Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันอาทิตย์, สิงหาคม 30, 2026
หน้าแรกกิจกรรมExchangeวิธีคำนวณต้นทุนจริงต่อรอบเทรด 2026 — ค่าธรรมเนียม สเปรด ค่าถอน ที่กินกำไรโดยไม่รู้ตัว

วิธีคำนวณต้นทุนจริงต่อรอบเทรด 2026 — ค่าธรรมเนียม สเปรด ค่าถอน ที่กินกำไรโดยไม่รู้ตัว

HTX (Huobi) — เก๋าเกมคริปโต

หลายคนเทรดแล้วรู้สึกว่า “กราฟขึ้นตามที่คิด แต่ทำไมพอร์ตไม่โต” คำตอบมักไม่ได้อยู่ที่การอ่านกราฟผิด แต่อยู่ที่ต้นทุนแฝงที่กินกำไรไปทีละนิดทุกรอบ ทั้งค่าธรรมเนียมซื้อ ค่าธรรมเนียมขาย ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย ค่าถอนเหรียญ และค่าแปลงเงิน บทความนี้จะสอนคำนวณ “ต้นทุนจริงต่อรอบเทรด” ให้ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์เดียว ที่บอกได้ทันทีว่ากำไรต้องกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเริ่มเท่าทุน พร้อมตัวเลขค่าธรรมเนียมจริงจากหน้าทางการของเว็บเทรดไทย ณ 29 สิงหาคม 2026

ต้นทุนต่อรอบเทรดมี 5 ก้อน ไม่ใช่ก้อนเดียว

คนส่วนใหญ่คิดต้นทุนแค่ “ค่าธรรมเนียม 0.25%” แล้วจบ ซึ่งเป็นการนับต่ำกว่าความจริงหลายเท่า เพราะหนึ่งรอบเทรดคือ ซื้อ 1 ครั้ง + ขาย 1 ครั้ง และระหว่างนั้นยังมีต้นทุนอีกหลายชั้นที่ไม่แสดงเป็นบรรทัด “ค่าธรรมเนียม” ในหน้าจอ

ก้อนต้นทุน เห็นในหน้าจอไหม เกิดตอนไหน ขนาดโดยทั่วไป
1. ค่าธรรมเนียมขาซื้อ เห็น ตอนคำสั่งซื้อจับคู่ 0.10–0.25%
2. ค่าธรรมเนียมขาขาย เห็น ตอนคำสั่งขายจับคู่ 0.10–0.25%
3. สเปรด (ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย) ไม่เห็น ทุกครั้งที่กดราคาตลาด 0.02–1%+ แล้วแต่สภาพคล่อง
4. ค่าถอนเหรียญ / ถอนเงินบาท เห็น แต่มักลืมนับ ตอนย้ายของออก คงที่เป็นจำนวน ไม่ใช่ %
5. ค่าแปลงเงิน (บาท↔USDT↔เหรียญ) ไม่เห็น ตอนเด้งข้ามคู่เทรด ซ้ำซ้อนได้ 2–3 ชั้น
💡 ก้อนที่ 3 และ 5 คือก้อนที่กินกำไรเงียบที่สุด เพราะไม่มีบรรทัดไหนในใบเสร็จเขียนว่า “คุณจ่ายค่านี้ไปแล้ว” มันถูกฝังอยู่ในราคาที่คุณได้

สูตรคำนวณต้นทุนจริงต่อรอบ ใช้ได้กับทุกเว็บ

เป้าหมายคือแปลงต้นทุนทุกก้อนให้เป็น เปอร์เซ็นต์เดียว เรียกว่า “จุดเท่าทุน” (break-even) คือราคาต้องขึ้นกี่ % คุณถึงจะไม่ขาดทุน

Crypto.com — แอปคริปโต + บัตร Visa
📌 สูตรหลัก:
ต้นทุนรอบ (%) = ค่าธรรมเนียมซื้อ (%) + ค่าธรรมเนียมขาย (%) + สเปรด (%) + [ค่าถอนคงที่ ÷ เงินต้น × 100]

ตัวอย่างเร็ว ๆ เทรดคู่บาทที่คิดค่าธรรมเนียม 0.25% ทั้งสองขา สเปรด 0.10% เงินต้น 10,000 บาท ไม่ถอนออก:

0.25 + 0.25 + 0.10 = 0.60% แปลว่าราคาต้องขึ้นเกิน 0.60% คุณถึงจะเริ่มมีกำไรบาทแรก

วิธีใช้ให้เป็นนิสัย: ก่อนเปิดสถานะทุกครั้ง ถามตัวเองว่า “เป้าหมายทำกำไรของไม้นี้ มากกว่าต้นทุนรอบกี่เท่า” ถ้าคำตอบคือน้อยกว่า 3 เท่า แปลว่าคุณกำลังเทรดให้เว็บเทรด ไม่ใช่ให้ตัวเอง

ทำไมต้องคูณสอง ไม่ใช่บวกครั้งเดียว

กับดักคลาสสิกคือคนดูหน้าค่าธรรมเนียมเห็น “0.25% ต่อครั้ง” แล้วคิดว่ารอบหนึ่งเสีย 0.25% ความจริงคือ ต่อครั้ง = ต่อคำสั่ง ซื้อหนึ่งคำสั่ง ขายอีกหนึ่งคำสั่ง เท่ากับ 2 ครั้ง คนที่เทรดวันละ 5 รอบ จะเสียค่าธรรมเนียมวันละ 10 ครั้ง คิดเป็น 2.5% ต่อวันจากเงินที่หมุน ก่อนจะพูดถึงกำไรขาดทุนด้วยซ้ำ

ค่าธรรมเนียมจริงของเว็บเทรดไทย ณ วันเขียน

ตัวเลขชุดนี้ดึงจากหน้าค่าธรรมเนียมทางการ ณ 29 สิงหาคม 2026 เว็บเทรดปรับเรตได้ตลอด ให้ใช้เป็นจุดตั้งต้นแล้วเปิดหน้าทางการยืนยันซ้ำก่อนคำนวณจริงเสมอ

รายการ Bitkub BINANCE TH
คู่เทรดบาท (THB) 0.25% ต่อครั้ง 0.25% ต่อครั้ง (รวม VAT)
คู่เทรดคริปโต-คริปโต 0.25% ต่อครั้ง 0.10% ต่อครั้ง (รวม VAT)
Maker กับ Taker เรตเท่ากัน เรตเท่ากันสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
ฝากเงินบาท ฟรี ตรวจสอบหน้าทางการ
ฝากเหรียญ ฟรี ตรวจสอบหน้าทางการ
ค่าธรรมเนียมหักจากอะไร หักจากยอดที่ทำรายการ หักจากสินทรัพย์ที่ได้รับ

ค่าถอนเงินบาทของ Bitkub (จากหน้าทางการ)

ยอดถอน ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารอื่น
21 – 100,000 บาท 20 บาท 20 บาท
100,000.01 – 500,000 บาท 20 บาท 75 บาท
500,000.01 บาทขึ้นไป 20 บาท 200 บาท
ประหยัดได้ทันที: ถ้าถอนยอดใหญ่บ่อย การผูกบัญชีกสิกรไทยกับ Bitkub ทำให้ค่าถอนคงที่ 20 บาททุกยอด แทนที่จะเป็น 200 บาท ต่างกัน 180 บาทต่อครั้ง ถอนเดือนละ 4 ครั้งก็ประหยัดปีละกว่า 8,600 บาท
💡 ระวังโปรโมชัน 0% ที่หมดอายุแล้ว: BINANCE TH เคยจัดโปรค่าธรรมเนียม 0% สำหรับคู่บาท แต่เป็นโปรที่มีช่วงเวลาจำกัดและยกเว้นคู่ USDT/THB อย่าคำนวณต้นทุนโดยอิงโปรที่จบไปแล้ว ให้เปิดหน้าประกาศทางการเช็ควันหมดอายุก่อนเสมอ

ค่าถอนเหรียญเปลี่ยนทุกวัน

จุดที่คนพลาดบ่อยคือคิดว่าค่าถอนเหรียญเป็นค่าคงที่ ความจริงคือ Bitkub ระบุชัดว่าค่าธรรมเนียมถอนเหรียญ ปรับทุกวันตามเวลาไทย 4 รอบ คือ 12:00, 16:00, 21:00 และ 00:00 โดยอิงค่าธรรมเนียมเครือข่ายบล็อกเชนขณะนั้น แปลว่าถ้าถอนช่วงเครือข่ายแออัด ค่าถอนอาจแพงกว่ารอบก่อนหน้าหลายเท่า

วิธีลดค่าถอน: ถ้าไม่รีบ ให้เช็คค่าถอนก่อนรอบปรับ แล้วเทียบกับหลังรอบปรับ ต่างกันได้มากในวันที่ค่าแก๊สแพง และเลือกเครือข่ายที่ปลายทางรองรับซึ่งมีค่าถอนถูกกว่าเสมอ

วิธีวัดสเปรดด้วยตัวเองใน 30 วินาที

สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อสูงสุด (Bid) กับราคาเสนอขายต่ำสุด (Ask) เป็นต้นทุนที่คุณจ่ายทันทีที่กดคำสั่งราคาตลาด แต่ไม่มีใครแจ้งคุณเป็นตัวเลข วิธีวัดเองทำได้ในไม่กี่วินาที

1

เปิดหน้าสมุดคำสั่ง

เข้าหน้าเทรดคู่ที่จะซื้อ มองหาตาราง Order Book ที่มีฝั่งสีเขียว (ซื้อ) และสีแดง (ขาย)

2

จดตัวเลข 2 ตัว

ราคาแดงต่ำสุด (Ask) และราคาเขียวสูงสุด (Bid) คือสองบรรทัดที่ติดกันตรงกลางตาราง

3

คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์

สเปรด % = (Ask − Bid) ÷ Bid × 100 ตัวเลขนี้คือต้นทุนแฝงต่อการเข้าหนึ่งครั้ง

4

เช็คความลึกด้วย

ดูว่าที่ราคานั้นมีของกี่เหรียญ ถ้าไม้ของคุณใหญ่กว่าของที่วางไว้ คุณจะกินไปถึงราคาถัดไป ต้นทุนจริงจะสูงกว่าสเปรดที่คำนวณได้

ตัวอย่าง เหรียญหนึ่งมี Bid 100.00 บาท Ask 100.30 บาท สเปรดเท่ากับ (100.30 − 100.00) ÷ 100.00 × 100 = 0.30% ซึ่งมากกว่าค่าธรรมเนียมหนึ่งขาเสียอีก

💡 เหรียญเล็กที่สภาพคล่องบางในคู่บาท สเปรดอาจกว้างถึง 1–3% แปลว่าแค่กดซื้อแล้วขายทันทีโดยราคาไม่ขยับเลย คุณก็ขาดทุนไปแล้วหลายเปอร์เซ็นต์ นี่คือเหตุผลที่การไล่ราคาเหรียญเล็กมักเจ็บกว่าที่คิด

ตัวอย่างคำนวณจริง 3 เคส

เคส 1 เทรดสั้นคู่บาท เงินต้น 10,000 บาท

รายการ คิดเป็น % คิดเป็นบาท
ค่าธรรมเนียมซื้อ 0.25% 25
ค่าธรรมเนียมขาย 0.25% 25
สเปรด 0.10% 10
รวมต้นทุนรอบ 0.60% 60

ราคาต้องขึ้นเกิน 0.60% ถึงเท่าทุน ถ้าเทรดแบบนี้วันละ 4 รอบ ต้นทุนสะสมคือ 2.4% ต่อวัน หรือประมาณ 48% ต่อเดือนทำการ ซึ่งแทบไม่มีกลยุทธ์ไหนชนะได้

เคส 2 เทรดคู่คริปโต แล้วถอนออก เงินต้น 5,000 บาท

สมมติเทรดคู่คริปโต-คริปโตที่ 0.10% ทั้งสองขา สเปรด 0.05% แล้วถอนเงินบาทออกธนาคารอื่น 20 บาท

รายการ คิดเป็น %
ค่าธรรมเนียม 2 ขา 0.20%
สเปรด 0.05%
ค่าถอน 20 บาท ÷ 5,000 0.40%
รวมต้นทุนรอบ 0.65%
💡 สังเกตว่าค่าถอนแค่ 20 บาท กลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุด (0.40%) มากกว่าค่าธรรมเนียมเทรดทั้งสองขารวมกัน เพราะเป็นค่าคงที่ที่หารด้วยเงินต้นน้อย ยิ่งพอร์ตเล็ก ค่าคงที่ยิ่งเจ็บ

เคส 3 เด้งหลายคู่ กับดักค่าแปลงเงินซ้อนชั้น

คนจำนวนมากทำแบบนี้โดยไม่รู้ตัว บาท → USDT → เหรียญเป้าหมาย → USDT → บาท เท่ากับเทรด 4 ครั้ง ไม่ใช่ 2 ครั้ง

ขั้น รายการ ต้นทุน
1 บาท → USDT ค่าธรรมเนียม + สเปรด
2 USDT → เหรียญ ค่าธรรมเนียม + สเปรด
3 เหรียญ → USDT ค่าธรรมเนียม + สเปรด
4 USDT → บาท ค่าธรรมเนียม + สเปรด

ถ้าแต่ละขาคิด 0.25% และสเปรดขาละ 0.05% ต้นทุนรวมคือ (0.25 + 0.05) × 4 = 1.20% ต่อรอบ สูงกว่าเคส 1 ถึงเท่าตัว ทั้งที่รู้สึกเหมือนทำอย่างเดียวกัน

วิธีแก้: ถ้าเหรียญที่จะเทรดมีคู่บาทตรงและสภาพคล่องพอ ให้เทรดคู่บาทตรงแทนการเด้งผ่าน USDT แต่ถ้าคู่บาทสเปรดกว้างมาก การผ่าน USDT อาจถูกกว่า ให้เทียบตัวเลขจริงก่อนทุกครั้ง อย่าเดา

ค่าถอนเหรียญ กับดักที่แพงที่สุดสำหรับพอร์ตเล็ก

ค่าถอนเหรียญเป็น “จำนวนคงที่” ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ ผลคือมันกินสัดส่วนพอร์ตเล็กแรงมาก ตารางนี้แสดงว่าค่าถอนเท่ากันกลายเป็นต้นทุนกี่ % เมื่อเงินต้นต่างกัน

เงินต้น ค่าถอน 20 บาท ค่าถอน 200 บาท ค่าถอนเหรียญ 300 บาท
1,000 บาท 2.00% 20.00% 30.00%
5,000 บาท 0.40% 4.00% 6.00%
20,000 บาท 0.10% 1.00% 1.50%
100,000 บาท 0.02% 0.20% 0.30%
📌 กฎง่าย ๆ ที่ใช้ได้ทันที คือ อย่าให้ค่าถอนเกิน 0.5% ของยอดที่ถอน ถ้าเกินแสดงว่าคุณถอนถี่เกินไปหรือถอนยอดเล็กเกินไป ให้รวบยอดแล้วถอนครั้งเดียว

เลือกเครือข่ายให้ถูก ประหยัดได้หลักร้อยต่อครั้ง

เหรียญเดียวกันถอนได้หลายเครือข่าย และค่าถอนต่างกันมาก โดยเฉพาะเหรียญสเตเบิลที่มีทั้งเครือข่ายค่าธรรมเนียมสูงและค่าธรรมเนียมต่ำ

  • เช็คก่อนว่าปลายทางรองรับเครือข่ายไหนบ้าง อย่าเลือกจากค่าถอนถูกอย่างเดียว
  • เลือกเครือข่ายที่ทั้งต้นทางและปลายทางรองรับ แล้วค่อยเทียบค่าถอน
  • คัดลอกที่อยู่จากหน้าฝากของปลายทางเสมอ ห้ามพิมพ์เอง ห้ามใช้ที่อยู่เก่าที่จดไว้
  • ทดสอบด้วยยอดเล็กก่อนถ้าเป็นการโอนครั้งแรกไปที่อยู่ใหม่
  • ดูยอดขั้นต่ำในการถอน บางเว็บมีขั้นต่ำสูงกว่ายอดที่คุณมี
💡 โอนผิดเครือข่ายคือความเสียหายที่แพงกว่าค่าธรรมเนียมทุกก้อนรวมกัน การประหยัดค่าถอน 100 บาทแล้วเลือกเครือข่ายที่ปลายทางไม่รองรับ อาจแลกมาด้วยการเสียเหรียญทั้งก้อน อ่านหน้าฝากของปลายทางให้ครบก่อนกดถอนเสมอ

7 กับดักที่คนคำนวณผิดบ่อยที่สุด

🚩 1. นับค่าธรรมเนียมขาเดียว

เห็น “0.25% ต่อครั้ง” แล้วคิดว่ารอบหนึ่งเสีย 0.25% ทั้งที่หนึ่งรอบมีสองครั้ง

วิธีแก้: คูณสองเสมอ แล้วจึงบวกสเปรดและค่าถอนเข้าไป

🚩 2. ลืมสเปรดเพราะไม่มีใครแจ้ง

สเปรดไม่ปรากฏเป็นบรรทัดค่าใช้จ่าย จึงถูกมองข้าม ทั้งที่ในเหรียญสภาพคล่องต่ำมันแพงกว่าค่าธรรมเนียม

วิธีแก้: วัดจากสมุดคำสั่งด้วยตัวเองก่อนเข้าไม้ ใช้สูตร (Ask − Bid) ÷ Bid × 100

🚩 3. คิดค่าถอนเป็นเปอร์เซ็นต์

ค่าถอนเป็นจำนวนคงที่ ยิ่งพอร์ตเล็กยิ่งกินสัดส่วนสูง คนพอร์ตเล็กที่ถอนบ่อยจึงขาดทุนสะสมโดยไม่รู้ตัว

วิธีแก้: หารค่าถอนด้วยเงินต้นทุกครั้ง ให้เห็นเป็น % แล้วตั้งเพดานไว้ที่ 0.5%

🚩 4. อิงเรตโปรโมชันที่หมดอายุ

โปรค่าธรรมเนียม 0% มักมีช่วงเวลาจำกัดและมีคู่ที่ยกเว้น การจำเรตโปรมาคำนวณทำให้ประเมินต้นทุนต่ำกว่าจริง

วิธีแก้: เปิดหน้าค่าธรรมเนียมทางการก่อนคำนวณทุกครั้ง และอ่านวันสิ้นสุดโปรให้ครบ

🚩 5. ลืมว่าค่าธรรมเนียมหักจากสินทรัพย์ที่ได้รับ

บางเว็บหักค่าธรรมเนียมจากเหรียญที่คุณได้ ไม่ใช่จากเงินที่จ่าย ผลคือจำนวนเหรียญที่เข้ากระเป๋าน้อยกว่าที่คำนวณไว้เล็กน้อยทุกครั้ง

วิธีแก้: ดูยอดที่ได้รับจริงในประวัติคำสั่ง แล้วเทียบกับยอดที่คิดไว้ ต่างเท่าไรคือค่าธรรมเนียมจริง

🚩 6. เด้งข้ามคู่โดยไม่จำเป็น

การผ่าน USDT เมื่อมีคู่บาทตรงอยู่แล้ว ทำให้จำนวนครั้งที่เสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเป็นสองเท่า

วิธีแก้: นับจำนวนคำสั่งที่ต้องทำจริงตั้งแต่ต้นจนจบ แล้วคูณด้วยต้นทุนต่อคำสั่ง เลือกเส้นทางที่คำสั่งน้อยกว่าถ้าสภาพคล่องพอ

🚩 7. ไม่นับต้นทุนตอนตั้งเป้าทำกำไร

ตั้งเป้าเก็บกำไร 0.5% แต่ต้นทุนรอบคือ 0.6% แปลว่าถึงเป้าก็ยังขาดทุน เป็นสาเหตุที่หลายคนเทรดถูกทางแต่พอร์ตลด

วิธีแก้: ตั้งเป้ากำไรขั้นต่ำเป็น 3 เท่าของต้นทุนรอบ ถ้าทำไม่ได้ แปลว่ากลยุทธ์นั้นไม่เหมาะกับความถี่ที่คุณเทรด

เช็กลิสต์ก่อนกดเทรดทุกครั้ง

  • เปิดหน้าค่าธรรมเนียมทางการของเว็บที่ใช้ ยืนยันเรตวันนี้ ไม่ใช้เรตที่จำมา
  • คูณค่าธรรมเนียมด้วยจำนวนคำสั่งที่จะทำจริงตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ใช่แค่สองครั้ง
  • วัดสเปรดจากสมุดคำสั่งด้วยสูตร (Ask − Bid) ÷ Bid × 100
  • เช็คความลึกของสมุดคำสั่งว่ารองรับขนาดไม้ของคุณได้ไหม
  • ถ้าจะถอน ให้หารค่าถอนด้วยเงินต้นเป็น % แล้วรวมเข้าไปด้วย
  • บวกทุกก้อนเป็นตัวเลขเดียว นั่นคือจุดเท่าทุนของคุณ
  • เทียบเป้ากำไรกับจุดเท่าทุน ถ้าเป้าน้อยกว่า 3 เท่า ให้ทบทวนไม้นั้นใหม่
  • เลือกคู่เทรดและเครือข่ายที่ทำให้จำนวนคำสั่งน้อยที่สุดโดยสภาพคล่องยังพอ

สรุป

1

หนึ่งรอบคือสองคำสั่ง

ค่าธรรมเนียม “ต่อครั้ง” หมายถึงต่อคำสั่ง ซื้อและขายนับแยกกัน ต้องคูณสองเสมอ

2

สเปรดคือต้นทุนที่มองไม่เห็น

วัดเองจากสมุดคำสั่ง ในเหรียญสภาพคล่องต่ำมันแพงกว่าค่าธรรมเนียมได้หลายเท่า

3

ค่าถอนกินพอร์ตเล็กแรงที่สุด

เป็นค่าคงที่ ไม่ใช่เปอร์เซ็นต์ ตั้งเพดานไว้ที่ 0.5% ของยอดถอนแล้วรวบยอดถอนครั้งเดียว

4

เด้งข้ามคู่ทำต้นทุนเป็นสองเท่า

บาท → USDT → เหรียญ แล้วย้อนกลับ คือสี่คำสั่ง ไม่ใช่สอง เลือกเส้นทางที่สั้นที่สุดที่สภาพคล่องยังพอ

5

เป้ากำไรต้องมากกว่าต้นทุน 3 เท่า

ถ้าเป้าใกล้เคียงจุดเท่าทุน คุณกำลังรับความเสี่ยงทั้งหมดเพื่อแลกกับค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้เว็บเทรด

6

ยืนยันเรตจากหน้าทางการทุกครั้ง

เว็บเทรดปรับค่าธรรมเนียมและค่าถอนได้ตลอด ค่าถอนเหรียญของ Bitkub ปรับวันละ 4 รอบ ตัวเลขเมื่อวานใช้วันนี้ไม่ได้

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) ตัวเลขค่าธรรมเนียมอ้างอิงหน้าทางการ ณ 29 สิงหาคม 2026 ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา กรุณาตรวจสอบจากหน้าทางการของผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจทุกครั้ง การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

Binance — Exchange อันดับ 1 ของโลก
×HTX (Huobi) — เก๋าเกมคริปโต