Binance TH — เปิดบัญชีฟรี ลด 20% ค่าธรรมเนียมBinance TH — เปิดบัญชีฟรี
วันอังคาร, สิงหาคม 4, 2026
หน้าแรกข่าวสาร คริปโตข่าว Ethereumด่วน! BlackRock เปิดกองทุนตลาดเงินโทเคนบน Solana-Ethereum — เล็งยึดบัลลังก์ผู้จัดการทุนสำรอง Stablecoin

ด่วน! BlackRock เปิดกองทุนตลาดเงินโทเคนบน Solana-Ethereum — เล็งยึดบัลลังก์ผู้จัดการทุนสำรอง Stablecoin

Bybit — เทรด Futures โบนัส $30,000

BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเปิดกองทุนตลาดเงินแบบโทเคน (Tokenized Money Market Fund) สองกองรวดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 โดยบันทึกความเป็นเจ้าของบนบล็อกเชน Solana, Ethereum และ Tempo เป้าหมายชัดเจน — ขึ้นเป็น “ผู้จัดการทุนสำรอง” ให้กับผู้ออก Stablecoin ทั้งอุตสาหกรรม ในตลาดที่มีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์

2 กองทุนใหม่ BRSRV และ BSTBL คืออะไร

BlackRock ไม่ได้เปิดกองทุนคริปโตแต่อย่างใด สิ่งที่บริษัทเปิดคือ กองทุนตลาดเงินแบบดั้งเดิม แต่ย้ายทะเบียนผู้ถือหน่วยขึ้นไปอยู่บนบล็อกเชน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการซื้อบิตคอยน์เข้าพอร์ต

รายการ BRSRV BSTBL
ชื่อเต็ม BlackRock Daily Reinvestment Stablecoin Reserve Vehicle BlackRock Select Treasury-Based Liquidity Fund (share class โทเคน)
สถานะ กองทุนใหม่เอี่ยม กองทุนเดิมที่มีอยู่แล้ว เพิ่มหน่วยลงทุนแบบโทเคน
บล็อกเชน Solana, Ethereum, Tempo Ethereum
จุดเด่น นำเงินปันผลกลับไปลงทุนซ้ำรายวัน ต่อยอดจากกองทุนที่มี track record
ลงทุนใน เงินสด พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น และสัญญาซื้อคืนข้ามคืนที่ค้ำด้วยพันธบัตร
ขั้นต่ำ 3 ล้านดอลลาร์ (ราว 105 ล้านบาท)
📌 ใครดูแลฝั่งบล็อกเชน? BlackRock ใช้ Securitize เป็นทั้ง transfer agent และผู้ให้บริการโทเคนไนซ์ — บริษัทเดียวกับที่อยู่เบื้องหลัง BUIDL กองทุนโทเคนตัวแรกของ BlackRock ตั้งแต่ปี 2024
💡 ย้ำให้ชัด: BlackRock ระบุตรง ๆ ว่ากองทุนทั้งสอง ไม่ได้ลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี บล็อกเชนถูกใช้เป็น “สมุดทะเบียน” ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ถือ

ทำไม BlackRock ถึงเล็งตลาด Stablecoin

คำตอบอยู่ที่โครงสร้างรายได้ของ Stablecoin ทุกเหรียญ ผู้ออก Stablecoin ต้องเก็บทุนสำรองหนุนหลังเหรียญไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่คือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น และคนที่ได้ค่าธรรมเนียมจากการบริหารเงินก้อนนั้นคือบริษัทจัดการสินทรัพย์

Bitget — Copy Trade เซียนระดับโลก

BlackRock ทำธุรกิจนี้อยู่แล้ว และทำในระดับที่ใหญ่มาก

🚩 1. บริหารทุนสำรองให้ Circle อยู่แล้ว 6 หมื่นล้านดอลลาร์

เงินก้อนนี้คือทุนสำรองหนุนหลัง USDC คิดเป็นราว หนึ่งในสี่ของตลาด Stablecoin ทั้งหมด ที่มีมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์ พูดง่าย ๆ คือทุกวันนี้ BlackRock ถือกุญแจหลังบ้านของ Stablecoin เบอร์สองของโลกอยู่แล้ว

🚩 2. CFO ประกาศเป้าหมายชัดเจน

Martin Small ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ BlackRock กล่าวระหว่างแถลงผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ว่า “เรามองเห็นการเติบโตอีกมากในตลาด Stablecoin และเราต้องการเป็นผู้จัดการทุนสำรองอันดับหนึ่งที่ลูกค้าเลือก”

🚩 3. ฐานทุนใหญ่กว่าตลาดคริปโตทั้งตลาด

หน่วยบริหารเงินสด (Cash Management Group) ของ BlackRock ดูแลกลยุทธ์เงินสดอยู่ราว 1.073 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุนตลาดเงินในสหรัฐฯ ทั้งระบบมีขนาดเกิน 8.4 ล้านล้านดอลลาร์ การดึงเงินส่วนน้อยของก้อนนี้ขึ้นบล็อกเชนก็มากพอจะเปลี่ยนหน้าตาตลาด On-chain ได้

มองให้ออก: นี่ไม่ใช่ข่าว “สถาบันซื้อบิตคอยน์” แต่เป็นข่าว “สถาบันย้ายท่อเงินดั้งเดิมขึ้นบล็อกเชน” ซึ่งผลระยะยาวอาจใหญ่กว่า เพราะมันเพิ่มปริมาณสินทรัพย์คุณภาพสูงที่ใช้เป็นหลักประกันในระบบคริปโตได้จริง

GENIUS Act คือกุญแจสำคัญ

จุดที่ทำให้ข่าวนี้มีน้ำหนักกว่าการเปิดกองทุนทั่วไป คือทั้ง BRSRV และ BSTBL ถูกออกแบบมาเพื่อ ให้เข้าเกณฑ์เป็นสินทรัพย์สำรองที่ผู้ออก Stablecoin เพื่อการชำระเงินในสหรัฐฯ ใช้ได้ตามกฎหมาย GENIUS Act

เมื่อกฎหมายกำหนดว่าทุนสำรองต้องเป็นสินทรัพย์ประเภทใดได้บ้าง ผู้ออก Stablecoin ก็ไม่มีทางเลือกมากนัก และใครที่มีผลิตภัณฑ์ผ่านเกณฑ์ก่อน ย่อมได้เปรียบมหาศาล

  • กองทุนผ่านเกณฑ์ = ผู้ออก Stablecoin เอาไปใส่เป็นทุนสำรองได้ทันที
  • อยู่บนบล็อกเชน = โอนย้าย ตรวจสอบ และไถ่ถอนได้เร็วกว่าระบบเดิม
  • มีหลายเชน = ผู้ออกเหรียญบน Solana หรือ Ethereum เลือกใช้ได้ตามระบบนิเวศตัวเอง
  • ปันผลลงทุนซ้ำรายวัน (BRSRV) = เหมาะกับการถือทุนสำรองระยะยาว

บทเรียนจาก BUIDL กองทุนโทเคนรุ่นพี่

BlackRock ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ กองทุน BUIDL ที่เปิดตัวเมื่อปี 2024 เติบโตมาแตะระดับ ราว 2.5 พันล้านดอลลาร์ และที่สำคัญกว่าขนาด คือพฤติกรรมการใช้งาน

BUIDL ถูกนำไปใช้เป็น หลักประกันสำหรับการกู้ยืมและการเทรดแบบมีเลเวอเรจ ในตลาดคริปโตมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นแปลว่าโทเคนที่หนุนด้วยพันธบัตรรัฐบาลกำลังกลายเป็น “เงินสดคุณภาพสูง” ของโลก On-chain แทนที่จะเป็นแค่ที่พักเงิน

📌 ภาพรวมตลาด RWA (Real World Assets) โทเคนไนซ์เติบโตกว่า 200% เมื่อเทียบปีต่อปี แตะระดับเกิน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ Citi ประเมินว่าหลักทรัพย์แบบโทเคนอาจมีขนาดถึง 5.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030

Jon Steel หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ BlackRock ระบุว่ากองทุนใหม่ทั้งสอง “มอบทางเลือกเพิ่มเติมให้ลูกค้าในการเข้าถึงและใช้งานโซลูชันการลงทุนกองทุนตลาดเงิน ทั้งในตลาดดั้งเดิมและตลาดดิจิทัล”

ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและนักลงทุนไทย

🟣 Solana ได้แต้มต่อเชิงสถาบัน

การที่ BlackRock เลือกบันทึกความเป็นเจ้าของ BRSRV บน Solana ด้วย เป็นการรับรองความน่าเชื่อถือระดับสถาบันให้เชนนี้ หลังจาก Solana ทำสถิติ RWA เติบโตแรงมาตลอดครึ่งปีแรก

🔷 Ethereum ยังเป็นบ้านหลัก

BSTBL ออกบน Ethereum อย่างเดียว สะท้อนว่าเมื่อพูดถึงสินทรัพย์สถาบันมูลค่าสูง Ethereum ยังเป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่ปลอดภัยที่สุดในสายตาผู้จัดการกองทุน

⚠️ รายย่อยยังเข้าไม่ถึง

ขั้นต่ำ 3 ล้านดอลลาร์ ปิดประตูนักลงทุนรายย่อยแทบทั้งหมด ผลที่นักลงทุนไทยจะได้รับคือทางอ้อม ผ่านสภาพคล่องและความมั่นคงของ Stablecoin ที่เราใช้กันอยู่

สิ่งที่ควรติดตามต่อ:

  • ผู้ออก Stablecoin รายไหนประกาศใช้ BRSRV เป็นทุนสำรองเป็นเจ้าแรก
  • ยอดสินทรัพย์ (AUM) ของ BRSRV ในช่วง 3 เดือนแรก เทียบกับเส้นทางของ BUIDL
  • โปรโตคอล DeFi ที่เริ่มรับโทเคนกองทุนเหล่านี้เป็นหลักประกัน
  • ความคืบหน้าการบังคับใช้ GENIUS Act ซึ่งจะกำหนดว่าเงินสำรองไหลไปทางไหน

สรุป 4 ประเด็นสำคัญ

1

เปิด 2 กองทุนโทเคนพร้อมกัน

BRSRV กองทุนใหม่บน Solana-Ethereum-Tempo และ BSTBL หน่วยลงทุนโทเคนของกองทุนเดิมบน Ethereum เปิดตัว 3 สิงหาคม 2026

2

เป้าหมายคือทุนสำรอง Stablecoin

ออกแบบให้เข้าเกณฑ์ GENIUS Act ต่อยอดจากการบริหารทุนสำรอง USDC ให้ Circle อยู่แล้ว 6 หมื่นล้านดอลลาร์

3

ไม่ได้ถือคริปโตแม้แต่บาทเดียว

ลงทุนในเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นล้วน ๆ บล็อกเชนทำหน้าที่เป็นสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยเท่านั้น

4

รายย่อยได้ผลทางอ้อม

ขั้นต่ำ 3 ล้านดอลลาร์กันรายย่อยออก แต่ถ้าสำเร็จจะทำให้ Stablecoin ที่เราใช้มีทุนสำรองโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น

⚠️ คำเตือน: บทความนี้เป็นความรู้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน (NFA) การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและลงทุนเฉพาะเงินที่พร้อมจะเสีย
P2PB2B — Exchange เหรียญใหม่
ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด

Binance — Exchange อันดับ 1 ของโลก
×SiamBitcoin Card — มินต์การ์ดคริปโต