Metaplanet บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นโตเกียวที่กลายเป็นหนึ่งในผู้ถือบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศบุกตลาดสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก ด้วยการยกบิตคอยน์ 2,100 BTC (ราว 132 ล้านดอลลาร์) บวกเงินสดอีก 2.5 ล้านดอลลาร์ เข้าลงทุนใน Super League Enterprise บริษัทสื่อเกมที่จดทะเบียนบน Nasdaq แลกกับหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ และวอร์แรนต์ พร้อมเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “Superplanet” ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มคลังบิตคอยน์ (Bitcoin Treasury) ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะ และ Metaplanet จะถือหุ้นสามัญราว 96%
📑 สารบัญ
ดีลนี้คืออะไร — จับ Super League ปั้นเป็น Superplanet
ตามประกาศเมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2026 Metaplanet จะใช้บริษัทลูกในสหรัฐฯ ที่ถือหุ้นเต็ม 100% นำบิตคอยน์จำนวน 2,100 BTC มูลค่าประมาณ 132.1 ล้านดอลลาร์ พร้อมเงินสด 2.5 ล้านดอลลาร์ เข้าลงทุนใน Super League Enterprise ซึ่งเป็นบริษัทสื่อและโฆษณาเกมที่จดทะเบียนบน Nasdaq อยู่แล้ว
เพื่อแลกกับสินทรัพย์ที่ใส่เข้าไป Metaplanet จะได้รับหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ และวอร์แรนต์ของ Super League กลับมา จากนั้นบริษัทจะเปลี่ยนชื่อเป็น Superplanet, Inc. และซื้อขายภายใต้ตัวย่อใหม่ SUPA โดย Metaplanet จะถือหุ้นสามัญราว 95.7% เมื่อดีลปิดสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ของปีนี้ ขณะที่ธุรกิจโฆษณาเดิมของ Super League จะยังเดินหน้าต่อในฐานะเซกเมนต์แยกต่างหาก
สำนักข่าว CoinDesk เรียกดีลนี้ว่าเป็น “ดีล nanocap” มูลค่ารวมราว 135 ล้านดอลลาร์ ที่ใช้บริษัทขนาดจิ๋วเป็นฐานปล่อยจรวดเข้าสู่ตลาดทุนสหรัฐฯ
| รายละเอียด | ข้อมูล |
|---|---|
| ผู้ลงทุน | Metaplanet (ผ่านบริษัทลูกในสหรัฐฯ) |
| บริษัทเป้าหมาย | Super League Enterprise (Nasdaq) → เปลี่ยนชื่อเป็น Superplanet (SUPA) |
| สินทรัพย์ที่ใส่ | 2,100 BTC (~132.1 ล้านดอลลาร์) + เงินสด 2.5 ล้านดอลลาร์ |
| สิ่งที่ได้กลับ | หุ้นสามัญ + หุ้นบุริมสิทธิ + วอร์แรนต์ |
| สัดส่วนถือหุ้น | ~95.7% ของหุ้นสามัญ |
| คาดปิดดีล | ไตรมาส 4 ปี 2026 |
ทำไมดีลนี้ไม่เหมือนดีลคลังบิตคอยน์ทั่วไป
ในช่วงปีกว่าที่ผ่านมา ตลาดเต็มไปด้วยดีล “shell-and-PIPE” ที่บริษัทเปลือกระดมเงินจากนักลงทุนภายนอกในราคาส่วนลด แล้วเอาไปซื้อบิตคอยน์ แต่ Mark Palmer นักวิเคราะห์จาก Benchmark-StoneX ที่ให้เรตติ้ง “ซื้อ” กับ Metaplanet ชี้ว่าดีลนี้ต่างออกไปอย่างชัดเจน
💰 ใช้บิตคอยน์ของตัวเอง
Metaplanet ใส่บิตคอยน์จากงบดุลของตัวเองเข้าไป ไม่ได้ระดมเงินจากบุคคลที่สามในราคาส่วนลดเหมือนดีลเปลือกทั่วไป
🔒 ล็อกหุ้น 5 ปี
หุ้นที่ Metaplanet ได้รับติดเงื่อนไขห้ามขาย (lock-up) นาน 5 ปี สะท้อนว่าเป็นการลงทุนคลังระยะยาว ไม่ใช่เก็งกำไรระยะสั้น
📊 จำนวนหุ้นถูกตรึงไว้
จำนวนหุ้นถูกกำหนดตายตัวตั้งแต่ 14 ส.ค. และจะไม่ลอยตามราคาบิตคอยน์ก่อนปิดดีล อีกทั้งราคาหุ้นตั้งใกล้ราคาปิดเดิม ไม่ได้กดส่วนลด
ภาพใหญ่: “Strategy แห่งญี่ปุ่น” ที่ถือ 43,000 BTC
ตามข้อมูลในประกาศ ปัจจุบัน Metaplanet ถือบิตคอยน์อยู่ราว 43,000 BTC ทำให้เป็นผู้ถือบิตคอยน์ระดับองค์กรรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก จนถูก Palmer ขนานนามว่าเป็น “Strategy แห่งญี่ปุ่น” ที่นำสูตรคลังบิตคอยน์มาใช้ในตลาดที่มีอัตราดอกเบี้ยแท้จริงติดลบและค่าเงินเยนอ่อนตัว
Simon Gerovich ซีอีโอของ Metaplanet ระบุว่าการบุกสหรัฐฯ ครั้งนี้คือการเข้าถึง “ตลาดทุนที่ลึกที่สุดในโลก” โดยบริษัทใส่บิตคอยน์ของตัวเอง ล็อกหุ้นตัวเอง และหนุนหลังบริษัทใหม่ด้วยงบดุลของตัวเอง เพื่อทบต้นสถานะบิตคอยน์ก้อนเดียวของกลุ่มให้เติบโตพร้อมกันบนสองแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนในสองตลาด
ดีลนี้ยังต่อยอดจากความเคลื่อนไหวก่อนหน้าที่ Metaplanet ไม่ได้หยุดแค่การสะสมบิตคอยน์เพียงอย่างเดียว:
- เข้าซื้อบริษัทหลักทรัพย์ในญี่ปุ่น เพื่อออกผลิตภัณฑ์สร้างผลตอบแทนจากบิตคอยน์ (Bitcoin yield products)
- เปิดตัว “Bitbonds” ตราสารหนี้ที่หนุนหลังด้วยบิตคอยน์
- เคยส่งสัญญาณตั้งบริษัทลูกในสหรัฐฯ พร้อมกลยุทธ์บิตคอยน์มูลค่า 250 ล้านดอลลาร์มาก่อน
มองมุมนักลงทุนไทย
ดีล Superplanet ตอกย้ำเทรนด์ “บริษัทคลังบิตคอยน์” (Bitcoin Treasury Company) ที่กำลังลามจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่นไปทั่วโลก โดยจุดที่น่าจับตาคือโมเดลการจดทะเบียนสองตลาด ที่ให้นักลงทุนอเมริกันเข้าถึงบิตคอยน์ผ่านหุ้น Nasdaq ขณะที่ยังคงมีธุรกิจจริงสร้างรายได้อยู่เบื้องหลัง
สรุป 5 ข้อที่ต้องรู้
Metaplanet บุกสหรัฐฯ
ยกบิตคอยน์ 2,100 BTC + เงินสด 2.5 ล้านดอลลาร์ เข้าลงทุนใน Super League Enterprise บน Nasdaq
เปลี่ยนชื่อเป็น Superplanet
Super League จะกลายเป็น Superplanet (SUPA) แพลตฟอร์มคลังบิตคอยน์ในสหรัฐฯ โดย Metaplanet คุมหุ้นสามัญราว 96%
ต่างจากดีลเปลือกทั่วไป
ใช้บิตคอยน์ของตัวเองจากงบดุล ล็อกหุ้น 5 ปี ไม่ได้ระดมเงินคนนอกในราคาส่วนลด
Strategy แห่งญี่ปุ่น
Metaplanet ถือบิตคอยน์ราว 43,000 BTC ใหญ่อันดับ 3 ของโลก เดินเกมทบต้นบนสองตลาด
คาดปิดดีล Q4
ยังต้องรอปิดสมบูรณ์และผ่านเงื่อนไข พร้อมแผนเปิดเผยตัวเลขบิตคอยน์ต่อหุ้น








