⚡ สรุปประเด็นสำคัญ
- วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่าง 21st Century ROAD to Housing Act ด้วยมติ 85-5
- พ่วงบทบัญญัติ ห้ามเฟดออกเงินดิจิทัล (CBDC) ถึง 31 ธ.ค. 2030
- สภาล่างไฟเขียวตามด้วยมติ 358-32 เหลือรอ ทรัมป์ลงนาม
- ฝ่ายหนุนชูเหตุผล ความเป็นส่วนตัว และต้านการสอดส่องทางการเงิน
ก้าวสำคัญของนโยบายคริปโตสหรัฐฯ! วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติท่วมท้น 85 ต่อ 5 เสียง ผ่านร่างกฎหมาย 21st Century ROAD to Housing Act ซึ่งเป็นกฎหมายด้านที่อยู่อาศัย แต่ถูก “สอดไส้” บทบัญญัติสำคัญที่ห้ามธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือ CBDC ไปจนถึงสิ้นปี 2030
🏛️ มติท่วมท้น 85-5 แบน CBDC สี่ปี
ร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นหนึ่งในกฎหมายที่ได้รับเสียงสนับสนุนข้ามพรรคมากที่สุดในรอบหลายปี ฝ่ายรีพับลิกันผลักดันให้บทบัญญัติห้าม CBDC ติดไปกับร่างกฎหมายที่อยู่อาศัย เพื่อเพิ่มโอกาสผ่านสภา และเมื่อผ่านวุฒิสภาแล้ว สภาผู้แทนราษฎรก็ลงมติเห็นชอบตามด้วยคะแนน 358 ต่อ 32 เสียง ขณะนี้เหลือเพียงขั้นตอนรอประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้
| ขั้นตอน | ผลโหวต / สถานะ |
|---|---|
| วุฒิสภา (Senate) | ผ่าน 85 – 5 |
| สภาผู้แทนราษฎร (House) | ผ่าน 358 – 32 |
| ขั้นตอนถัดไป | รอประธานาธิบดีลงนาม |
| ระยะเวลาห้าม | ถึง 31 ธันวาคม 2030 |
📜 กฎหมายห้ามอะไรบ้าง
เนื้อหากฎหมายระบุชัดเจนว่า คณะกรรมการผู้ว่าการระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือธนาคารกลางสาขาใดๆ “ไม่สามารถออก สร้าง หรือทำให้หมุนเวียน” สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางได้ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านตัวกลางทางการเงินใดๆ โดยนิยาม CBDC ว่าเป็นสินทรัพย์ในรูปดอลลาร์ที่เป็นภาระหนี้ตรงของเฟดและเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้
🔒 ทำไมรีพับลิกันต้องการแบน
ฝ่ายสนับสนุนมองว่า CBDC ที่รัฐออกเองอาจกลายเป็นเครื่องมือสอดส่องทางการเงินและคุกคามความเป็นส่วนตัวของประชาชน จึงผลักดันให้ฝังข้อห้ามนี้ไว้ในกฎหมาย ขณะที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยออกคำสั่งฝ่ายบริหารตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ห้ามหน่วยงานรัฐเดินหน้าโครงการ CBDC โดยอ้างถึงภัยต่อระบบการเงิน ความเป็นส่วนตัว และอธิปไตยของชาติ
“การออก CBDC ของสหรัฐฯ เป็นทางเลือกนโยบายที่ไม่ดี” — เควิน วอร์ช ประธานเฟด
⚖️ ต่างจากกฎ Stablecoin อย่างไร
ขณะที่สหรัฐฯ ปิดประตู “เงินดิจิทัลของรัฐ” แต่กลับเปิดทางให้ภาคเอกชนผ่านกฎ stablecoin และกฎโครงสร้างตลาด ซึ่งสอดคล้องกับกระแสนิติบัญญัติคริปโตที่กำลังเร่งเครื่อง ทั้ง CLARITY Act ที่จ่อชี้ชะตาอำนาจ SEC vs CFTC และ 6 ร่างกฎหมายภาษีคริปโตของสภาสหรัฐฯ สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ เลือกหนุน “ดอลลาร์ดิจิทัลเอกชน” มากกว่าของรัฐ
📌 สรุป: จับตาอะไรต่อ
หากทรัมป์ลงนาม สหรัฐฯ จะกลายเป็นประเทศใหญ่ที่ “ปิดประตู” CBDC อย่างเป็นทางการสวนทางจีนและยุโรป สิ่งที่ต้องจับตาคือ (1) ผลต่อการแข่งขันของ stablecoin เอกชนอย่าง USDC และ USDT (2) ท่าทีของชาติอื่นที่กำลังพัฒนา CBDC และ (3) ผลทางอ้อมต่อความน่าสนใจของ Bitcoin ในฐานะเงินที่รัฐควบคุมไม่ได้
แหล่งที่มา:
CoinDesk ·
Bitcoin.com News ·
Bitcoin Magazine


