BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศเปิดกองทุนตลาดเงินแบบโทเคน (Tokenized Money Market Fund) สองกองรวดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2026 โดยบันทึกความเป็นเจ้าของบนบล็อกเชน Solana, Ethereum และ Tempo เป้าหมายชัดเจน — ขึ้นเป็น “ผู้จัดการทุนสำรอง” ให้กับผู้ออก Stablecoin ทั้งอุตสาหกรรม ในตลาดที่มีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์
📑 สารบัญ
2 กองทุนใหม่ BRSRV และ BSTBL คืออะไร
BlackRock ไม่ได้เปิดกองทุนคริปโตแต่อย่างใด สิ่งที่บริษัทเปิดคือ กองทุนตลาดเงินแบบดั้งเดิม แต่ย้ายทะเบียนผู้ถือหน่วยขึ้นไปอยู่บนบล็อกเชน ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการซื้อบิตคอยน์เข้าพอร์ต
| รายการ | BRSRV | BSTBL |
|---|---|---|
| ชื่อเต็ม | BlackRock Daily Reinvestment Stablecoin Reserve Vehicle | BlackRock Select Treasury-Based Liquidity Fund (share class โทเคน) |
| สถานะ | กองทุนใหม่เอี่ยม | กองทุนเดิมที่มีอยู่แล้ว เพิ่มหน่วยลงทุนแบบโทเคน |
| บล็อกเชน | Solana, Ethereum, Tempo | Ethereum |
| จุดเด่น | นำเงินปันผลกลับไปลงทุนซ้ำรายวัน | ต่อยอดจากกองทุนที่มี track record |
| ลงทุนใน | เงินสด พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น และสัญญาซื้อคืนข้ามคืนที่ค้ำด้วยพันธบัตร | |
| ขั้นต่ำ | 3 ล้านดอลลาร์ (ราว 105 ล้านบาท) | |
ทำไม BlackRock ถึงเล็งตลาด Stablecoin
คำตอบอยู่ที่โครงสร้างรายได้ของ Stablecoin ทุกเหรียญ ผู้ออก Stablecoin ต้องเก็บทุนสำรองหนุนหลังเหรียญไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่คือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น และคนที่ได้ค่าธรรมเนียมจากการบริหารเงินก้อนนั้นคือบริษัทจัดการสินทรัพย์
BlackRock ทำธุรกิจนี้อยู่แล้ว และทำในระดับที่ใหญ่มาก
🚩 1. บริหารทุนสำรองให้ Circle อยู่แล้ว 6 หมื่นล้านดอลลาร์
เงินก้อนนี้คือทุนสำรองหนุนหลัง USDC คิดเป็นราว หนึ่งในสี่ของตลาด Stablecoin ทั้งหมด ที่มีมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์ พูดง่าย ๆ คือทุกวันนี้ BlackRock ถือกุญแจหลังบ้านของ Stablecoin เบอร์สองของโลกอยู่แล้ว
🚩 2. CFO ประกาศเป้าหมายชัดเจน
Martin Small ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ BlackRock กล่าวระหว่างแถลงผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ว่า “เรามองเห็นการเติบโตอีกมากในตลาด Stablecoin และเราต้องการเป็นผู้จัดการทุนสำรองอันดับหนึ่งที่ลูกค้าเลือก”
🚩 3. ฐานทุนใหญ่กว่าตลาดคริปโตทั้งตลาด
หน่วยบริหารเงินสด (Cash Management Group) ของ BlackRock ดูแลกลยุทธ์เงินสดอยู่ราว 1.073 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุนตลาดเงินในสหรัฐฯ ทั้งระบบมีขนาดเกิน 8.4 ล้านล้านดอลลาร์ การดึงเงินส่วนน้อยของก้อนนี้ขึ้นบล็อกเชนก็มากพอจะเปลี่ยนหน้าตาตลาด On-chain ได้
GENIUS Act คือกุญแจสำคัญ
จุดที่ทำให้ข่าวนี้มีน้ำหนักกว่าการเปิดกองทุนทั่วไป คือทั้ง BRSRV และ BSTBL ถูกออกแบบมาเพื่อ ให้เข้าเกณฑ์เป็นสินทรัพย์สำรองที่ผู้ออก Stablecoin เพื่อการชำระเงินในสหรัฐฯ ใช้ได้ตามกฎหมาย GENIUS Act
เมื่อกฎหมายกำหนดว่าทุนสำรองต้องเป็นสินทรัพย์ประเภทใดได้บ้าง ผู้ออก Stablecoin ก็ไม่มีทางเลือกมากนัก และใครที่มีผลิตภัณฑ์ผ่านเกณฑ์ก่อน ย่อมได้เปรียบมหาศาล
- กองทุนผ่านเกณฑ์ = ผู้ออก Stablecoin เอาไปใส่เป็นทุนสำรองได้ทันที
- อยู่บนบล็อกเชน = โอนย้าย ตรวจสอบ และไถ่ถอนได้เร็วกว่าระบบเดิม
- มีหลายเชน = ผู้ออกเหรียญบน Solana หรือ Ethereum เลือกใช้ได้ตามระบบนิเวศตัวเอง
- ปันผลลงทุนซ้ำรายวัน (BRSRV) = เหมาะกับการถือทุนสำรองระยะยาว
บทเรียนจาก BUIDL กองทุนโทเคนรุ่นพี่
BlackRock ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ กองทุน BUIDL ที่เปิดตัวเมื่อปี 2024 เติบโตมาแตะระดับ ราว 2.5 พันล้านดอลลาร์ และที่สำคัญกว่าขนาด คือพฤติกรรมการใช้งาน
BUIDL ถูกนำไปใช้เป็น หลักประกันสำหรับการกู้ยืมและการเทรดแบบมีเลเวอเรจ ในตลาดคริปโตมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นแปลว่าโทเคนที่หนุนด้วยพันธบัตรรัฐบาลกำลังกลายเป็น “เงินสดคุณภาพสูง” ของโลก On-chain แทนที่จะเป็นแค่ที่พักเงิน
Jon Steel หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ BlackRock ระบุว่ากองทุนใหม่ทั้งสอง “มอบทางเลือกเพิ่มเติมให้ลูกค้าในการเข้าถึงและใช้งานโซลูชันการลงทุนกองทุนตลาดเงิน ทั้งในตลาดดั้งเดิมและตลาดดิจิทัล”
ผลกระทบต่อตลาดคริปโตและนักลงทุนไทย
🟣 Solana ได้แต้มต่อเชิงสถาบัน
การที่ BlackRock เลือกบันทึกความเป็นเจ้าของ BRSRV บน Solana ด้วย เป็นการรับรองความน่าเชื่อถือระดับสถาบันให้เชนนี้ หลังจาก Solana ทำสถิติ RWA เติบโตแรงมาตลอดครึ่งปีแรก
🔷 Ethereum ยังเป็นบ้านหลัก
BSTBL ออกบน Ethereum อย่างเดียว สะท้อนว่าเมื่อพูดถึงสินทรัพย์สถาบันมูลค่าสูง Ethereum ยังเป็นตัวเลือกเริ่มต้นที่ปลอดภัยที่สุดในสายตาผู้จัดการกองทุน
⚠️ รายย่อยยังเข้าไม่ถึง
ขั้นต่ำ 3 ล้านดอลลาร์ ปิดประตูนักลงทุนรายย่อยแทบทั้งหมด ผลที่นักลงทุนไทยจะได้รับคือทางอ้อม ผ่านสภาพคล่องและความมั่นคงของ Stablecoin ที่เราใช้กันอยู่
- ผู้ออก Stablecoin รายไหนประกาศใช้ BRSRV เป็นทุนสำรองเป็นเจ้าแรก
- ยอดสินทรัพย์ (AUM) ของ BRSRV ในช่วง 3 เดือนแรก เทียบกับเส้นทางของ BUIDL
- โปรโตคอล DeFi ที่เริ่มรับโทเคนกองทุนเหล่านี้เป็นหลักประกัน
- ความคืบหน้าการบังคับใช้ GENIUS Act ซึ่งจะกำหนดว่าเงินสำรองไหลไปทางไหน
สรุป 4 ประเด็นสำคัญ
เปิด 2 กองทุนโทเคนพร้อมกัน
BRSRV กองทุนใหม่บน Solana-Ethereum-Tempo และ BSTBL หน่วยลงทุนโทเคนของกองทุนเดิมบน Ethereum เปิดตัว 3 สิงหาคม 2026
เป้าหมายคือทุนสำรอง Stablecoin
ออกแบบให้เข้าเกณฑ์ GENIUS Act ต่อยอดจากการบริหารทุนสำรอง USDC ให้ Circle อยู่แล้ว 6 หมื่นล้านดอลลาร์
ไม่ได้ถือคริปโตแม้แต่บาทเดียว
ลงทุนในเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นล้วน ๆ บล็อกเชนทำหน้าที่เป็นสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยเท่านั้น
รายย่อยได้ผลทางอ้อม
ขั้นต่ำ 3 ล้านดอลลาร์กันรายย่อยออก แต่ถ้าสำเร็จจะทำให้ Stablecoin ที่เราใช้มีทุนสำรองโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น








