีลิงก์ฟิชชิงถูกเผยแพร่จากบัญชีนี้ได้อย่างไร ขณะนี้ลบทิ้งแล้ว”
สิ่งที่ทำให้เคสนี้แปลกคือ Coldcard ยืนยันว่าระบบรักษาความปลอดภัยของตัวเองไม่มีรอยรั่ว — ไม่พบ log การล็อกอินหรือ session ที่ไม่ได้รับอนุญาตเลย และยืนยันว่าการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) แบบออฟไลน์ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2560 ยังปลอดภัยอยู่ ทำให้บริษัทต้องร้องขอให้ทีมซัพพอร์ตของ X เข้ามาสอบสวนด่วน โดยตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นช่องโหว่ระดับแพลตฟอร์มหรือระบบจัดการแอดมินของ X เอง พร้อมอ้างอิงรายงานที่ว่ามีการซื้อขายสิทธิ์เข้าถึงระดับแอดมินของ X ในตลาดมืด แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันความเชื่อมโยงตรงก็ตาม
ทำไมโพสต์ปลอมถึงน่ากลัว — เรื่องเดิมเดือน ก.ค.
เหตุผลที่โพสต์ปลอมนี้หลอกคนได้ง่ายคือมันสวมรอยทับเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Coldcard ตอนนั้นเกิดบั๊กจาก linker error ในโค้ดอุปกรณ์ ทำให้กระเป๋าบางรุ่นถูกสร้างด้วยค่าสุ่ม (entropy) ที่อ่อนแอกว่าที่ควร แฮกเกอร์ใช้วิธี brute-force แบบออฟไลน์ถอดรหัส seed phrase ได้สำเร็จ กวาดเงินไปประมาณ 1,600-1,800 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 100-130 ล้านดอลลาร์ ณ เวลานั้น นับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ self-custody ที่เสียหายหนักที่สุดของปีนี้
Coinkite (บริษัทผู้ผลิต Coldcard) ออกแพตช์เฟิร์มแวร์ฉุกเฉินตามมา ได้แก่เวอร์ชัน 4.2.0 สำหรับ Mk3, 5.6.0 สำหรับ Mk4/Mk5 และ 1.5.0Q สำหรับรุ่น Q แต่การอัปเดตไม่สามารถแก้ปัญหากระเป๋าที่สร้างไปแล้วโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ต้องสร้าง seed phrase ใหม่เองและโยกทรัพย์สินด้วยมือ — ขั้นตอนที่สร้างความกังวลใจอยู่แล้ว กลายเป็นช่องให้แฮกเกอร์เลียนแบบคำเตือนแบบเป๊ะๆในโพสต์ปลอมเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเร่งให้คนตื่นตระหนกกดลิงก์โดยไม่ทันคิด
วิธีป้องกันตัวจากฟิชชิงแบบนี้
- เฟิร์มแวร์หรือการอัปเดตที่แท้จริง ไม่มีทางขอให้พิมพ์ seed phrase 24 คำลงในเว็บไซต์ ไม่ว่ากรณีใด
- เข้าเว็บไซต์ทางการโดยพิมพ์ URL เองเสมอ (เช่น coldcard.com) ห้ามคลิกลิงก์จากโพสต์ด่วนที่สร้างความตื่นตระหนก
- เช็คประกาศข้ามช่องทาง — เว็บทางการ, GitHub, Discord ทางการ — ถ้ามีแค่โพสต์เดียวบน X ให้สงสัยไว้ก่อน
- อัปเดตเฟิร์มแวร์เฉพาะผ่านแอปทางการที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์จริงเท่านั้น ไม่ใช่ผ่านเว็บเบราวเซอร์
มุมไทย: คนไทยใช้ Coldcard เสี่ยงแค่ไหน
นักลงทุนไทยที่ใช้กระเป๋าฮาร์ดแวร์เก็บ Bitcoin ระยะยาว (cold storage) ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ติดตามข่าวกระเป๋าฮาร์ดแวร์ผ่านทวิตเตอร์/X เป็นหลัก หากเจอโพสต์ลักษณะ “ด่วน! เฟิร์มแวร์มีบั๊ก โยกเงินทันที” พร้อมลิงก์แปลกที่ไม่ใช่โดเมนทางการ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ ไม่ว่าบัญชีที่โพสต์จะมีเครื่องหมายยืนยันตัวตนหรือผู้ติดตามมากเท่าไหร่ก็ตาม เพราะเคสนี้พิสูจน์แล้วว่าบัญชีทางการระดับบริษัทก็ถูกแฮกได้ ไม่มีข้อยกเว้น
ข้อดีคือกรณีนี้โพสต์ปลอมถูกลบไปอย่างรวดเร็วก่อนสร้างความเสียหายวงกว้าง และยังไม่มีรายงานผู้ใช้ไทยเสียเงินจากเคสนี้โดยตรง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเก็บ seed phrase ให้ปลอดภัยและไม่พิมพ์ใส่เว็บไซต์ใดๆ เด็ดขาด ยังคงเป็นกฎเหล็กอันดับหนึ่งของการถือครองคริปโตด้วยตัวเอง
คำถามที่พบบ่อย
Coldcard มีผู้ใช้สูญเงินจากโพสต์ปลอมนี้หรือไม่?
ยังไม่มีรายงานความเสียหายทางการเงินที่ยืนยันได้จากโพสต์ปลอมวันที่ 11 ต.ค. โดยเฉพาะ ความเสี่ยงจะเกิดกับผู้ที่ตื่นตระหนกแล้วพิมพ์ seed phrase ลงเว็บฟิชชิงเท่านั้น
เฟิร์มแวร์ Coldcard จริงๆ มีบั๊กไหมตอนนี้?
ไม่ บั๊กเรื่อง seed generation ที่อ่อนแอเกิดขึ้นจริงเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 และถูกแพตช์ไปแล้ว ส่วนประกาศ “บั๊กร้ายแรง” เมื่อ 11 ต.ค. เป็นโพสต์ปลอมที่แฮกเกอร์สร้างขึ้นเพื่อหลอกลวงเท่านั้น
ควรทำอย่างไรถ้าเคยกดลิงก์จากโพสต์ปลอมไปแล้ว?
หากยังไม่ได้พิมพ์ seed phrase ลงไปก็ยังปลอดภัย แต่ถ้าพิมพ์ไปแล้วต้องโยกเงินออกจากกระเป๋านั้นทันทีไปยังกระเป๋าใหม่ที่สร้าง seed ใหม่ทั้งหมด





















