⚡ สรุปประเด็นสำคัญ
- HYPE ร่วงราว 23% จากจุดสูงสุดตลอดกาล 75.51 ดอลลาร์ เหลือราว 59 ดอลลาร์
- เจอแรงขายหลังปลดล็อกโทเคนมูลค่า ~565 ล้านดอลลาร์ (9.92 ล้าน HYPE) เมื่อ 6 มิ.ย.
- Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX ถอนการลงทุนทั้งหมดในจังหวะเดียวกัน
- แต่โมเดลแกร่ง: กว่า 90% ของค่าธรรมเนียม ถูกนำไปซื้อคืนเหรียญ (buyback)
Hyperliquid (HYPE) หนึ่งในโทเคน DeFi ที่ร้อนแรงที่สุดของปี 2026 เผชิญแรงเทขายหนักในเดือนนี้ จากแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน ทั้งการปลดล็อกโทเคนล็อตใหญ่และการถอนตัวของนักลงทุนชื่อดัง แต่เบื้องหลังราคาที่ร่วงกลับซ่อนกลไกที่นักวิเคราะห์มองว่า “แข็งแกร่งที่สุดในวงการ”
📉 ปลดล็อก 565 ล้านดอลลาร์ + Hayes ถอนตัว
เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. Hyperliquid ปลดล็อกโทเคนราว 9.92 ล้าน HYPE มูลค่าประมาณ 565 ล้านดอลลาร์ เพิ่มอุปทานหมุนเวียนเข้าสู่ตลาดในจังหวะที่ผู้ซื้อกำลังถอย ส่งผลให้ราคาร่วงราว 12% ในสัปดาห์เดียว
ซ้ำเติมด้วยข่าว Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX ที่ “ขายออกทั้งหมด” (full exit) ในจังหวะตลาดอ่อนแอพอดี จุดคำถามถึงอิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์ต่อราคาเหรียญ
| รายการ HYPE | ตัวเลข |
|---|---|
| จุดสูงสุดตลอดกาล (1–2 มิ.ย.) | 75.51 ดอลลาร์ |
| ราคาปัจจุบัน | ~59 ดอลลาร์ (-23%) |
| มูลค่าปลดล็อก 6 มิ.ย. | ~565 ล้านดอลลาร์ |
| สัดส่วนค่าธรรมเนียมซื้อคืนเหรียญ | มากกว่า 90% |
🔁 หัวใจที่ยังแกร่ง: 90% ค่าธรรมเนียมซื้อคืนเหรียญ
แม้ราคาจะร่วง แต่ Citrini Research ยังมองว่า Hyperliquid “น่าสนใจ” โดยชี้ไปที่กลไกการกระจายค่าธรรมเนียมของโปรโตคอลที่นำ มากกว่า 90% ของค่าธรรมเนียมไปซื้อคืน HYPE (buyback) และครองสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของกิจกรรมซื้อคืนโทเคนทั้งหมดในวงการคริปโตปี 2026
กลไกนี้ทำงานเหมือน “การซื้อหุ้นคืน” ของบริษัทจดทะเบียน คือยิ่งโปรโตคอลมีปริมาณเทรดมาก ก็ยิ่งมีแรงซื้อคืนเหรียญมากตามไปด้วย ซึ่งช่วยพยุงราคาในระยะยาว
⚖️ แรงกดดันด้านกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม Hyperliquid ยังเจอแรงเสียดทานด้านกฎกำกับ เมื่อ FCA หน่วยงานกำกับการเงินของอังกฤษ ขึ้นบัญชี Hyperliquid ในรายชื่อ “แพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาต” เมื่อ 21 พ.ค. สะท้อนแรงกดดันด้านกำกับที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ก่อนหน้านี้เราเคยรายงานว่า ท่ามกลางตลาดแดงเถือก HYPE คือ ETF คริปโตเดียวที่เงินไหลเข้า ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรม ETF ก็ร้อนแรงตามที่ Bitwise ฟันธงว่าคริปโต ETF จะทะลุ 100 กองในปี 2026
📌 สรุป: จับตาอะไรต่อ
HYPE คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจของ “พื้นฐานแกร่งแต่ราคาผันผวน” แรงขายระยะสั้นจากการปลดล็อกและการถอนตัวของรายใหญ่อาจกดราคา แต่กลไก buyback ที่ดูดค่าธรรมเนียมกลับเข้าระบบยังเป็นแรงหนุนเชิงโครงสร้าง สิ่งที่ต้องจับตาคือ ปริมาณเทรดบนแพลตฟอร์มจะยังแข็งแรงพอจะหล่อเลี้ยงกลไกซื้อคืนได้หรือไม่ ท่ามกลางแรงกดดันด้านกฎหมายที่เพิ่มขึ้น


