หน่วยข่าวกรองทางการเงินออสเตรเลีย (AUSTRAC) เปิดเผยเมื่อ 7 กันยายน 2569 ว่าตลอด 12 เดือนที่ผ่านมาได้ยกเลิก ระงับ หรือปฏิเสธการต่ออายุทะเบียนผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้โอนเงินระหว่างประเทศไปแล้ว 45 ราย โดยหนึ่งในนั้นทำให้ตู้ ATM คริปโตทั่วประเทศดับพร้อมกัน 96 ตู้ และอีกรายถูกถอนทะเบียนหลังลูกค้าร้องเรียนว่าถูกแก๊งหลอกลงทุนใช้เป็นช่องทางรับเงิน
📑 สารบัญ
AUSTRAC ทำอะไรไปบ้างใน 1 ปี
AUSTRAC คือหน่วยงานที่ดูแลกฎหมายป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนการก่อการร้ายของออสเตรเลีย ใครจะเปิดเว็บเทรดคริปโต ให้บริการแลกเปลี่ยนเหรียญ หรือทำธุรกิจโอนเงินข้ามประเทศในออสเตรเลีย ต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานนี้ก่อน ไม่ใช่แค่ขอใบอนุญาตแล้วจบ แต่ต้องรายงานธุรกรรมและแจ้งการเปลี่ยนแปลงสำคัญตลอดอายุทะเบียน
ตัวเลข 45 รายที่ประกาศออกมาเป็นยอดสะสมของการดำเนินการ 3 แบบรวมกัน ได้แก่ ยกเลิกทะเบียน ระงับทะเบียนชั่วคราว และปฏิเสธคำขอต่ออายุ โดย AUSTRAC ไม่ได้แยกให้ชัดว่าเป็นผู้ให้บริการคริปโตกี่ราย เป็นธุรกิจโอนเงินกี่ราย
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลา | 12 เดือนย้อนหลัง (ประกาศ 7 ก.ย. 2569) |
| จำนวนรวม | 45 ทะเบียน |
| ประเภทการดำเนินการ | ยกเลิก / ระงับ / ไม่ต่ออายุ |
| กลุ่มธุรกิจ | ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้โอนเงินข้ามประเทศ |
| ผลทางกฎหมาย | หมดสิทธิ์ให้บริการทันทีที่ทะเบียนถูกถอน |
เบรนแดน โทมัส ซีอีโอของ AUSTRAC ระบุว่าธุรกิจที่ถูกยกเลิกทะเบียนแล้วจะดำเนินกิจการต่อไม่ได้อีก และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบางบริษัทถูกส่งชื่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยกำกับดูแลอื่นดำเนินการต่อ ซึ่งหมายความว่าโทษไม่ได้จบแค่ระดับบริษัท แต่ตามไปถึงตัวบุคคลได้ด้วย
สองเคสที่กระทบผู้ใช้จริง
จากทั้งหมด 45 ราย มีสองเคสที่ถูกระบุชื่อชัดเจนและเห็นผลกระทบกับผู้ใช้ทันที
💀 GetCoins (BA Digital Ventures)
ถูกยกเลิกทะเบียนสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อ 4 มิถุนายน 2569 หลังลูกค้าร้องเรียนว่าบริการถูกแก๊งหลอกลงทุนคริปโตแบบมีองค์กรใช้เป็นช่องทาง AUSTRAC เรียกการถอนทะเบียนครั้งนี้ว่าเป็น “มาตรการตัดวงจร” ที่ทำร่วมกับศูนย์ต้านกลโกงแห่งชาติ
⚠️ Cryptolink
ถูกระงับทะเบียนเมื่อ 9 สิงหาคม 2569 ผลคือตู้ ATM คริปโตของบริษัทที่กระจายอยู่ทั่วออสเตรเลียรวม 96 ตู้ ต้องหยุดให้บริการพร้อมกัน
นอกจากนี้ AUSTRAC ยังมีการสอบสวนคู่ขนานกับ Western Union อยู่ด้วย แต่ยังไม่เปิดเผยผลการตรวจสอบ
เหตุผลที่ถูกถอนทะเบียน
AUSTRAC ระบุเหตุผลของการดำเนินการทั้ง 45 รายไว้หลายข้อ ไม่ได้เป็นเรื่องฟอกเงินทั้งหมด บางส่วนเป็นเรื่องบริหารจัดการล้วนๆ
- ธุรกิจหยุดดำเนินการไปแล้วแต่ทะเบียนยังค้างอยู่ในระบบ
- บริษัทล้มละลายหรือเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี
- ไม่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจจริงตามที่ขึ้นทะเบียนไว้
- ไม่รายงานการเปลี่ยนแปลงสำคัญตามที่กฎหมายกำหนด
- ข้อมูลที่ใช้ขึ้นทะเบียนไม่ถูกต้อง
- มีความเสี่ยงสูงด้านการฟอกเงินหรือการสนับสนุนการก่อการร้าย
การกวาดทะเบียนที่ไม่ได้ใช้งานออกจากระบบมีความหมายมากกว่าที่คิด เพราะทะเบียนร้างคือของที่มิจฉาชีพชอบหยิบไปอ้าง เว็บหลอกลงทุนจำนวนมากใช้วิธีชี้ไปที่เลขทะเบียนของบริษัทที่เลิกกิจการไปแล้ว เพื่อทำให้เหยื่อเชื่อว่าตัวเองอยู่ใต้การกำกับดูแลของรัฐ
- ค้นชื่อบริษัทในทะเบียนสาธารณะของหน่วยงานกำกับโดยตรง อย่าเชื่อภาพแคปหน้าจอที่เว็บนั้นเอามาแปะเอง
- ดูว่าสถานะเป็น active หรือถูกระงับ ทะเบียนที่เคยมีไม่ได้แปลว่ายังมีอยู่วันนี้
- เทียบชื่อนิติบุคคลให้ตรงตัว ไม่ใช่แค่ชื่อแบรนด์ที่ใช้ทำตลาด
มุมมองสำหรับคนไทย
โครงสร้างแบบนี้ใกล้เคียงกับบ้านเรามาก ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยต้องได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังผ่านการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และมีหน้าที่รายงานธุรกรรมต่อ ปปง. ตามกฎหมายฟอกเงินเช่นเดียวกัน สิ่งที่เคสออสเตรเลียเตือนคนไทยได้ตรงที่สุดคือ ใบอนุญาตหรือทะเบียนไม่ใช่ตราประทับถาวร มันถูกถอนได้ตลอดเวลา และเมื่อถูกถอนแล้วผู้ใช้ที่ยังฝากเงินหรือเหรียญไว้ในระบบนั้นคือคนที่เดือดร้อนก่อนใคร ก่อนจะฝากเงินก้อนใหญ่กับผู้ให้บริการรายไหนก็ตาม การเข้าไปเช็คสถานะใบอนุญาตในเว็บของ ก.ล.ต. ด้วยตัวเองใช้เวลาไม่ถึงห้านาที แต่ช่วยคัดผู้ให้บริการที่หมดสิทธิ์ดำเนินการไปแล้วออกได้ตั้งแต่ต้นทาง
สรุป
45 ทะเบียนหายไปใน 1 ปี
AUSTRAC ยกเลิก ระงับ หรือไม่ต่ออายุทะเบียนผู้ให้บริการคริปโตและผู้โอนเงินรวม 45 ราย ประกาศเมื่อ 7 ก.ย. 2569
ตู้ ATM 96 ตู้ดับพร้อมกัน
Cryptolink ถูกระงับทะเบียน 9 ส.ค. ส่วน GetCoins ถูกยกเลิก 4 มิ.ย. หลังพบว่าถูกแก๊งหลอกลงทุนใช้เป็นช่องทาง
ทะเบียนหลุดคือหมดสิทธิ์ทันที
ซีอีโอ AUSTRAC ย้ำว่าธุรกิจที่ถูกถอนทะเบียนให้บริการต่อไม่ได้ และบางรายถูกส่งชื่อบุคคลให้ตำรวจดำเนินการต่อ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ลูกค้าที่มีเงินค้างอยู่กับบริษัทที่ถูกถอนทะเบียนจะได้เงินคืนไหม
ตอบ: การถอนทะเบียนเป็นมาตรการทางปกครองที่ตัดสิทธิ์ให้บริการ ไม่ใช่กระบวนการคืนเงินโดยอัตโนมัติ การได้เงินคืนจะขึ้นกับสถานะทางการเงินของบริษัทและกระบวนการชำระบัญชีหรือคดีที่ตามมา ซึ่งอาจใช้เวลานาน
ถาม: ทำไมตู้ ATM คริปโตถึงถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ
ตอบ: เพราะเป็นจุดแปลงเงินสดเป็นคริปโตที่ตรวจสอบตัวตนได้ยากกว่าช่องทางธนาคาร และเป็นวิธีที่แก๊งหลอกลงทุนนิยมใช้ให้เหยื่อเดินไปเติมเงินด้วยตัวเอง
ถาม: เรื่องนี้กระทบผู้ใช้ในไทยโดยตรงหรือไม่
ตอบ: ไม่กระทบโดยตรง เพราะเป็นทะเบียนภายใต้กฎหมายออสเตรเลีย แต่ถ้าใช้บริการโอนเงินหรือแลกเหรียญกับผู้ให้บริการสัญชาติออสเตรเลีย ควรตรวจสอบสถานะทะเบียนก่อน
ที่มา: Cointelegraph · Crypto Briefing










![[Part 1/2] พ่อใหญ่ Saylor ขาย 1,638 BTC แต่บิตคอยน์กลับพุ่งแรงไป $64,000 เกิดอะไรขึ้น ? (3/08/2026)](https://i.ytimg.com/vi/h-r5d3twH1g/hqdefault.jpg)










