ก.ล.ต. ไทย ประกาศกฎ Travel Rule สำหรับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการแล้ว โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้อง “ตรวจสอบความเป็นเจ้าของหรือการควบคุม” กระเป๋าเงินส่วนตัว (self-custodial wallet) ก่อนปล่อยให้โอนเข้า-ออก พร้อมส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับไปกับทุกคำสั่งโอน และเก็บบันทึกไว้อย่างน้อย 5 ปี กฎนี้จะมีผลบังคับใช้วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570 เท่ากับผู้ประกอบการมีเวลาสร้างระบบราวครึ่งปี
📑 สารบัญ
ก.ล.ต. ประกาศอะไร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยแพร่กรอบกฎเกณฑ์ Travel Rule ฉบับสมบูรณ์เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 หลังจากทำงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยตัวบทกฎหมายคือ ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ สธ. 9/2569 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569
Travel Rule คือมาตรฐานของ Financial Action Task Force (FATF) ที่บังคับให้ข้อมูลระบุตัวตนของผู้โอนและผู้รับ “เดินทางไปพร้อมกับเงิน” เหมือนที่ธนาคารทำกันมานานกับการโอนเงินข้ามประเทศ — คราวนี้ถูกนำมาใช้กับคริปโตเต็มรูปแบบ
ก.ล.ต. ระบุว่าเป้าหมายคือ “เพิ่มความสามารถของผู้ประกอบธุรกิจในการบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน และป้องกันไม่ให้ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นเครื่องมือของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”
4 หน้าที่ที่ผู้ประกอบการต้องทำ
วางนโยบายบริหารความเสี่ยง
ต้องมีนโยบายและกระบวนการรองรับความเสี่ยงจากการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นลายลักษณ์อักษร
เก็บข้อมูล + ตรวจสอบคู่สัญญา
เก็บข้อมูลลูกค้าและคู่สัญญา ทำ due diligence ตรวจคุณสมบัติผู้ประกอบการปลายทาง และตรวจความเป็นเจ้าของกระเป๋าส่วนตัว
ส่งข้อมูลไปกับคำสั่งโอน
ผู้ประกอบการต้นทางต้องส่งข้อมูลระบุตัวตนของผู้โอนและผู้รับแนบไปกับคำสั่งโอนทุกครั้ง
เก็บบันทึกอย่างน้อย 5 ปี
ข้อมูลธุรกรรมต้องเก็บในรูปแบบที่เรียกดูย้อนหลังได้ ไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อให้ผู้กำกับดูแลตรวจสอบ
จุดที่คนสนใจที่สุด: กระเป๋าส่วนตัว
หัวใจที่ทำให้ประกาศฉบับนี้ถูกพูดถึงมากที่สุดคือข้อกำหนดเรื่อง self-custodial wallet หรือกระเป๋าที่ผู้ใช้ถือ seed phrase เอง เช่น MetaMask, Trust Wallet, Ledger, Trezor
เมื่อลูกค้าจะโอนเหรียญออกไปยังกระเป๋าส่วนตัว หรือรับเหรียญเข้ามาจากกระเป๋าส่วนตัว ผู้ประกอบการต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ากระเป๋าปลายทางนั้นลูกค้าเป็นเจ้าของหรือควบคุมอยู่จริง
3 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิด
🚩 1. “แปลว่ารัฐจะแบนกระเป๋าส่วนตัว”
ไม่ใช่ กฎนี้ไม่ได้ห้ามถือกระเป๋าส่วนตัว และไม่ได้ห้ามโอนเข้า-ออกกระเป๋าส่วนตัว แต่เพิ่มขั้นตอนพิสูจน์ความเป็นเจ้าของก่อนโอนผ่านผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในไทย
🚩 2. “มีผลทันทีเลย ต้องรีบย้ายเหรียญ”
วันบังคับใช้คือ 27 กุมภาพันธ์ 2570 ไม่ใช่วันนี้ ช่วงเวลาราว 6 เดือนถูกออกแบบไว้ให้ผู้ประกอบการสร้างระบบส่ง-รับ-ติดตามข้อมูลธุรกรรมให้ทัน
🚩 3. “เป็นกฎที่ไทยคิดเองแปลกกว่าชาวบ้าน”
ตรงกันข้าม ไทยกำลังตามมาตรฐานที่ประเทศส่วนใหญ่ทำไปแล้ว โดยผลสำรวจของ FATF ปี 2569 พบว่า 91 จาก 109 เขตอำนาจศาล หรือราว 83% ออกกฎหมาย Travel Rule แล้ว เพิ่มขึ้นจาก 73% ในปี 2568
ไทยอยู่ตรงไหนของโลก
| ประเด็น | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ออกกฎ | ก.ล.ต. ร่วมกับ ปปง. |
| ตัวบทกฎหมาย | ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ สธ. 9/2569 (25 ส.ค. 2569) |
| วันประกาศ | 2 กันยายน 2569 |
| วันมีผลบังคับ | 27 กุมภาพันธ์ 2570 |
| ระยะเวลาเตรียมตัว | ราว 6 เดือน |
| เก็บบันทึกธุรกรรม | อย่างน้อย 5 ปี ในรูปแบบเรียกดูได้ |
| สัดส่วนโลกที่มีกฎแล้ว | 91 จาก 109 เขตอำนาจศาล (83%) ตาม FATF ปี 2569 |
ก่อนออกประกาศ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะสองรอบ — รอบแรกเป็นหลักการช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2569 และรอบสองเป็นร่างประกาศช่วงมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2569 โดยผู้ให้ความเห็นส่วนใหญ่สนับสนุนหลักการที่เสนอ
มุมคนไทย: กระทบเราตรงไหน
สำหรับคนไทยที่ซื้อขายผ่านเว็บเทรดที่ได้ใบอนุญาตในประเทศ สิ่งที่น่าจะเปลี่ยนไปชัดที่สุดคือขั้นตอนตอนกดถอนเหรียญออกไปกระเป๋าตัวเอง จากเดิมที่แค่วางที่อยู่กระเป๋าแล้วยืนยัน OTP อาจต้องเพิ่มขั้นตอนพิสูจน์ว่ากระเป๋านั้นเป็นของเราจริง เช่น เซ็นข้อความจากกระเป๋า หรือลงทะเบียนที่อยู่กระเป๋าไว้ล่วงหน้า
อีกด้านหนึ่ง กฎแบบนี้คือเครื่องมือเดียวกับที่ใช้ไล่ตามเส้นทางเงินของแก๊งหลอกลงทุนและบัญชีม้า ซึ่งเป็นปัญหาที่คนไทยเจอหนักมากในช่วงหลัง การมีข้อมูลผู้โอน-ผู้รับติดไปกับธุรกรรมทำให้การอายัดและติดตามเงินทำได้เร็วขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยความเป็นส่วนตัวที่ลดลงและขั้นตอนที่ยุ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
สรุป
- ก.ล.ต. ประกาศกฎ Travel Rule สินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อ 2 ก.ย. 2569 มีผล 27 ก.พ. 2570
- ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบความเป็นเจ้าของกระเป๋าส่วนตัวก่อนโอนเข้า-ออก และเก็บบันทึกธุรกรรม 5 ปี
- ไม่ใช่การแบนกระเป๋าส่วนตัว และยังไม่มีผลจนถึงต้นปี 2570 — ไทยกำลังตาม 83% ของโลกที่ทำไปแล้ว
คำถามที่พบบ่อย
❓ Travel Rule คืออะไร
มาตรฐาน FATF ที่บังคับให้ข้อมูลระบุตัวตนของผู้โอนและผู้รับถูกส่งไปพร้อมกับคำสั่งโอนสินทรัพย์ เพื่อให้ติดตามเส้นทางเงินได้
❓ ยังถือ Ledger หรือ MetaMask ได้ไหม
ได้ตามปกติ กฎนี้ไม่ได้ห้ามถือกระเป๋าส่วนตัว แต่เพิ่มขั้นตอนพิสูจน์ความเป็นเจ้าของเมื่อโอนผ่านผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในไทย
❓ ต้องทำอะไรตอนนี้
ยังไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ กฎมีผล 27 ก.พ. 2570 ให้ติดตามประกาศจากเว็บเทรดที่ใช้อยู่ว่าจะให้ยืนยันกระเป๋าด้วยวิธีใด
❓ โอนกระเป๋าส่วนตัวหากันเองเข้าข่ายไหม
ประกาศกำหนดหน้าที่ไว้ที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ได้กำกับการโอนระหว่างกระเป๋าส่วนตัวบนเชนโดยตรง
แหล่งข่าว: The Crypto Times · The Crypto Basic · Cointelegraph


















