• กรรมการอิสระของ Metaplanet ออกจดหมาย + fact sheet ปกป้องแผนสิทธิซื้อหุ้น (Series 10) ของซีอีโอ Simon Gerovich หลังถูกผู้ถือหุ้นวิจารณ์หนักเรื่องการเจือจางหุ้น
• บอร์ดตัดจำนวนหุ้นอ้างอิงลง 41.1% เมื่อ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าศักยภาพของสิทธิหายไปกว่า 220 ล้านดอลลาร์
• จดหมายยังไม่ตอบคำถามเรื่องหุ้น 64 ล้านหุ้นที่ Gerovich ใช้สิทธิไปแล้วก่อนรีเซ็ต และประเด็น MMXX Ventures ที่ผู้ถือหุ้นบางส่วนยังติดใจ
Metaplanet (3350) บริษัทบิตคอยน์เทรเชอรีสัญชาติญี่ปุ่นที่ถือ BTC มากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย เจอแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นต่อเนื่องเรื่องแผนสิทธิซื้อหุ้นผู้บริหาร (stock acquisition rights) ที่เคยทำให้สัดส่วนหุ้นของฝ่ายบริหารขยายตัวโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่บริษัทเพิ่มทุนไปซื้อบิตคอยน์ ล่าสุดวันที่ 29 กันยายน 2569 กรรมการอิสระของบริษัทออกจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ถือหุ้น พร้อมเอกสาร fact sheet ชี้แจงที่มาและเหตุผลของแผนนี้ หลังบอร์ดเพิ่งตัดลดขนาดสิทธิลง 41% เมื่อ 11 กันยายนที่ผ่านมา
📑 สารบัญ
Series 10 เริ่มต้นมาจากไหน
ตามเอกสาร fact sheet ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการของ Metaplanet สิทธิซื้อหุ้น Series 10 ถูกอนุมัติในที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) เมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2566 ตอนที่ Metaplanet ยังเป็นบริษัทโรงแรมขนาดเล็กที่กำลังเผชิญวิกฤตการเงิน อนาคตไม่แน่นอน กรรมการอิสระระบุว่าฝ่ายบริหารรวมถึง Gerovich ควักเงินส่วนตัวซื้อสิทธินี้ในราคายุติธรรม (fair value) ที่ 10 เยนต่อหุ้น เทียบกับราคาหุ้นปัจจุบันที่ประมาณ 286 เยน พร้อมยอมรับเงื่อนไขล็อกการใช้สิทธิระยะยาว
จุดที่กลายเป็นประเด็นร้อนคือเงื่อนไขเดิมที่ออกแบบให้สัดส่วนหุ้นของฝ่ายบริหาร “ปรับเพิ่มอัตโนมัติ” เพื่อรักษาสัดส่วนไว้ที่ราว 20% ของหุ้นแบบเจือจางเต็มที่ (fully diluted) ทุกครั้งที่บริษัทออกหุ้นใหม่ระดมทุน พอ Metaplanet เปลี่ยนโมเดลมาเป็นบิตคอยน์เทรเชอรีเต็มตัวตั้งแต่เมษายน 2567 และเพิ่มทุนซื้อ BTC ต่อเนื่อง พูลสิทธิจึงบวมขึ้นจากราว 46 ล้านหุ้น เป็นจุดสูงสุด 319,464,000 หุ้น โดยส่วนของ Gerovich เองอยู่ที่ 113 ล้านหุ้น ซึ่ง 64 ล้านหุ้นในจำนวนนี้เขาใช้สิทธิซื้อไปแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนบอร์ดจะรีเซ็ตเงื่อนไขในเดือนถัดมา อ้างอิงจากรายงานของ CoinDesk และ CryptoTimes
บอร์ดตัดสิทธิ 41% เปลี่ยนอะไรบ้าง
หลังแรงต้านจากผู้ถือหุ้นรายย่อยพุ่งสูง บอร์ด Metaplanet ประกาศแก้ไขเงื่อนไข Series 10 เมื่อ 11 กันยายน 2569 โดยได้รับความยินยอมจากผู้ถือสิทธิเอง สาระสำคัญคือลดจำนวนหุ้นต่อ 1 สิทธิจาก 696 หุ้น เหลือ 410 หุ้น ทำให้พูลสิทธิรวมลดลง 41.1% จาก 319,464,000 หุ้น เหลือ 188,190,000 หุ้น และหากนับเฉพาะส่วนที่ยังไม่ใช้สิทธิ ลดลงถึง 55.5% จาก 236,640,000 เหลือ 105,366,000 หุ้น
| รายการ | ก่อนปรับ (ก่อน 11 ก.ย.) | หลังปรับ (หลัง 11 ก.ย.) |
|---|---|---|
| หุ้นต่อ 1 สิทธิ | 696 หุ้น | 410 หุ้น |
| พูลสิทธิรวม | 319,464,000 หุ้น | 188,190,000 หุ้น (-41.1%) |
| ส่วนที่ยังไม่ใช้สิทธิ | 236,640,000 หุ้น | 105,366,000 หุ้น (-55.5%) |
| ราคาใช้สิทธิ | 10 เยน/หุ้น (คงเดิม) | 10 เยน/หุ้น (คงเดิม) |
| มูลค่าสิทธิที่หายไป | — | กว่า 220 ล้านดอลลาร์ |
นอกจากตัดจำนวนหุ้น บอร์ดยังยกเลิกกลไกปรับเพิ่มอัตโนมัติสำหรับหุ้นที่ออกใหม่หลัง 1 กันยายน 2568 เพิ่มเงื่อนไขทยอยใช้สิทธิเป็น 3 งวดในปี 2572-2574 ล็อกหุ้นที่ใช้สิทธิแล้วจนถึงสิงหาคม 2574 และถอนแผนโอนสิทธิสูงสุด 90,000 หน่วยเข้าพูลจูงใจพนักงานที่เคยวางไว้ บริษัทระบุว่าการปรับครั้งนี้ช่วยให้ตัวเลขบิตคอยน์ต่อหุ้นแบบเจือจางเต็มที่ (BTC per fully diluted share) ดีขึ้นราว 8.8% และปัจจุบันสิทธิ Series 10 ทั้งที่ใช้แล้วและยังไม่ใช้รวมกันคิดเป็นราว 12.5% ของหุ้นทั้งหมด
คำถามที่จดหมายยังไม่ตอบ
แม้จดหมายจะอธิบายที่มาและเหตุผลไว้ละเอียด แต่ยังเลี่ยงไม่พูดถึง 2 ประเด็นที่ผู้ถือหุ้นบางส่วนติดใจที่สุด
⚠️ หุ้น 64 ล้านหุ้นที่ใช้สิทธิไปแล้ว
Gerovich ใช้สิทธิซื้อหุ้น 64 ล้านหุ้นในเดือนสิงหาคม ก่อนบอร์ดจะรีเซ็ตเงื่อนไขวันที่ 11 กันยายน บริษัทเคยชี้แจงมาก่อนหน้านี้ว่าหุ้นส่วนนี้จะไม่ถูกเรียกคืน เพราะการใช้สิทธิถูกต้องตามเงื่อนไขที่บังคับใช้อยู่ ณ ขณะนั้น
⚠️ ประเด็น MMXX Ventures
MMXX Ventures ผู้ถือหุ้น Metaplanet ที่ Gerovich มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอยู่ (ไม่ใช่ผู้ถือหุ้นใหญ่) เคยขายหุ้น Metaplanet ออกมาในช่วงที่บริษัทกำลังระดมทุนเพิ่ม ประเด็นนี้ยังไม่ถูกตอบในจดหมายฉบับนี้
ด้านการโหวตอนุมัติเดิม fact sheet ระบุว่าที่ประชุม EGM เมื่อ ก.พ. 2566 มีเสียงเห็นชอบกว่า 98% หากนับรวม EVO ผู้ถือหุ้นใหญ่ในตอนนั้น แต่ถ้าตัด EVO ออก จะเหลือเสียงเห็นชอบ 78.3% ตามสัดส่วนหุ้น (เห็นชอบ 27,413 เสียง ไม่เห็นชอบ 7,619 เสียง) และ 86.8% ตามจำนวนผู้ถือหุ้น (เห็นชอบ 985 ราย ไม่เห็นชอบ 150 ราย)
มุมมองนักลงทุนไทย
หุ้น Metaplanet (3350) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว คนไทยที่อยากถือต้องผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศที่เปิดเทรดหุ้นญี่ปุ่นได้ ซึ่งยังไม่แพร่หลายเท่าการซื้อหุ้นสหรัฐฯ และปัจจุบันไทยยังไม่มีบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ทำกลยุทธ์ถือบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์หลักแบบนี้ ก.ล.ต. ไทยจึงไม่มีกรอบกำกับดูแลประเด็นธรรมาภิบาลลักษณะนี้โดยตรง ดีลนี้จึงเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนสำหรับนักลงทุนไทยที่กำลังพิจารณาหุ้นบิตคอยน์เทรเชอรีต่างประเทศ: ต้องอ่านโครงสร้างสิทธิผู้บริหารและการเจือจางหุ้นให้ละเอียด ไม่ใช่ดูแค่จำนวน BTC ที่บริษัทถือ เพราะผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยได้รับจริงอาจถูกลดทอนจากการเจือจางฝั่งผู้บริหารได้
คำถามที่พบบ่อย
Series 10 คือสิทธิอะไร
เป็นสิทธิซื้อหุ้น (stock acquisition rights) ที่ Metaplanet ออกให้ CEO Simon Gerovich และผู้บริหารอีก 4 คน ซื้อหุ้นได้ในราคา 10 เยนต่อหุ้น อนุมัติโดยผู้ถือหุ้นตั้งแต่ปี 2566 ก่อนบริษัทจะเปลี่ยนมาเป็นบิตคอยน์เทรเชอรี
ทำไมบอร์ดต้องตัดสิทธิลง 41%
เพราะกลไกปรับเพิ่มอัตโนมัติทำให้พูลสิทธิบวมขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่บริษัทเพิ่มทุนซื้อ BTC จนผู้ถือหุ้นรายย่อยกังวลเรื่องการเจือจางหุ้น บอร์ดจึงตัดพูลลงและยกเลิกกลไกอัตโนมัตินี้เพื่อลดแรงกดดัน
คนไทยถือหุ้น Metaplanet ได้รับผลกระทบยังไง
คนไทยที่ถือหุ้น 3350 ผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศจะได้รับผลทางอ้อมจากมูลค่าบิตคอยน์ต่อหุ้นที่ดีขึ้น 8.8% หลังตัดสิทธิ แต่ยังต้องติดตามประเด็นหุ้น 64 ล้านหุ้นและ MMXX Ventures ที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนต่อไป





















