ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ประกาศกฎเกณฑ์ใหม่รวม 11 ฉบับ เปิดทางให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซื้อขายกองทุน ETF ที่ลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum ได้เป็นครั้งแรก มีผลบังคับใช้ 16 ตุลาคม 2569 นี้ หลังเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะมา 2 รอบตั้งแต่เดือนเมษายน
1. ก.ล.ต. ไทยไฟเขียวกฎ ETF คริปโต 11 ฉบับ มีผล 16 ต.ค. 2569 เปิดทาง SET ขาย ETF ได้ เฟสแรกจำกัดแค่ Bitcoin-Ethereum
2. กองทุนต้องถือเหรียญเดียวเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV ต่อปี และห้ามโบรกให้กู้มาร์จิ้นซื้อ ETF คริปโต
3. รายย่อยไทยยังเข้า ETF ต่างประเทศไม่ได้ในเฟสนี้ กองทุนต้องตั้งในไทย ใช้ผู้เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลที่ ก.ล.ต. ไทยคุมเท่านั้น
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้น: กฎ 11 ฉบับมีอะไรบ้าง
ก.ล.ต. แถลงเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ว่าออกประกาศรวม 11 ฉบับ วางโครงกองทุน ETF คริปโตให้ซื้อขายบน SET ได้ หลังเปิดรับฟังความเห็น 2 รอบ คือช่วงเมษายน-พฤษภาคม และสิงหาคม-กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งผู้แสดงความเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการและร่างกฎที่เสนอ ก.ล.ต. ระบุว่ากฎนี้มีเป้าหมายเพิ่มช่องทางลงทุนคริปโตให้นักลงทุน เสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการในประเทศ และพัฒนาตลาด ETF คริปโตไทยภายใต้มาตรการคุ้มครองนักลงทุน
เฟสแรกอนุญาตเฉพาะ Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) เท่านั้น ส่วนเหรียญอื่นจะพิจารณาเพิ่มในอนาคตตามเงื่อนไขสภาพคล่อง การยอมรับในตลาด ความปลอดภัยของเครือข่าย และการคุ้มครองนักลงทุน โดย ETF ต้องจดทะเบียนและซื้อขายเฉพาะบน SET เท่านั้น ห้ามอ้างอิงกับ ETF ต่างประเทศในรูปใบแสดงสิทธิ (DR) สำหรับรายย่อยทั่วไปในเฟสนี้
กฎสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้
กองทุน ETF คริปโตไทยต้องทำตามเงื่อนไขเพิ่มเติมจากกองทุน ETF ทั่วไป ดังนี้
| หัวข้อ | เงื่อนไข |
|---|---|
| สินทรัพย์ที่ลงทุนได้ | Bitcoin, Ethereum เท่านั้น (เฟสแรก) |
| กลยุทธ์กองทุน | Passive ติดตามราคาสินทรัพย์เดียว เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV ต่อปี |
| ที่เก็บรักษาสินทรัพย์ | ต้องใช้ผู้เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (custodian) ที่ ก.ล.ต. ไทยกำกับดูแลเท่านั้น |
| มาร์จิ้น | โบรกเกอร์ห้ามให้กู้ยืมเงินซื้อ ETF คริปโต |
| ก่อนเทรด | นักลงทุนต้องผ่านการให้ความรู้เรื่อง ETF คริปโตและยืนยันว่าเข้าใจความเสี่ยงก่อนซื้อ |
| ETF ต่างประเทศ | รายย่อยทั่วไปเข้าไม่ได้ในเฟสแรก ยกเว้นนักลงทุนสถาบัน/รายใหญ่พิเศษ (Ultra-HNW) |
- บลจ. ที่อยากออกกองทุนต้องยื่นแสดงความพร้อมด้านบุคลากร ระบบปฏิบัติการ และคู่สัญญาผู้ให้บริการก่อน
- ผู้เก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีคุณสมบัติครบ ยื่นขอเป็น “ผู้ดูแลผลประโยชน์” ให้กองทุน ETF คริปโตได้ด้วย
- กองทุนรวม/กองทุนส่วนบุคคลไทย ลงทุนใน ETF คริปโตที่ตั้งในไทยได้ ภายใต้เพดานลงทุนเดิมที่มีอยู่
มุมไทย: ผลกระทบต่อนักลงทุนรายย่อย
สำหรับคนไทยที่อยากมีสัดส่วน Bitcoin/Ethereum ในพอร์ตผ่านช่องทางที่กำกับดูแลโดยตรง นี่คือครั้งแรกที่ทำได้ผ่านบัญชีหุ้นปกติบน SET โดยไม่ต้องเปิดบัญชีซื้อขายคริปโตแยก หรือโอนเงินออกนอกประเทศไปซื้อ ETF ต่างประเทศ แต่ต้องรอดูว่าจะมี บลจ. ไหนยื่นออกกองทุนจริงหลัง 16 ต.ค. เพราะวันที่กฎมีผลบังคับใช้ไม่ได้แปลว่าจะมี ETF ให้ซื้อขายวันนั้นทันที บลจ. ต้องผ่านเกณฑ์ความพร้อมก่อน
ข้อจำกัดที่ควรรู้คือห้ามใช้มาร์จิ้นซื้อ ETF คริปโตเลย ต่างจากคริปโตบนกระดานไทยที่บางเจ้ามี margin trading และเพดาน 80% ของ NAV หมายความว่ากองทุนจะไม่กระจายสินทรัพย์ แต่เน้นหนักเหรียญเดียวตามชื่อกองทุน ความเสี่ยงจึงใกล้เคียงถือเหรียญตรงมากกว่ากองทุนผสมทั่วไป นักลงทุนที่คุ้นกับการเทรดคริปโตบนกระดานไทยอยู่แล้วจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้ ETF ทันที แต่เป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่อยากลงทุนผ่านบัญชีหุ้น/กองทุนที่คุ้นเคยอยู่แล้วมากกว่า
ราคา Bitcoin-Ethereum วันนี้
| เหรียญ | ราคา (ดอลลาร์) | 24 ชม. |
|---|---|---|
| Bitcoin (BTC) | ประมาณ 82,300 ดอลลาร์ | -0.4% |
| Ethereum (ETH) | ประมาณ 2,490 ดอลลาร์ | -2.8% |
ราคาข้างต้นเป็นข้อมูล ณ เวลาที่เขียนบทความ อาจเปลี่ยนแปลงตามความผันผวนของตลาด ดูราคาเรียลไทม์เป็นเงินบาทเทียบกระดานไทยได้ที่ cap.siambitcoin.com
คำถามที่พบบ่อย
A: ยังไม่แน่ วันที่ 16 ต.ค. คือวันที่กฎเริ่มมีผลบังคับใช้ ไม่ใช่วันเปิดซื้อขายกองทุนจริง บลจ. ต้องยื่นขอและผ่านเกณฑ์ความพร้อมก่อนจึงจะเปิดขายกองทุนได้
A: ETF ซื้อขายผ่านบัญชีหุ้นแบบหน่วยลงทุน ไม่ต้องเปิดบัญชีคริปโตแยก แต่ซื้อมาร์จิ้นไม่ได้ และเฟสแรกมีแค่ BTC/ETH ส่วนซื้อตรงบนกระดานไทยเลือกเหรียญได้หลากหลายกว่าและเทรดได้ 24/7
A: เฟสแรกยังไม่ได้ ก.ล.ต. อนุญาตเฉพาะนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra-HNW) เท่านั้นที่เข้าถึง ETF ต่างประเทศผ่านโบรกได้
ที่มา: CryptoBriefing via TradingView, crypto.news



















