HTX (Huobi) — เก๋าเกมคริปโตBitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปร
LIVE
SiamBitcoin Cap → ราคา 500 เหรียญ
OKX — เทรดคริปโต + Web3 Wallet
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าวต่างประเทศออสเตรเลียถอนทะเบียนบริษัทคริปโต 45 ราย รวดเดียวใน 1 ปี — ตู้ ATM คริปโต 96 ตู้ดับพร้อมกัน

ออสเตรเลียถอนทะเบียนบริษัทคริปโต 45 ราย รวดเดียวใน 1 ปี — ตู้ ATM คริปโต 96 ตู้ดับพร้อมกัน

HTX (Huobi) — เก๋าเกมคริปโตBitget — Copy Trade เซียนระดับโลก

หน่วยข่าวกรองทางการเงินออสเตรเลีย (AUSTRAC) เปิดเผยเมื่อ 7 กันยายน 2569 ว่าตลอด 12 เดือนที่ผ่านมาได้ยกเลิก ระงับ หรือปฏิเสธการต่ออายุทะเบียนผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้โอนเงินระหว่างประเทศไปแล้ว 45 ราย โดยหนึ่งในนั้นทำให้ตู้ ATM คริปโตทั่วประเทศดับพร้อมกัน 96 ตู้ และอีกรายถูกถอนทะเบียนหลังลูกค้าร้องเรียนว่าถูกแก๊งหลอกลงทุนใช้เป็นช่องทางรับเงิน

Bitcoin
ราคา Bitcoin (BTC) วันนี้ บิตคอยน์
฿2,585,401.16▼1.45%
ราคา Bitkub ฿2,586,877.92 (พรีเมียม +0.06%)
สูง/ต่ำ 24 ชม. ฿2,625,584.96 / ฿2,582,453.82
ดูกราฟและข้อมูลเต็ม →
ข้อมูลจาก SiamBitcoin Cap · อัปเดต 13:00

AUSTRAC ทำอะไรไปบ้างใน 1 ปี

AUSTRAC คือหน่วยงานที่ดูแลกฎหมายป้องกันการฟอกเงินและการสนับสนุนการก่อการร้ายของออสเตรเลีย ใครจะเปิดเว็บเทรดคริปโต ให้บริการแลกเปลี่ยนเหรียญ หรือทำธุรกิจโอนเงินข้ามประเทศในออสเตรเลีย ต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานนี้ก่อน ไม่ใช่แค่ขอใบอนุญาตแล้วจบ แต่ต้องรายงานธุรกรรมและแจ้งการเปลี่ยนแปลงสำคัญตลอดอายุทะเบียน

ตัวเลข 45 รายที่ประกาศออกมาเป็นยอดสะสมของการดำเนินการ 3 แบบรวมกัน ได้แก่ ยกเลิกทะเบียน ระงับทะเบียนชั่วคราว และปฏิเสธคำขอต่ออายุ โดย AUSTRAC ไม่ได้แยกให้ชัดว่าเป็นผู้ให้บริการคริปโตกี่ราย เป็นธุรกิจโอนเงินกี่ราย

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX
รายการ รายละเอียด
ช่วงเวลา 12 เดือนย้อนหลัง (ประกาศ 7 ก.ย. 2569)
จำนวนรวม 45 ทะเบียน
ประเภทการดำเนินการ ยกเลิก / ระงับ / ไม่ต่ออายุ
กลุ่มธุรกิจ ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้โอนเงินข้ามประเทศ
ผลทางกฎหมาย หมดสิทธิ์ให้บริการทันทีที่ทะเบียนถูกถอน

เบรนแดน โทมัส ซีอีโอของ AUSTRAC ระบุว่าธุรกิจที่ถูกยกเลิกทะเบียนแล้วจะดำเนินกิจการต่อไม่ได้อีก และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบางบริษัทถูกส่งชื่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยกำกับดูแลอื่นดำเนินการต่อ ซึ่งหมายความว่าโทษไม่ได้จบแค่ระดับบริษัท แต่ตามไปถึงตัวบุคคลได้ด้วย

สองเคสที่กระทบผู้ใช้จริง

จากทั้งหมด 45 ราย มีสองเคสที่ถูกระบุชื่อชัดเจนและเห็นผลกระทบกับผู้ใช้ทันที

💀 GetCoins (BA Digital Ventures)

ถูกยกเลิกทะเบียนสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อ 4 มิถุนายน 2569 หลังลูกค้าร้องเรียนว่าบริการถูกแก๊งหลอกลงทุนคริปโตแบบมีองค์กรใช้เป็นช่องทาง AUSTRAC เรียกการถอนทะเบียนครั้งนี้ว่าเป็น “มาตรการตัดวงจร” ที่ทำร่วมกับศูนย์ต้านกลโกงแห่งชาติ

⚠️ Cryptolink

ถูกระงับทะเบียนเมื่อ 9 สิงหาคม 2569 ผลคือตู้ ATM คริปโตของบริษัทที่กระจายอยู่ทั่วออสเตรเลียรวม 96 ตู้ ต้องหยุดให้บริการพร้อมกัน

นอกจากนี้ AUSTRAC ยังมีการสอบสวนคู่ขนานกับ Western Union อยู่ด้วย แต่ยังไม่เปิดเผยผลการตรวจสอบ

💡 ตู้ ATM คริปโตเป็นจุดที่หน่วยงานกำกับทั่วโลกจับตาเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่องทางที่เหยื่อแก๊งหลอกลงทุนมักถูกหลอกให้เดินไปเติมเงินสดด้วยตัวเอง ทำให้ตามเงินคืนยากกว่าการโอนผ่านธนาคาร

เหตุผลที่ถูกถอนทะเบียน

AUSTRAC ระบุเหตุผลของการดำเนินการทั้ง 45 รายไว้หลายข้อ ไม่ได้เป็นเรื่องฟอกเงินทั้งหมด บางส่วนเป็นเรื่องบริหารจัดการล้วนๆ

  • ธุรกิจหยุดดำเนินการไปแล้วแต่ทะเบียนยังค้างอยู่ในระบบ
  • บริษัทล้มละลายหรือเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี
  • ไม่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจจริงตามที่ขึ้นทะเบียนไว้
  • ไม่รายงานการเปลี่ยนแปลงสำคัญตามที่กฎหมายกำหนด
  • ข้อมูลที่ใช้ขึ้นทะเบียนไม่ถูกต้อง
  • มีความเสี่ยงสูงด้านการฟอกเงินหรือการสนับสนุนการก่อการร้าย

การกวาดทะเบียนที่ไม่ได้ใช้งานออกจากระบบมีความหมายมากกว่าที่คิด เพราะทะเบียนร้างคือของที่มิจฉาชีพชอบหยิบไปอ้าง เว็บหลอกลงทุนจำนวนมากใช้วิธีชี้ไปที่เลขทะเบียนของบริษัทที่เลิกกิจการไปแล้ว เพื่อทำให้เหยื่อเชื่อว่าตัวเองอยู่ใต้การกำกับดูแลของรัฐ

วิธีเช็คก่อนใช้บริการ:

  • ค้นชื่อบริษัทในทะเบียนสาธารณะของหน่วยงานกำกับโดยตรง อย่าเชื่อภาพแคปหน้าจอที่เว็บนั้นเอามาแปะเอง
  • ดูว่าสถานะเป็น active หรือถูกระงับ ทะเบียนที่เคยมีไม่ได้แปลว่ายังมีอยู่วันนี้
  • เทียบชื่อนิติบุคคลให้ตรงตัว ไม่ใช่แค่ชื่อแบรนด์ที่ใช้ทำตลาด

มุมมองสำหรับคนไทย

โครงสร้างแบบนี้ใกล้เคียงกับบ้านเรามาก ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยต้องได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังผ่านการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และมีหน้าที่รายงานธุรกรรมต่อ ปปง. ตามกฎหมายฟอกเงินเช่นเดียวกัน สิ่งที่เคสออสเตรเลียเตือนคนไทยได้ตรงที่สุดคือ ใบอนุญาตหรือทะเบียนไม่ใช่ตราประทับถาวร มันถูกถอนได้ตลอดเวลา และเมื่อถูกถอนแล้วผู้ใช้ที่ยังฝากเงินหรือเหรียญไว้ในระบบนั้นคือคนที่เดือดร้อนก่อนใคร ก่อนจะฝากเงินก้อนใหญ่กับผู้ให้บริการรายไหนก็ตาม การเข้าไปเช็คสถานะใบอนุญาตในเว็บของ ก.ล.ต. ด้วยตัวเองใช้เวลาไม่ถึงห้านาที แต่ช่วยคัดผู้ให้บริการที่หมดสิทธิ์ดำเนินการไปแล้วออกได้ตั้งแต่ต้นทาง

สรุป

1

45 ทะเบียนหายไปใน 1 ปี

AUSTRAC ยกเลิก ระงับ หรือไม่ต่ออายุทะเบียนผู้ให้บริการคริปโตและผู้โอนเงินรวม 45 ราย ประกาศเมื่อ 7 ก.ย. 2569

2

ตู้ ATM 96 ตู้ดับพร้อมกัน

Cryptolink ถูกระงับทะเบียน 9 ส.ค. ส่วน GetCoins ถูกยกเลิก 4 มิ.ย. หลังพบว่าถูกแก๊งหลอกลงทุนใช้เป็นช่องทาง

3

ทะเบียนหลุดคือหมดสิทธิ์ทันที

ซีอีโอ AUSTRAC ย้ำว่าธุรกิจที่ถูกถอนทะเบียนให้บริการต่อไม่ได้ และบางรายถูกส่งชื่อบุคคลให้ตำรวจดำเนินการต่อ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ลูกค้าที่มีเงินค้างอยู่กับบริษัทที่ถูกถอนทะเบียนจะได้เงินคืนไหม

ตอบ: การถอนทะเบียนเป็นมาตรการทางปกครองที่ตัดสิทธิ์ให้บริการ ไม่ใช่กระบวนการคืนเงินโดยอัตโนมัติ การได้เงินคืนจะขึ้นกับสถานะทางการเงินของบริษัทและกระบวนการชำระบัญชีหรือคดีที่ตามมา ซึ่งอาจใช้เวลานาน

ถาม: ทำไมตู้ ATM คริปโตถึงถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษ

ตอบ: เพราะเป็นจุดแปลงเงินสดเป็นคริปโตที่ตรวจสอบตัวตนได้ยากกว่าช่องทางธนาคาร และเป็นวิธีที่แก๊งหลอกลงทุนนิยมใช้ให้เหยื่อเดินไปเติมเงินด้วยตัวเอง

ถาม: เรื่องนี้กระทบผู้ใช้ในไทยโดยตรงหรือไม่

ตอบ: ไม่กระทบโดยตรง เพราะเป็นทะเบียนภายใต้กฎหมายออสเตรเลีย แต่ถ้าใช้บริการโอนเงินหรือแลกเหรียญกับผู้ให้บริการสัญชาติออสเตรเลีย ควรตรวจสอบสถานะทะเบียนก่อน

ที่มา: Cointelegraph · Crypto Briefing

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข่าวและความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
P2PB2B — Exchange เหรียญใหม่MEXC — 2,600+ เหรียญ
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

MEXC — 2,600+ เหรียญ
×HTX (Huobi) — เก๋าเกมคริปโต