Bybit — เทรด Futures โบนัส $30,000Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก
LIVE
SiamBitcoin Cap → ราคา 500 เหรียญ
MEXC — 2,600+ เหรียญ
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าว Bitcoinวิตาลิกท้าชนคำทำนาย AI ถล่มบิตคอยน์ร่วง 50% — ลั่นทรัพย์สิน 90% วางเดิมพันฝั่งตรงข้าม

วิตาลิกท้าชนคำทำนาย AI ถล่มบิตคอยน์ร่วง 50% — ลั่นทรัพย์สิน 90% วางเดิมพันฝั่งตรงข้าม

Bybit — เทรด Futures โบนัส $30,000Crypto.com — แอปคริปโต + บัตร Visa

วิตาลิก บูเทริน ผู้ร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม ออกมาสวนคำทำนายที่ว่าปัญญาประดิษฐ์จะเจาะความปลอดภัยของบิตคอยน์จนราคาร่วงเกิน 50% ภายในสองปี โดยบอกว่าเขา “ขอยืนอีกฝั่งหนึ่ง” ของเดิมพันนี้ และย้ำว่าราว 90% ของทรัพย์สินสุทธิของเขาวางอยู่บนความเชื่อว่ารากฐานเข้ารหัสของบิตคอยน์จะยังปลอดภัย ประเด็นที่หลายคนพลาดคือเขาไม่ได้เถียงเรื่องราว แต่เถียงเรื่องว่าอะไรคือ “ช่องโหว่จริง” ของบิตคอยน์

Bitcoin
ราคา Bitcoin (BTC) วันนี้ บิตคอยน์
฿2,615,909.23▼0.49%
ราคา Bitkub ฿2,610,702.79 (พรีเมียม -0.20%)
สูง/ต่ำ 24 ชม. ฿2,650,683.52 / ฿2,604,153.15
ดูกราฟและข้อมูลเต็ม →
ข้อมูลจาก SiamBitcoin Cap · อัปเดต 16:05

คำทำนายที่จุดชนวน

เรื่องเริ่มจาก ไลรอน ชาปิรา (Liron Shapira) นักลงทุนแองเจิลและนักวิจัยด้าน AI ในซิลิคอนแวลลีย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสียงเตือนภัย AI ที่ดังที่สุดในวงการ เขาโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ว่าให้ ความมั่นใจ 50% ว่าราคาบิตคอยน์จะร่วงเกิน 50% ภายใน 2 ปี

เหตุผลของเขาไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจหรือ ETF แต่เป็นเรื่องเทคนิคล้วน ๆ คือ AI ที่เก่งขึ้นเรื่อย ๆ อาจค้นเจอจุดอ่อนใน SHA-256 หรือกลไกเข้ารหัสพื้นฐานอื่นของบิตคอยน์ และเมื่อความเชื่อมั่นว่า “เครือข่ายนี้แตะไม่ได้” หายไป ราคาก็จะพังตามความเชื่อมั่น

Crypto.com — แอปคริปโต + บัตร Visa
รายการ รายละเอียด
ผู้ทำนาย ไลรอน ชาปิรา นักลงทุนแองเจิล/นักวิจัย AI
คำทำนาย บิตคอยน์ร่วงเกิน 50%
กรอบเวลา ภายใน 2 ปี (24 เดือน)
ความมั่นใจ 50% (เท่ากับโยนหัวก้อย)
กลไกที่อ้าง AI เจาะ SHA-256 หรือกลไกเข้ารหัสพื้นฐาน
ผู้สวนกลับ วิตาลิก บูเทริน (ผู้ร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม)

ที่น่าสนใจคือคนที่ออกมาปกป้องบิตคอยน์ไม่ใช่แม็กซิมัลลิสต์สายบิตคอยน์ แต่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายคู่แข่งอันดับสองของตลาด

วิตาลิกสวนกลับด้วยเหตุผลอะไร

วิตาลิกตอบว่าเขาขอ “ยืนอีกฝั่งหนึ่ง” ของคำทำนายนี้ และประเมินว่าโอกาสที่ AI จะ เจาะฟังก์ชันแฮชหรือกลไก Proof-of-Work ได้จริง ในกรอบ 2 ปีนั้น “เล็กมาก” เหตุผลหลักของเขาแบ่งได้ 3 ชั้น

1

ฝ่ายตั้งรับได้เปรียบเชิงโครงสร้าง

วิตาลิกบอกว่า AI จะทำให้ทั้งฝ่ายโจมตีและฝ่ายป้องกันเก่งขึ้นพร้อมกัน แต่ในเกมวิทยาการเข้ารหัส ฝ่ายป้องกันได้เปรียบโดยธรรมชาติ เพราะต้นทุนการ “เจาะ” การเข้ารหัสสูงกว่าต้นทุนการ “ตรวจสอบ” อย่างมหาศาล

2

ปัญหาส่วนใหญ่แก้ด้วยการอัปเดตซอฟต์แวร์

การโจมตีระดับเครือข่าย ช่องโหว่ในโปรแกรมโหนด หรือปัญหาที่โครงสร้างเหมืองขุด แก้ได้ด้วยการอัปเดตไคลเอนต์และ mining pool ตามปกติ ไม่ต้องรื้อกติกาแกนกลางของบิตคอยน์

3

SHA-256 แตก = ทั้งโลกพังไม่ใช่แค่บิตคอยน์

SHA-256 ผ่านการตรวจสอบจากนักเข้ารหัสทั่วโลกมาหลายทศวรรษ ถ้ามันแตกจริง ระบบธนาคาร การสื่อสารทางทหาร และความปลอดภัยของอินเทอร์เน็ตทั้งระบบจะพังไปด้วย ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะของบิตคอยน์

📌 สิ่งที่วิตาลิกไม่ได้พูด: เขาไม่ได้บอกว่าราคาบิตคอยน์จะขึ้น เขาเถียงเฉพาะประเด็น “ความปลอดภัยเชิงเทคนิค” เท่านั้น ราคาบิตคอยน์อาจร่วง 50% จากเหตุผลอื่นได้ตลอดเวลา และวันที่ 7 กันยายน บิตคอยน์ซื้อขายอยู่แถว 79,590 ดอลลาร์

แยกให้ออก: บั๊กซอฟต์แวร์ ไม่เท่ากับ SHA-256 แตก

จุดที่คนอ่านข่าวนี้มักสับสนที่สุดคือการเหมารวมว่า “บิตคอยน์โดนแฮ็ก” เป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด ทั้งที่วิตาลิกแยกสองอย่างนี้ออกจากกันชัดเจน

⚠️ ชั้นซอฟต์แวร์รอบนอก (เกิดขึ้นจริงบ่อย)

กระเป๋าเงิน โปรแกรมโหนด เว็บเทรด ไซด์เชน และเครื่องมือของนักพัฒนา นี่คือพื้นที่โจมตีที่ “เปิดกว้างกว่า SHA-256 มาก” ตามคำของวิตาลิก และเมื่อเดือนกรกฎาคมก็เพิ่งมีช่องโหว่ในกระเป๋าเงินที่ทำให้บิตคอยน์กว่า 1,000 เหรียญเสี่ยงถูกขโมย

💀 ชั้นเข้ารหัสแกนกลาง (ยังไม่เคยเกิด)

การเจาะ SHA-256 หรือลายเซ็นดิจิทัลของบิตคอยน์โดยตรง ถ้าเกิดขึ้นจริงจะแก้ไม่ได้ด้วยการอัปเดตธรรมดา ต้องอาศัยฉันทามติทางสังคมทั้งเครือข่ายในการเปลี่ยนกติกาหรือแม้แต่ประวัติธุรกรรม — และนี่คือสิ่งที่วิตาลิกให้โอกาสว่า “เล็กมาก”

ความต่างนี้สำคัญมากในทางปฏิบัติ เพราะข่าวร้ายส่วนใหญ่ที่เราเห็นในรอบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์ไซด์เชน Liquid ถูกดูดบิตคอยน์เกือบ 4 พันเหรียญ หรือช่องโหว่กระเป๋าเงินต่าง ๆ ล้วนอยู่ในชั้นรอบนอกทั้งสิ้น ไม่มีครั้งไหนที่แกนกลางของบิตคอยน์ถูกเจาะ

วิธีอ่านข่าว “บิตคอยน์โดนแฮ็ก” ให้ถูก:

  • ถามก่อนว่าสิ่งที่โดนคือ ตัวโปรโตคอลบิตคอยน์ หรือ บริการที่สร้างทับบนบิตคอยน์
  • ถ้าเป็นเว็บเทรด กระเป๋าเงิน บริดจ์ หรือไซด์เชน = ชั้นรอบนอก ไม่กระทบเครือข่ายหลัก
  • ถ้าเป็นการเจาะแฮชหรือ PoW โดยตรง = เรื่องใหญ่ระดับโลก และจะไม่มีแค่บิตคอยน์ที่พัง
  • เช็คว่าเงินหายจริงเท่าไร ไม่ใช่มูลค่าที่พาดหัวข่าวโชว์

มุมมองสำหรับคนไทย

สำหรับนักลงทุนไทย ข้อถกเถียงนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะมันชี้ตรงไปที่จุดที่เงินของเราอยู่จริง ๆ คนไทยส่วนใหญ่ถือคริปโตผ่านเว็บเทรดในประเทศหรือกระเป๋าเงินบนมือถือ ซึ่งทั้งหมดคือ “ชั้นรอบนอก” ที่วิตาลิกบอกว่าเป็นพื้นที่โจมตีที่กว้างกว่า SHA-256 มาก พูดง่าย ๆ คือความเสี่ยงที่จับต้องได้ของเราปีนี้ไม่ใช่ AI ถอดรหัสบิตคอยน์ แต่เป็นฟิชชิ่ง แอปกระเป๋าเงินปลอม และแพลตฟอร์มที่ดูแลสินทรัพย์แทนเราแล้วมีปัญหา การหมกมุ่นกับภัย AI ระดับทฤษฎีจนละเลยการตั้งรหัสผ่าน การใช้ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต และการตรวจ URL จึงเป็นการมองข้ามความเสี่ยงที่ใกล้ตัวกว่ามาก

สรุป 3 บรรทัด

💡 1. ไลรอน ชาปิรา นักวิจัย AI ให้ความมั่นใจ 50% ว่าบิตคอยน์จะร่วงเกิน 50% ใน 2 ปี เพราะกลัว AI เจาะ SHA-256
2. วิตาลิก บูเทริน สวนว่าโอกาสเจาะแฮชหรือ PoW ได้จริง “เล็กมาก” และบอกว่าราว 90% ของทรัพย์สินเขาวางอยู่บนความเชื่อนี้
3. ช่องโหว่จริงอยู่ที่ซอฟต์แวร์รอบนอก เช่น กระเป๋าเงินและไซด์เชน ซึ่งแก้ได้ด้วยการอัปเดต ไม่ใช่แกนกลางของเครือข่าย

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: AI เจาะบิตคอยน์ได้จริงไหม
ตอบ: ณ ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าทำได้ วิตาลิกประเมินโอกาสในกรอบ 2 ปีว่า “เล็กมาก” เพราะ SHA-256 ผ่านการตรวจสอบมาหลายสิบปี และการเจาะการเข้ารหัสมีต้นทุนสูงกว่าการตรวจสอบมาก

ถาม: ทำไมผู้ก่อตั้งอีเธอเรียมถึงออกมาปกป้องบิตคอยน์
ตอบ: เพราะทั้งสองเครือข่ายใช้รากฐานวิทยาการเข้ารหัสชุดเดียวกัน ถ้าฐานนี้แตก อีเธอเรียมและระบบการเงินดิจิทัลทั้งหมดก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ถาม: แล้วภัยควอนตัมที่เคยเป็นข่าวล่ะ
ตอบ: เป็นคนละเรื่องกัน ภัยควอนตัมเน้นไปที่ลายเซ็นดิจิทัลและกุญแจสาธารณะที่เปิดเผยแล้ว ซึ่ง กลุ่ม G7 เพิ่งออกคำเตือนเมื่อต้นเดือนกันยายน ส่วนกรณีนี้พูดถึง AI กับฟังก์ชันแฮชและ Proof-of-Work

ถาม: ราคาบิตคอยน์จะไม่ร่วง 50% แน่นอนใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ วิตาลิกเถียงเฉพาะเรื่องความปลอดภัยเชิงเทคนิคเท่านั้น ราคาสามารถร่วงแรงได้จากปัจจัยเศรษฐกิจ สภาพคล่อง หรือกฎเกณฑ์ โดยไม่เกี่ยวกับ AI เลย

แหล่งข่าว: CryptoBriefing · crypto.news · Coinpedia

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นการรายงานข่าวและความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

Binance — Exchange อันดับ 1 ของโลก
×Bitfinex — แพลตฟอร์มเทรดมือโปร