1) DWF Maas และ Falcon Digital (บริษัทในเครือ DWF Labs) ยื่นฟ้อง BitGo ต่อศาลสูงกรุงลอนดอน เรียกค่าเสียหาย 141 ล้านดอลลาร์
2) กล่าวหาว่า BitGo ผิดสัญญา OTC ส่วนตัว นำโทเคน FF และ ESPORTS ที่ได้ราคาพิเศษไปขายในตลาดก่อนครบกำหนดล็อกประมาณ 2 เดือน จนราคาร่วง
3) ทั้งสองฝ่ายมีสายสัมพันธ์กับ World Liberty Financial ของตระกูลทรัมป์ — BitGo ยังไม่ให้ความเห็น และข้อกล่าวหายังไม่ผ่านการพิจารณาของศาล
DWF Maas และ Falcon Digital สองบริษัทในเครือ DWF Labs ยื่นฟ้อง BitGo ผู้ให้บริการ custodian คริปโตรายใหญ่ ต่อศาลสูงกรุงลอนดอน (London High Court) เรียกค่าเสียหาย 141 ล้านดอลลาร์ โดยกล่าวหาว่า BitGo ผิดข้อตกลงซื้อขายแบบ OTC ส่วนตัว นำโทเคนที่ถูกล็อกไว้ไปขายในตลาดก่อนครบกำหนด ทำให้ราคาร่วงและสร้างความเสียหายต่อโทเคนที่ DWF ยังถือครองอยู่
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้น: DWF Labs ฟ้อง BitGo
Financial Times รายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2569 ว่า DWF Maas และ Falcon Digital สองบริษัทในเครือของ DWF Labs บริษัท market maker รายใหญ่สัญชาติดูไบ ได้ยื่นฟ้อง BitGo ต่อศาลสูงกรุงลอนดอน เรียกค่าเสียหาย 141 ล้านดอลลาร์
ข้อกล่าวหาหลักคือ BitGo ผิดสัญญาข้อตกลงซื้อขายแบบ over-the-counter (OTC) ที่ทำกันเป็นการส่วนตัว เกี่ยวกับโทเคน Falcon Finance (FF) และ ESPORTS โดย DWF ระบุว่า BitGo ได้รับโทเคนทั้งสองตัวในราคาพิเศษ (ส่วนลด) แลกกับคำมั่นว่าจะไม่ขายออกจนกว่าจะครบระยะเวลาล็อกและ vesting แต่กลับนำโทเคนไปขึ้นกระดานเทรดก่อนวันปลดล็อกรอบแรกประมาณ 2 เดือน
DWF ระบุว่าการขายโทเคนเข้าตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำ (thin market) สร้างแรงกดดันขายอย่างหนัก ทำให้มูลค่าโทเคนที่ DWF ยังถือครองอยู่ลดลงไปด้วย ด้าน BitGo ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อ Financial Times และข้อกล่าวหาทั้งหมดยังไม่ผ่านการพิจารณาของศาล
ย้อนไทม์ไลน์ข้อตกลงที่ว่ากันว่าถูกผิดสัญญา
ทำข้อตกลง OTC
BitGo รับโทเคน FF และ ESPORTS ราคาพิเศษ แลกกับสัญญาไม่ขายจนครบล็อก/vesting
ขายก่อนปลดล็อก ~2 เดือน
DWF กล่าวหาว่า BitGo โยกโทเคนขึ้นกระดานเทรดก่อนกำหนดจริง
เม.ย.-พ.ค. 2569
DWF ทักท้วง BitGo ขอคำยืนยัน/รับประกัน แต่ไม่ได้รับคำตอบที่พอใจ
9 ต.ค. 2569 — ยื่นฟ้อง
DWF Maas และ Falcon Digital ยื่นฟ้องต่อศาลสูงลอนดอน เรียก 141 ล้านดอลลาร์
จุดเชื่อมโยง World Liberty Financial ของตระกูลทรัมป์
ประเด็นที่ทำให้คดีนี้ถูกพูดถึงมากกว่าคดีฟ้องร้องทั่วไปในโลกคริปโต คือทั้งสองฝ่ายต่างมีสายสัมพันธ์กับ World Liberty Financial โปรเจกต์คริปโตที่มีตระกูลทรัมป์หนุนหลัง
DWF Labs เคยลงทุนซื้อโทเคน WLFI ของ World Liberty Financial มูลค่า 25 ล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อน ขณะที่ BitGo ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสินทรัพย์สำรอง (custodian) ที่หนุนหลัง stablecoin USD1 ของ World Liberty Financial อยู่ในปัจจุบัน แม้ว่า World Liberty กำลังอยู่ระหว่างย้ายบทบาทนี้ไปให้ trust bank ของตัวเองที่เพิ่งได้รับอนุมัติแบบมีเงื่อนไข
มุมนักลงทุนไทย: บทเรียนเรื่องความเสี่ยง Custodian
คดีนี้อาจดูเหมือนเรื่องของสองบริษัทสถาบันในต่างประเทศ แต่สะท้อนความเสี่ยงที่นักลงทุนไทยควรรู้เมื่อเกี่ยวข้องกับโทเคนที่มีเงื่อนไขล็อก/vesting หรือฝากสินทรัพย์กับ custodian ต่างประเทศ หาก custodian ผิดสัญญาโดยนำโทเคนไปขายก่อนกำหนดจริง ผู้ถือโทเคนรายอื่นที่ยังถูกล็อกอยู่ก็อาจเสียหายไปด้วยทั้งที่ไม่ได้มีส่วนรู้เห็น ก่อนเข้าร่วมดีลโทเคนแบบ OTC หรือฝากสินทรัพย์กับผู้ดูแลรายใด นักลงทุนควรตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือให้รอบคอบ ไม่ต่างจากการเลือกกระดานเทรดในไทยที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต.
คำถามที่พบบ่อย
DWF Labs คือใคร?
DWF Labs เป็นบริษัท market maker และนักลงทุนคริปโตรายใหญ่ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ดูไบ ลงทุนและซื้อขายโทเคนให้กับโปรเจกต์คริปโตจำนวนมากทั่วโลก
BitGo เกี่ยวข้องกับคริปโตไทยอย่างไร?
BitGo เป็นผู้ให้บริการ custodian (ผู้ดูแลสินทรัพย์คริปโต) รายใหญ่ของโลก ดูแลสินทรัพย์ให้สถาบันและโปรเจกต์ต่างๆ แม้ไม่ได้ให้บริการตรงกับนักลงทุนรายย่อยในไทย แต่มีผลต่อความเชื่อมั่นในระบบ custodian ที่หลายแพลตฟอร์มทั่วโลกอ้างอิง
คดีนี้จะกระทบราคาคริปโตในตลาดหรือไม่?
ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อราคา Bitcoin หรือเหรียญหลักในตลาด เพราะเป็นข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างสองบริษัทสถาบันเกี่ยวกับโทเคนเฉพาะ (FF และ ESPORTS) แต่เป็นกรณีศึกษาสำคัญเรื่องความเสี่ยงของดีล OTC และการล็อกโทเคน
ที่มา: Decrypt อ้างอิงรายงานของ Financial Times





















