Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 20, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตกองทุน ETFด่วน! ETF บิตคอยน์ดูดเงินเข้า 517 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว — สูงสุดรอบ 3 เดือนครึ่ง BlackRock กินไปกว่าครึ่ง

ด่วน! ETF บิตคอยน์ดูดเงินเข้า 517 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว — สูงสุดรอบ 3 เดือนครึ่ง BlackRock กินไปกว่าครึ่ง

OKX — เทรดเหรียญใหม่ก่อนใคร

กองทุน ETF บิตคอยน์แบบ Spot ในสหรัฐฯ ดูดเงินสุทธิเข้า 517 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 สูงสุดนับตั้งแต่ 4 พฤษภาคม หรือรอบ 3 เดือนครึ่ง ขณะที่ ETF อีเธอเรียมก็ทำสถิติดูดเงิน 189 ล้านดอลลาร์ สูงสุดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 — ตัวเลขนี้ยืนยันว่าแรงซื้อที่ดันบิตคอยน์ทะลุ 69,000 ดอลลาร์ ไม่ได้มาจากรายย่อยไล่ราคา แต่เป็นเงินสถาบันที่เข้ามาจริง

ตัวเลขวันเดียว 517 ล้านดอลลาร์ มาจากใครบ้าง

ข้อมูลกระแสเงินของวันซื้อขายที่ 19 สิงหาคม 2026 ระบุว่า กองทุน ETF บิตคอยน์แบบ Spot ทั้ง 12 กองในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิรวม 517.19 ล้านดอลลาร์ โดย 8 จาก 12 กองมีเงินไหลเข้าเป็นบวก

แต่ถ้าดูรายกอง จะเห็นชัดว่ากระจุกอยู่ที่เจ้าใหญ่

OKX Web3 — กระเป๋า DeFi + DEX
กองทุน ผู้ออก เงินไหลเข้าสุทธิ สัดส่วน
IBIT BlackRock 284.7 ล้านดอลลาร์ ราว 55%
ARKB Ark Invest & 21Shares 77.7 ล้านดอลลาร์ ราว 15%
FBTC Fidelity 62.4 ล้านดอลลาร์ ราว 12%
กองอื่นๆ รวม ส่วนที่เหลือ ราว 18%
📌 IBIT ของ BlackRock กินไปกว่าครึ่งของเงินไหลเข้าทั้งวัน สะท้อนว่าเมื่อสถาบันในสหรัฐฯ ตัดสินใจเพิ่มน้ำหนักบิตคอยน์ ส่วนใหญ่ยังเลือกเดินผ่านประตูเดียวกัน

และนี่ไม่ใช่วันเดียวโดดๆ — เป็นวันที่สามติดต่อกันที่ ETF บิตคอยน์มีเงินไหลเข้าสุทธิ ทำให้ยอดสะสมของเดือนสิงหาคมขยับเข้าใกล้ระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์ พลิกจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่เพิ่งเจอวันเงินไหลออกหนักสุดในรอบ 6 สัปดาห์

ฝั่งอีเธอเรียมแรงกว่า — สูงสุดในรอบ 10 เดือน

ที่น่าสนใจกว่าคือฝั่งอีเธอเรียม กองทุน ETF อีเธอเรียมแบบ Spot ดูดเงินสุทธิเข้า 189 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวกัน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 หรือย้อนหลังไปราว 10 เดือน

ราคาก็ตอบสนองแรงกว่าบิตคอยน์ชัดเจน อีเธอเรียมกลับขึ้นยืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง และพุ่งต่อเกือบ 18% ไปที่ราว 2,251 ดอลลาร์ ขณะที่บิตคอยน์บวก 8.3% ไปที่ราว 69,564 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการยืนเหนือ 69,000 ดอลลาร์ครั้งแรกในรอบ 2 เดือน

₿ บิตคอยน์

ETF ไหลเข้า 517 ล้านดอลลาร์ (สูงสุดตั้งแต่ 4 พ.ค.)
ราคา +8.3% ที่ราว 69,564 ดอลลาร์

Ξ อีเธอเรียม

ETF ไหลเข้า 189 ล้านดอลลาร์ (สูงสุดตั้งแต่ ต.ค. 2025)
ราคา +เกือบ 18% ที่ราว 2,251 ดอลลาร์

ทำไมเงินถึงไหลกลับเข้ามาตอนนี้

แรงขับหลักไม่ได้มาจากในวงการคริปโตเอง แต่มาจากสองเรื่องนอกวงที่เกิดพร้อมกัน

1

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่มการอุ้มสภาพคล่องพันธบัตร

คลังสหรัฐฯ ประกาศจะเพิ่มปฏิบัติการซื้อคืนพันธบัตรเพื่อพยุงสภาพคล่องอย่างน้อยเท่าตัว ในช่วงอายุ 10-30 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารัฐพร้อมเข้าไปกดผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวไม่ให้พุ่ง

2

ก.ล.ต. สหรัฐฯ เสนอข้อยกเว้นให้ระดมทุนด้วยโทเคน

ก.ล.ต. สหรัฐฯ เสนอกฎใหม่เปิดทางให้ผู้ออกโทเคนระดมทุนได้ถึง 75 ล้านดอลลาร์ต่อปีภายใต้ข้อยกเว้น ลดความไม่แน่นอนด้านกฎหมายที่กดตลาดมานาน

💡 Jeff Mei ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ BTSE สรุปกลไกไว้ว่า “เมื่อคลังส่งสัญญาณว่าจะเข้ามาคุมเพดานผลตอบแทนพันธบัตร ดอลลาร์จะอ่อนลง ความอยากเสี่ยงกลับมา และบิตคอยน์กับคริปโตก็ได้ประโยชน์”

พูดง่ายๆ คือเงินไม่ได้ไหลเข้าคริปโตเพราะคริปโตมีข่าวดีของตัวเองอย่างเดียว แต่เพราะสภาพแวดล้อมการเงินมหภาคเปลี่ยนโหมดจาก “ถือเงินสดไว้ก่อน” กลับมาเป็น “รับความเสี่ยงได้”

เงินสถาบัน ต่างจากแรงเก็งกำไรรายย่อยยังไง

Rachael Lucas นักวิเคราะห์จาก BTC Markets ชี้ประเด็นสำคัญว่า กระแสเงินรอบนี้เป็นการจัดสรรพอร์ตของสถาบัน ไม่ใช่การเก็งกำไรของรายย่อย ซึ่งมีนัยต่างกันมาก

ประเด็น แรงซื้อรายย่อย แรงซื้อสถาบันผ่าน ETF
จังหวะเข้า ไล่ราคาตอนขึ้นแรง ทยอยเข้าตามแผนจัดสรรพอร์ต
เลเวอเรจ มักใช้สูง เสี่ยงโดนล้างสถานะ ส่วนใหญ่เป็นเงินสด ไม่มีเลเวอเรจ
ระยะเวลาถือ สั้น ออกไวเมื่อย่อ ยาวกว่า ตามกรอบการลงทุน
ผลต่อราคา ผันผวนสูง ขึ้นเร็วลงเร็ว สร้างฐานอุปสงค์ที่ต่อเนื่องกว่า
วิธีอ่านตัวเลข ETF ให้เป็น:

  • ดู “เงินไหลเข้าสุทธิ” ไม่ใช่ปริมาณซื้อขาย — ปริมาณซื้อขายสูงอาจเป็นแค่คนเปลี่ยนมือกัน
  • ดูว่าไหลเข้ากี่กองจากทั้งหมด ถ้ากระจายหลายกองแปลว่าฐานกว้างกว่ากระจุกกองเดียว
  • ดูความต่อเนื่องหลายวัน วันเดียวโดดๆ อาจเป็นแค่ออเดอร์ก้อนเดียว
  • เทียบกับราคา ถ้าเงินไหลเข้าแต่ราคาไม่ขึ้น แปลว่ามีแรงขายจากที่อื่นหักล้างอยู่

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้

🚩 1. ความต่อเนื่องของกระแสเงิน

ตอนนี้เป็นวันที่สามติดต่อกัน แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนเพิ่งเจอวันเงินไหลออกหนักสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ถ้าไหลเข้าต่อได้อีกหลายวันถึงจะเรียกว่าเทรนด์ ถ้าสะดุดแปลว่าเป็นแค่การเด้งกลับ

🚩 2. ตัวขับเป็นปัจจัยมหภาค ไม่ใช่ปัจจัยคริปโต

เมื่อเหตุผลที่เงินไหลเข้าคือนโยบายคลังสหรัฐฯ และท่าทีของ ก.ล.ต. เงินก้อนเดียวกันก็ไหลออกได้เร็วพอกันถ้าสองเรื่องนี้พลิก

🚩 3. การกระจุกตัวที่ BlackRock

IBIT กินสัดส่วนกว่าครึ่ง แปลว่าภาพรวมกระแสเงินขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกลุ่มลูกค้าสถาบันกลุ่มเดียวเป็นหลัก

  • บิตคอยน์ยืนเหนือ 69,000 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่องหรือไม่
  • ETF อีเธอเรียมรักษาระดับเงินไหลเข้าได้ไหม หลังทำสถิติรอบ 10 เดือน
  • ยอดสะสมเดือนสิงหาคมจะทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์หรือเปล่า
  • ร่างกฎ ก.ล.ต. สหรัฐฯ จะเดินหน้าต่อในขั้นรับฟังความเห็นอย่างไร
📌 สรุปสั้น: ETF บิตคอยน์ดูดเงิน 517 ล้านดอลลาร์ ETF อีเธอเรียมดูด 189 ล้านดอลลาร์ ในวันเดียว สูงสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งและ 10 เดือนตามลำดับ แรงขับมาจากคลังสหรัฐฯ อุ้มพันธบัตรบวกกับร่างกฎคริปโตของ ก.ล.ต. — เป็นเงินสถาบันจริง แต่ก็เป็นเงินที่อิงปัจจัยนอกวงการคริปโต
⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
TradingView — กราฟวิเคราะห์ #1
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

Binance — Exchange อันดับ 1 ของโลก
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต