อัยการไต้หวันสั่งฟ้อง 62 คน พร้อม 13 บริษัท ในข้อหาเชื่อมโยงกับ Prince Group เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ขึ้นบัญชีดำ หลังพบการฟอกเงินผ่านไต้หวันกว่า $339 ล้าน (ราว 11,700 ล้านบาท) จากแก๊งหลอกลวงคริปโตในกัมพูชา
Prince Group คือใคร?
Chen Zhi ประธาน Prince Group ถูกจับในกัมพูชาและส่งตัวไปจีนเมื่อต้นปีนี้ โดยถูกฟ้องในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่ Brooklyn, New York ในข้อหา:
- สมคบคิดฉ้อโกงทางสาย (Wire fraud conspiracy)
- สมคบคิดฟอกเงิน (Money laundering conspiracy)
- ดำเนินการแก๊ง “Pig Butchering” จากค่ายหลอกลวงในกัมพูชา โดยใช้แรงงานบังคับ
DOJ ยังยื่นคำร้องยึดทรัพย์ 127,271 BTC (มูลค่าราว $15,000 ล้าน ณ ขณะนั้น) ซึ่งเป็นการยึด Bitcoin ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ DOJ
ฟอกเงินอย่างไร?
อัยการไต้หวันระบุว่า เครือข่ายใช้วิธีซับซ้อนในการฟอกเงินผ่านไต้หวัน ได้แก่:
- ตั้ง บริษัทเปลือก (Shell Companies) เพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงิน
- ซื้อ สินค้าหรูหรา รถสปอร์ต และ อสังหาริมทรัพย์
- ใช้ การพนันออนไลน์ และ ช่องทางโอนเงินใต้ดิน
จากเงินที่ฟอกทั้งหมด $339 ล้าน ทางการไต้หวันยึดได้ราว $174 ล้าน
ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์คริปโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นศูนย์กลางของ Scam Compounds หรือค่ายหลอกลวง ซึ่งมักใช้แรงงานบังคับในการดำเนินกลโกง “Pig Butchering” — หลอกเหยื่อให้ลงทุนในคริปโตผ่านแอปปลอม แล้วยึดเงินทั้งหมด
- Interpol ยกระดับแก๊งคอลเซ็นเตอร์คริปโตเป็น “ภัยคุกคามระดับโลก”
- ปี 2025 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ คว่ำบาตร 19 องค์กรใน Myanmar และกัมพูชา
- หน่วยเฉพาะกิจสหรัฐฯ ยึดและอายัดคริปโตกว่า $580 ล้าน จากแก๊งเหล่านี้
- พบ 27,000 กลุ่มอาชญากร ที่เกี่ยวข้องกับ Pig Butchering ทั่วโลก มูลค่าความเสียหายกว่า $27,500 ล้าน
สรุป
คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่าทางการทั่วโลกกำลังเร่งปราบปรามแก๊งหลอกลวงคริปโตอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กลายเป็นศูนย์กลางของอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก การยึด Bitcoin มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ยิ่งตอกย้ำว่า Blockchain ไม่ได้ช่วยให้อาชญากรหนีรอดได้ตลอดไป
ที่มา: Decrypt


