⚡ สรุปประเด็นสำคัญ
- ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน พร้อมส่งสัญญาณว่าข้อตกลงสันติภาพอาจลงนามได้ “เร็วสุดภายในสุดสัปดาห์นี้”
- Bitcoin พุ่งจาก 61,100 ดอลลาร์ ทะลุ 63,200 ดอลลาร์ บวกกว่า 3% ในวันเดียว แตะจุดสูงสุด 63,400 ดอลลาร์
- หุ้นสหรัฐฯ เขียวยกแผง — S&P 500 บวก 1.75% Nasdaq พุ่ง 2.5% ดาวโจนส์ทะยานกว่า 900 จุด ขณะน้ำมันดิบ Brent ร่วง 3% เหลือราว 90 ดอลลาร์/บาร์เรล
- แรงกดดัน 1 ใน 2 ที่ทุบตลาดหายไปแล้ว — เหลือลุ้นผลประชุมเฟด 16–17 มิ.ย. ที่ตลาดให้น้ำหนักคงดอกเบี้ยถึง 98%
ตลาดคริปโตและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยกเลิกแผนปฏิบัติการโจมตีอิหร่านที่เตรียมไว้ พร้อมระบุว่าข้อตกลงสันติภาพระหว่างสองประเทศอาจลงนามได้เร็วที่สุดภายในสุดสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ Bitcoin (BTC) ดีดตัวแรงกว่า 3% ภายในวันเดียว และคลายความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันตลาดมาหลายสัปดาห์
🕊️ ทรัมป์เบรกสงคราม — สันติภาพอาจมาเร็วกว่าคาด
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านปะทุขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี จนถึงขั้นที่ตลาดเคยกังวลว่าจะลุกลามเป็นปฏิบัติการภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ แต่ล่าสุดสถานการณ์พลิกกลับ เมื่อทรัมป์ประกาศยกเลิกแผนโจมตีรอบใหม่ และเปิดทางเจรจาข้อตกลงสันติภาพอย่างเป็นทางการ
ตลาดการเงินตอบรับทันที — น้ำมันดิบ Brent ที่เคยพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงวิกฤต ร่วงลงราว 3% มาอยู่ใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้นแรงทั้งกระดาน
📈 Bitcoin เด้งแรง 3% — ตลาดหุ้นเขียวยกแผง
แรงซื้อกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างชัดเจน โดยสรุปความเคลื่อนไหวสำคัญได้ดังนี้
| สินทรัพย์ | ความเคลื่อนไหว | ระดับล่าสุด |
|---|---|---|
| Bitcoin (BTC) | +3% ในวันเดียว | เหนือ 63,200 ดอลลาร์ (สูงสุด 63,400) |
| S&P 500 | +1.75% | ฟื้นตัวต่อเนื่อง |
| Nasdaq | +2.5% | หุ้นเทคนำตลาด |
| Dow Jones | +900 จุด | เขียวทั้งกระดาน |
| น้ำมันดิบ Brent | -3% | ราว 90 ดอลลาร์/บาร์เรล |
การเด้งรอบนี้ต่อเนื่องจากการฟื้นตัวเหนือ 63,000 ดอลลาร์เมื่อวันก่อน โดยนักวิเคราะห์มองว่าหากยืนเหนือ 63,000 ดอลลาร์ได้ กรอบแกว่งตัวถัดไปคือ 63,000–65,000 ดอลลาร์ ขณะที่กรณีฐานคือการแกว่งในกรอบ 61,500–63,500 ดอลลาร์
💸 ETF ไหลออก 4.4 พันล้านดอลลาร์ — แรงกดดันเหลือเพียงเฟด
ก่อนหน้านี้ Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญเงินไหลออกต่อเนื่องถึง 13 วันทำการติดต่อกัน รวมมูลค่า 4.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสตรีคไหลออกหนักที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ในปี 2024 โดยเฉพาะกองทุน IBIT ของ BlackRock ที่เงินไหลออกถึง 1.34 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 8 มิ.ย. เพียงสัปดาห์เดียว
นักวิเคราะห์ชี้ว่าแรงกดดันหลักของตลาดมาจาก 2 ปัจจัย คือความเสี่ยงสงครามและความไม่แน่นอนด้านดอกเบี้ย — เมื่อปัจจัยสงครามคลี่คลาย แรงกดดันที่เหลือจึงอยู่ที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 16–17 มิ.ย. ซึ่งจะแถลงผลการตัดสินใจในคืนวันที่ 17 มิ.ย. (ตามเวลาไทยเช้าวันที่ 18 มิ.ย.) โดยตลาดให้น้ำหนักถึง 98% ว่าเฟดจะคงดอกเบี้ย และจับตาสัญญาณการลดดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี 2026 ต่อเนื่องถึงปี 2027
“แรงขับเคลื่อน 1 ใน 2 ที่ทำให้เกิดสตรีคเงินไหลออกจาก Bitcoin ETF ครั้งเลวร้ายที่สุดได้คลี่คลายลงแล้ว — เหลือเพียงการประชุมเฟด 16–17 มิ.ย. เท่านั้น” — บทวิเคราะห์จาก 99Bitcoins
📌 สรุป: จับตาอะไรต่อ
สัปดาห์หน้าคือจุดชี้ชะตาระยะสั้นของตลาด — หากข้อตกลงสันติภาพสหรัฐฯ–อิหร่านลงนามได้จริงภายในสุดสัปดาห์นี้ และเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายในวันที่ 17 มิ.ย. ตลาดคริปโตอาจได้เชื้อเพลิงฟื้นตัวรอบใหม่ แต่หากการเจรจาสะดุดหรือเฟดส่งสัญญาณแข็งกร้าว แนวรับ 61,500 และ 60,000 ดอลลาร์จะกลับมาถูกทดสอบอีกครั้ง
แหล่งที่มา: 99Bitcoins, Yahoo Finance


