Ethena ผู้ออกเหรียญดอลลาร์สังเคราะห์ USDe ประกาศเปลี่ยนเครื่องยนต์ทำเงินครั้งใหญ่ — จากเดิมที่หากินกับ “ฟันดิ้งเรต” ของสัญญาเปอร์เพชวลคริปโต กำลังย้ายไปหาผลตอบแทนจาก เปอร์เพชวลหุ้น (Equity Perpetuals) แทน เหตุผลตรงไปตรงมาคือฝั่งคริปโตดอกเบี้ยเหือดแห้ง เหลือแค่ 2.2% ต่อปี ขณะที่ฝั่งหุ้นจ่ายกันที่ 14–17.5% ต่อปี ห่างกันเกือบ 8 เท่า งานนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนที่พักเงิน แต่คือการเปลี่ยน “ความเสี่ยง” ที่หนุนหลังเหรียญมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่คนไทยจำนวนไม่น้อยถือไว้กินยิลด์
📑 สารบัญ
เกิดอะไรขึ้นกับ USDe
USDe คือ “ดอลลาร์สังเคราะห์” ที่ไม่ได้หนุนด้วยเงินสดในธนาคารแบบ USDT หรือ USDC แต่หนุนด้วยกลยุทธ์เทรดที่เรียกว่า เดลต้า-นิวทรัล (Delta-Neutral) ล่าสุด Ethena เปิดเผยแผนปรับพอร์ตสินทรัพย์หนุนหลังมูลค่าราว 4.6 พันล้านดอลลาร์ ให้หันไปถือสถานะในตลาดเปอร์เพชวลของหุ้นมากขึ้นเรื่อยๆ และบริษัทคาดว่าสัดส่วนฝั่งสินทรัพย์โลกจริง (RWA) จะแซงหน้าฝั่งคริปโตในที่สุด
เบื้องหลังการตัดสินใจนี้คือตัวเลขที่ไม่สวยนัก ซัพพลาย USDe หดตัวจากจุดสูงสุดราว 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 เหลือประมาณ 4.04 พันล้านดอลลาร์ หรือหายไปราว 73% และเคยลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 3.90 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมีนาคม 2026 สาเหตุหลักคือเมื่อดอกเบี้ยที่จ่ายให้ผู้ถือลดลง เงินก็ไหลออกไปหาที่อื่น
USDe ทำเงินยังไง — เข้าใจใน 2 นาที
หัวใจของ USDe คือการเก็บ “ส่วนต่างฟันดิ้ง” (Funding Rate) ในตลาดสัญญาเปอร์เพชวล อธิบายง่ายๆ คือ
ถือของจริง
Ethena ถือสินทรัพย์อ้างอิงไว้ในมือ (เช่น ETH หรือหลักประกันอื่น)
เปิดชอร์ตเท่ากัน
เปิดสถานะขายในสัญญาเปอร์เพชวลมูลค่าเท่ากันเป๊ะ ราคาขึ้นหรือลงจึงหักล้างกันหมด
เก็บค่าฟันดิ้ง
เมื่อคนแห่เปิดลอง ฝั่งลองต้องจ่ายค่าฟันดิ้งให้ฝั่งชอร์ต Ethena จึงได้เงินก้อนนี้มาปันผลให้ผู้ถือ
โมเดลนี้ทำกำไรงามมากในตลาดกระทิงที่คนแห่เปิดลอง แต่จุดอ่อนคือ ถ้าไม่มีใครอยากเปิดลอง ค่าฟันดิ้งก็หด และรายได้ก็หายตามทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดปี 2026
ทำไมต้องหนีไปหาหุ้น
ตัวเลขฟันดิ้งเรตเฉลี่ยต่อปีเล่าเรื่องได้ชัดเจนที่สุด
| ตลาด / ช่วงเวลา | ฟันดิ้งเฉลี่ยต่อปี | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| บิตคอยน์ ปี 2024 | 11% | ยุคทองของกลยุทธ์เบสิสเทรด |
| บิตคอยน์ ปี 2025 | 4.9% | เริ่มหดตัวชัดเจน |
| บิตคอยน์ ปี 2026 (ถึง 11 ส.ค.) | 2.2% | ต่ำกว่าพันธบัตรสหรัฐฯ |
| เปอร์เพชวลหุ้นบน Hyperliquid | 14% | ค่าเฉลี่ย 20 พ.ค. – 11 ส.ค. 2026 |
| เปอร์เพชวลหุ้นบน Binance | 17.5% | สูงกว่าบิตคอยน์เกือบ 8 เท่า |
นอกจากดอกเบี้ยที่สูงกว่าแล้ว ยังมีข้อดีอีกข้อที่นักลงทุนสถาบันชอบมาก คือ ความสัมพันธ์กับตลาดคริปโตต่ำมาก ค่าสหสัมพันธ์รายวันระหว่างฟันดิ้งฝั่งหุ้นกับฝั่งคริปโตอยู่แค่ +0.08 ถึง +0.14 เท่านั้น หมายความว่าเวลาคริปโตซบเซา รายได้ฝั่งหุ้นยังเดินต่อได้ ไม่ดับพร้อมกัน
ขนาดตลาดที่ Ethena เล็งไว้
Guy Young ผู้ก่อตั้ง Ethena ระบุว่าเปอร์เพชวลที่อ้างอิงหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงสุดของโปรโตคอลแล้ว โดยยกตัวอย่างว่าเดือนที่ผ่านมา ปริมาณเทรดเปอร์เพชวล RWA บน Hyperliquid เกินครึ่งหนึ่งของปริมาณเทรดคริปโตทั้งหมด ส่วนบน Binance ปริมาณเทรดเปอร์เพชวล RWA รวมกัน สูงราว 2 เท่าของคู่ BTC-USDT
Young คาดว่าทั้งสัญญาคงค้างและปริมาณเทรดในกลุ่มนี้จะแซงหน้าเปอร์เพชวลคริปโตบนกระดานใหญ่ๆ ภายในราว 2 ปี
| รายการ | ตลาดหุ้น | ตลาดคริปโต |
|---|---|---|
| มูลค่าตลาดรวม | 166.5 ล้านล้านดอลลาร์ | 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ |
| สัญญาคงค้างเปอร์เพชวล (11 ส.ค. 2026) | 6.2 พันล้านดอลลาร์ | 94 พันล้านดอลลาร์ |
จะเห็นว่าฝั่งหุ้นมีมูลค่าตลาดใหญ่กว่าคริปโตราว 75 เท่า แต่ตลาดเปอร์เพชวลยังเล็กกว่ามาก Ethena จึงประเมินว่าถ้าเปอร์เพชวลเจาะตลาดหุ้นได้แค่ 2.5% จะเท่ากับสัญญาคงค้างราว 4 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 40 เท่าของจุดสูงสุดที่ฝั่งคริปโตเคยทำได้
ด้านราคาเหรียญ ENA ตอบรับข่าวนี้ในเชิงบวก ซื้อขายอยู่ที่ราว 0.163 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11.6% ใน 24 ชั่วโมง และบวกเกือบ 99% ในรอบ 30 วัน โดยมีปริมาณซื้อขายทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ ส่วนการเริ่มใช้งานจริงจะทยอยเปิดผ่านกระดานพันธมิตรภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนถือ
ผลตอบแทนที่สูงขึ้นย่อมมาพร้อมความเสี่ยงชุดใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม
🚩 1. ฟันดิ้งหดเมื่อคนแห่ตาม
ดอกเบี้ย 14–17.5% ดึงดูดทุนจำนวนมากให้เข้ามาเปิดชอร์ตแข่งกัน ยิ่งคนทำเยอะ ฟันดิ้งยิ่งถูกกดลง เหมือนที่เคยเกิดกับฝั่งคริปโตมาแล้ว
🚩 2. สภาพคล่องหายตอนตลาดตึง
เวลาตลาดผันผวนหนัก การปิดสถานะขนาดหลายพันล้านดอลลาร์อาจทำได้ยากและมีต้นทุนสูงกว่าปกติ
🚩 3. ราคานอกเวลาทำการตลาดหุ้น
คริปโตเทรด 24 ชั่วโมง แต่ตลาดหุ้นจริงปิดทำการ ช่วงที่ตลาดหุ้นปิดแล้วมีข่าวใหญ่ ราคาเปอร์เพชวลอาจเหวี่ยงแรงจนป้องกันความเสี่ยงได้ไม่สมบูรณ์
🚩 4. การดูแลสินทรัพย์และการบริหารพอร์ต
ต้องใช้ระบบเก็บรักษาสินทรัพย์นอกกระดานเทรด และบริหารพอร์ตป้องกันความเสี่ยงระดับหลายพันล้านดอลลาร์ให้แม่นยำ ซึ่งเป็นงานที่ซับซ้อนกว่าฝั่งคริปโตล้วนมาก
- เข้าใจว่า USDe ไม่ใช่สเตเบิลคอยน์ที่หนุนด้วยเงินสด 1:1 แบบ USDT/USDC
- ผลตอบแทนมาจากการเทรด ไม่ใช่ดอกเบี้ยพันธบัตร จึงผันผวนและอาจติดลบได้ในบางช่วง
- อย่าเอาเงินก้อนที่ต้องใช้แน่นอนไปพักไว้ทั้งหมด กระจายไปสเตเบิลคอยน์ประเภทอื่นด้วย
สรุป
เปลี่ยนเครื่องยนต์
Ethena ย้ายแหล่งทำกำไรของ USDe จากเปอร์เพชวลคริปโตไปหาเปอร์เพชวลหุ้น เริ่มในไม่กี่สัปดาห์
เพราะดอกเบี้ยห่างกัน 8 เท่า
ฝั่งบิตคอยน์เหลือ 2.2% ต่อปี ฝั่งหุ้นจ่าย 14–17.5% ต่อปี
ซัพพลายหดแล้ว 73%
USDe เหลือราว 4.04 พันล้านดอลลาร์ จากพีค 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025
⚠️ ความเสี่ยงเปลี่ยนหน้าตา
ฟันดิ้งอาจถูกบีบ สภาพคล่องตึงตอนตลาดผันผวน และมีปัญหาราคานอกเวลาทำการตลาดหุ้น
บทสรุปคือ Ethena กำลังเดิมพันว่าอนาคตของ “ดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทน” ไม่ได้อยู่ในตลาดคริปโตอีกต่อไป แต่อยู่ในตลาดหุ้นโลกมูลค่า 166.5 ล้านล้านดอลลาร์ ถ้าเดิมพันนี้ถูก USDe จะกลับมาโตอีกครั้งพร้อมยิลด์ที่ยั่งยืนกว่าเดิม แต่ถ้าผิด ผู้ถือเหรียญคือคนที่รับความเสี่ยงชุดใหม่นี้ไปเต็มๆ


















