วันพุธ, มิถุนายน 17, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าวต่างประเทศวิกฤตแฮก DeFi ปี 2026! เงินหายเกิน 840 ล้านดอลลาร์ใน 5 เดือน — “กุญแจรั่ว” แซงช่องโหว่โค้ด...

วิกฤตแฮก DeFi ปี 2026! เงินหายเกิน 840 ล้านดอลลาร์ใน 5 เดือน — “กุญแจรั่ว” แซงช่องโหว่โค้ด Lazarus เอี่ยว 76%

📌 สรุปประเด็นสำคัญ

  • 5 เดือนแรกของปี 2026 เงินใน DeFi ถูกขโมยไปแล้ว เกิน 840 ล้านดอลลาร์ จากกว่า 50 เหตุการณ์ เพิ่มขึ้น 70% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน
  • เดือนเมษายนเดือนเดียวเสียหายราว 630 ล้านดอลลาร์ ทุบสถิติรายเดือน
  • รูปแบบเปลี่ยน: 72% ของความเสียหายมาจากกุญแจรั่วและการขโมยข้อมูลล็อกอิน ไม่ใช่บั๊กในสัญญาอัจฉริยะ
  • Lazarus Group จากเกาหลีเหนือเกี่ยวข้องกับความเสียหายราว 76% ทั่วโลก

ปี 2026 กำลังกลายเป็นหนึ่งในปีที่เลวร้ายที่สุดด้านความปลอดภัยของวงการการเงินกระจายศูนย์ (DeFi) ไม่เพียงตัวเลขความเสียหายที่พุ่งสูง แต่ รูปแบบการโจมตี ก็เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ

💸 ตัวเลขความเสียหายที่น่าตกใจ

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าตลอด 5 เดือนแรกของปี 2026 มีเงินถูกขโมยจากระบบ DeFi ไปแล้วกว่า 840 ล้านดอลลาร์ จากเหตุการณ์มากกว่า 50 ครั้ง คิดเป็นการเพิ่มขึ้นราว 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 โดยเฉพาะเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียวเสียหายราว 630 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นเดือนที่เลวร้ายที่สุดเป็นประวัติการณ์

เหตุการณ์ มูลค่า สาเหตุ
KelpDAO (19 เม.ย.) ~292 ล้านดอลลาร์ ช่องโหว่ bridge/โครงสร้างพื้นฐาน
Drift Protocol (1 เม.ย.) ~285 ล้านดอลลาร์ วิศวกรรมสังคม + ขโมยกุญแจ
Humanity Protocol (9 มิ.ย.) ~30–32 ล้านดอลลาร์ กุญแจส่วนตัวถูกขโมย

🔑 จุดเปลี่ยน: จาก “บั๊กโค้ด” สู่ “กุญแจรั่ว”

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการเปลี่ยนรูปแบบการโจมตี ข้อมูลระบุว่า 72% ของความเสียหายในปี 2026 มาจากกุญแจที่ถูกขโมยและการขโมยข้อมูลยืนยันตัวตน ไม่ใช่บั๊กในสัญญาอัจฉริยะอีกต่อไป และบัญชีที่ถูกเจาะคิดเป็นมากกว่า 50% ของจำนวนเหตุการณ์โจมตี DeFi ทั้งหมด

ช่องโหว่ส่วนใหญ่ในปีนี้ไม่ได้มาจากความผิดพลาดของโค้ด แต่มาจากความล้มเหลวของความปลอดภัยในชั้นมนุษย์ ทั้ง RPC node ถูกเจาะ การปลอม DNS และการตั้งค่าสิทธิ์ที่หละหลวม

🌐 Lazarus และความเสี่ยงของ Bridge

การวิเคราะห์ชี้ว่ากลุ่ม Lazarus Group ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ เกี่ยวข้องกับความเสียหายจากการแฮกคริปโตทั่วโลกราว 76% ในปี 2026 ขณะที่สะพานข้ามเครือข่าย (cross-chain bridge) ยังคงเป็นจุดเปราะบางที่สุด โดยรับผิดชอบราว 40% ของความเสียหายทั้งหมดในโลก Web3 ตั้งแต่ปี 2022 ปัญหานี้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เราเคยรายงาน เช่น Raydium โดนเจาะช่องโหว่โค้ดเก่าบน Solana และ DeFi Bridge ถูกแฮกเสียหาย 340 ล้านดอลลาร์ LayerZero โดนหนักสุด

📌 สรุป: จับตาอะไรต่อ

วิกฤตนี้ส่งสัญญาณว่าการป้องกันยุคใหม่ต้องโฟกัสที่ “ความปลอดภัยชั้นมนุษย์” ไม่ใช่แค่การออดิตโค้ด ผู้ใช้ทั่วไปควรระวังการถูกหลอกขโมยข้อมูล ใช้กระเป๋าฮาร์ดแวร์ เปิดการยืนยันตัวตนหลายชั้น และตรวจสอบสิทธิ์ที่อนุมัติให้แต่ละแพลตฟอร์มอย่างสม่ำเสมอ ส่วนโปรเจกต์ต้องยกระดับการจัดการกุญแจและโครงสร้างพื้นฐานให้รัดกุมขึ้น

⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: การใช้งาน DeFi มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูง เงินที่ถูกแฮกมักไม่สามารถเรียกคืนได้ โปรดใช้กระเป๋าฮาร์ดแวร์ ไม่เปิดเผยกุญแจส่วนตัว และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโปรโตคอลก่อนฝากเงินทุกครั้ง

แหล่งที่มา: altFINS, CCN

ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด