ปี 2026 นี้ถึงเวลายื่นภาษีเงินได้สำหรับปีภาษี 2025 แล้ว! ถ้าคุณมีกำไรจากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin, Ethereum หรือเหรียญอื่นๆ คุณมีหน้าที่ต้องเสียภาษีให้ถูกต้อง บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอน ตั้งแต่วิธีคำนวณกำไร การยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ไปจนถึงสิทธิลดหย่อนภาษีที่ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้
📑 สารบัญ
เงินได้จากคริปโตคืออะไร? จัดอยู่หมวดไหน
ตามประมวลรัษฎากร กำไรจากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล จัดเป็น เงินได้พึงประเมิน มาตรา 40(4)(ฌ) ซึ่งหมายถึงผลประโยชน์จากการโอนคริปโตเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล ที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน
พูดง่ายๆ คือ ถ้าคุณซื้อ Bitcoin มา 100,000 บาท แล้วขายได้ 150,000 บาท → กำไร 50,000 บาท ส่วนนี้คือเงินได้ที่ต้องเสียภาษี
อัตราภาษีคริปโตในไทย 2026
ภาษีคริปโตในไทยใช้ อัตราก้าวหน้า (Progressive Tax Rate) เหมือนเงินได้ทั่วไป โดยนำกำไรจากคริปโตไปรวมกับเงินได้อื่นๆ ของคุณ แล้วคำนวณภาษีตามขั้นบันได
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี | ภาษีสูงสุดในขั้น |
|---|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น | 0 บาท |
| 150,001 – 300,000 | 5% | 7,500 บาท |
| 300,001 – 500,000 | 10% | 20,000 บาท |
| 500,001 – 750,000 | 15% | 37,500 บาท |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% | 50,000 บาท |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% | 250,000 บาท |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% | 900,000 บาท |
| 5,000,001 ขึ้นไป | 35% | – |
วิธีคำนวณกำไร-ขาดทุนจากคริปโต
การคำนวณกำไรจากคริปโตใช้หลัก “ราคาขาย ลบ ต้นทุน” โดยกรมสรรพากรแนะนำให้ใช้วิธี FIFO (First In, First Out) คือนำต้นทุนของเหรียญที่ซื้อก่อน มาหักออกก่อน
ตัวอย่างการคำนวณแบบ FIFO
| ธุรกรรม | จำนวน BTC | ราคาต่อ BTC | มูลค่ารวม |
|---|---|---|---|
| ซื้อครั้งที่ 1 (ม.ค.) | 0.5 | 1,000,000 บาท | 500,000 บาท |
| ซื้อครั้งที่ 2 (มี.ค.) | 0.5 | 1,200,000 บาท | 600,000 บาท |
| ขาย (มิ.ย.) | 0.5 | 1,500,000 บาท | 750,000 บาท |
คำนวณกำไร (FIFO): ขาย 0.5 BTC → ใช้ต้นทุนจากการซื้อครั้งแรก = 500,000 บาท
กำไร = 750,000 – 500,000 = 250,000 บาท → นำไปรวมเป็นเงินได้
- ดาวน์โหลด Transaction History จาก Exchange ที่ใช้ (Bitkub, Binance TH, OKX)
- จดบันทึกทุกรายการซื้อ-ขาย-แลกเปลี่ยน-โอน
- คำนวณกำไร/ขาดทุนแต่ละรายการ แล้วรวมเป็นยอดสุทธิ
- ใช้แอปช่วยคำนวณ เช่น Koinly, CoinTracker หรือ iTAX
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% คืออะไร
ตามกฎหมาย เมื่อคุณขายคริปโตผ่าน Exchange ที่จดทะเบียนในไทย (เช่น Bitkub, Zipmex) ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ของกำไรที่เกิดขึ้น
หัก 15% ของกำไร
Exchange หัก 15% จากส่วนต่างกำไร (ไม่ใช่จากยอดขายทั้งหมด) แล้วนำส่งสรรพากร
เครดิตภาษี
ภาษีที่ถูกหักไปแล้ว สามารถนำมาเครดิตหักออกจากภาษีที่ต้องชำระตอนยื่น ภ.ง.ด.90
เลือกไม่รวมคำนวณได้
ถ้าถูกหัก ณ ที่จ่าย 15% แล้ว คุณสามารถเลือกไม่นำมารวมคำนวณกับเงินได้อื่น (Final Tax) ได้ ถ้าอัตราภาษีเฉลี่ยของคุณสูงกว่า 15%
วิธียื่นภาษีคริปโต ภ.ง.ด.90 ทีละขั้นตอน
การยื่นภาษีคริปโตต้องใช้แบบ ภ.ง.ด.90 (ไม่ใช่ ภ.ง.ด.91 เพราะมีรายได้หลายประเภท) สามารถยื่นออนไลน์ได้ที่ efiling.rd.go.th
รวบรวมข้อมูลธุรกรรม
ดาวน์โหลด Transaction History จาก Exchange ทุกแห่งที่ใช้ คำนวณกำไรสุทธิแบบ FIFO
เลือกแบบ ภ.ง.ด.90
เลือกยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 → กรอกข้อมูลส่วนตัว → เลือกประเภทเงินได้
กรอกเงินได้จากคริปโต
ในหมวด เงินได้ตาม ม.40(4) เลือก (ฌ) ผลประโยชน์จากสินทรัพย์ดิจิทัล → กรอกยอดกำไรสุทธิ และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี)
กรอกค่าลดหย่อน
กรอกค่าลดหย่อนทุกรายการที่มีสิทธิ์ เช่น ประกันชีวิต, SSF, RMF, เงินบริจาค
ตรวจสอบและยื่นแบบ
ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด → ยืนยัน → ชำระภาษี (ถ้ามี) หรือรอรับเงินคืน
ค่าลดหย่อนภาษีที่ใช้ได้
แม้จะมีกำไรจากคริปโต คุณยังสามารถลดภาษีได้ด้วยสิทธิลดหย่อนต่างๆ ดังนี้
| รายการลดหย่อน | จำนวนสูงสุด | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ค่าลดหย่อนส่วนตัว | 60,000 บาท | ทุกคนได้อัตโนมัติ |
| คู่สมรส (ไม่มีรายได้) | 60,000 บาท | – |
| บุตร | 30,000 บาท/คน | บุตรตั้งแต่ปี 2561 ได้ 60,000 |
| ประกันสังคม | 9,000 บาท | ตามจ่ายจริง |
| ประกันชีวิต | 100,000 บาท | กรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป |
| ประกันสุขภาพ | 25,000 บาท | รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 |
| กองทุน SSF | 30% ของรายได้ ไม่เกิน 200,000 บาท | ต้องถือ 10 ปี |
| กองทุน RMF | 30% ของรายได้ ไม่เกิน 500,000 บาท | ถือถึงอายุ 55 ปี |
| กองทุน Thai ESG | 30% ของรายได้ ไม่เกิน 300,000 บาท | ถือ 8 ปี (สิทธิถึงปี 2575) |
| เงินบริจาค | 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย | บริจาคผ่าน e-Donation ลดหย่อน 2 เท่า |
| ดอกเบี้ยบ้าน | 100,000 บาท | – |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
💀 ไม่ยื่นภาษีเลย
หลายคนคิดว่า “ซื้อขายในคริปโตไม่ต้องเสียภาษี” — ผิด! กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบข้อมูลจาก Exchange ไทยได้ มีโทษปรับและเงินเพิ่ม
💀 ใช้ ภ.ง.ด.91 แทน ภ.ง.ด.90
ถ้ามีรายได้จากคริปโต ต้องใช้ ภ.ง.ด.90 เท่านั้น (91 ใช้สำหรับคนมีเงินเดือนอย่างเดียว)
⚠️ ไม่บันทึกธุรกรรม
ซื้อขายหลายรอบแต่ไม่เก็บ record → คำนวณต้นทุนไม่ได้ → เสียภาษีมากกว่าที่ควร ควรดาวน์โหลด History จาก Exchange ทุกเดือน
⚠️ ลืมรายได้จาก DeFi/Staking
รายได้จาก Staking, Yield Farming, Airdrop ก็ต้องเสียภาษีด้วย ไม่ใช่แค่กำไรจากการขาย
สรุป
การเสียภาษีคริปโตในประเทศไทยไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด ถ้าเตรียมข้อมูลดีและเข้าใจหลักการ สรุปสิ่งที่ต้องทำ:
- รวบรวมธุรกรรมซื้อ-ขายคริปโตทั้งปี 2025
- คำนวณกำไร/ขาดทุนแบบ FIFO
- เตรียมเอกสารค่าลดหย่อน (ประกัน, กองทุน, บริจาค)
- ยื่น ภ.ง.ด.90 ทาง e-Filing ภายใน 8 เมษายน 2026
- ชำระภาษีหรือรอรับเงินคืน








