⚡ สรุปประเด็นสำคัญ
- ราคา Bitcoin ดิ่งลงแตะ 62,249 ดอลลาร์ ลดลง 4.28% ในวันเดียว หลุดแนวรับ 62,000 ดอลลาร์ ทำจุดต่ำสุดรอบใหม่ที่ 61,860 ดอลลาร์
- ตลาดถูก ล้างพอร์ต (liquidation) ราว 717 ล้านดอลลาร์ ลามทั้งกระดานคริปโต
- กองทุน Bitcoin ETF ไหลออกต่อเนื่อง 10 วันทำการ รวมกว่า 40,000 BTC คิดเป็นเงินราว 3 พันล้านดอลลาร์
- กลุ่ม วาฬ (ถือ 10–10,000 BTC) เทขายเกือบ 25,000 BTC ในสัปดาห์เดียว
- แรงกดดันหลัก: เฟดสายเหยี่ยวภายใต้ประธานคนใหม่ Kevin Warsh + ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน + ข่าวลือ Strategy เทขาย
ตลาดคริปโตเปิดสัปดาห์ด้วยแรงขายหนัก เมื่อ Bitcoin (BTC) ปรับตัวลงแรงทะลุแนวรับสำคัญ 62,000 ดอลลาร์ ลบล้างการดีดตัวกลับเหนือ 65,000 ดอลลาร์ของวันก่อนหน้าจนหมดสิ้น ท่ามกลางบรรยากาศ “กลัวสุดขีด” (Extreme Fear) ที่ปกคลุมตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
📉 ราคาล่าสุด: หลุด 62,000 ดอลลาร์ ต่ำสุดตั้งแต่ 11 มิ.ย.
ณ เวลา 9.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ วันที่ 23 มิถุนายน 2026 ราคา Bitcoin อยู่ที่ 62,249.65 ดอลลาร์ ลดลง 2,784.51 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น -4.28% จากระดับ 65,034.16 ดอลลาร์ของวันก่อนหน้า โดยระหว่างวันร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 61,860 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา
| ช่วงเวลา | ราคา / การเปลี่ยนแปลง |
|---|---|
| ปัจจุบัน (23 มิ.ย. 2026) | 62,249 ดอลลาร์ (-4.28% ใน 24 ชม.) |
| 1 เดือนก่อน | 75,392 ดอลลาร์ (-17.43%) |
| 1 ปีก่อน | 105,380 ดอลลาร์ (-40.92%) |
| จุดสูงสุดตลอดกาล (6 ต.ค. 2025) | 126,198 ดอลลาร์ |
เมื่อมองภาพรวม มูลค่ารวมของตลาดคริปโตทั้งหมดได้ปรับตัวลงแล้วราว 48% จากจุดสูงสุด สะท้อนแรงขายที่กดดันต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์
💥 ล้างพอร์ต 717 ล้านดอลลาร์ — แรงเหวี่ยงลามทั้งกระดาน
การหลุดแนวรับ 62,000 ดอลลาร์อย่างรวดเร็วได้จุดชนวน การบังคับปิดสถานะ (liquidation) มูลค่ารวมราว 717 ล้านดอลลาร์ ทั่วทั้งตลาด โดยส่วนใหญ่เป็นสถานะ Long ที่ใช้เลเวอเรจสูง ซึ่งซ้ำเติมแรงขายให้รุนแรงขึ้นและลามไปกดราคาเหรียญ altcoin ทั้งกระดาน
🏦 ETF ไหลออก 10 วันติด — วาฬเทขาย 25,000 BTC
ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากฝั่งสถาบัน โดยนับตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคมเป็นต้นมา กองทุน spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มียอดไหลออกสุทธิต่อเนื่องถึง 10 วันทำการ รวมกว่า 40,000 BTC หรือคิดเป็นเงินราว 3 พันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะกองทุน IBIT ของ BlackRock และ GBTC ของ Grayscale
ไม่เพียงเท่านั้น ข้อมูล on-chain ยังชี้ว่ากลุ่มวาฬที่ถือครอง 10–10,000 BTC ได้เทขายออกมาเกือบ 25,000 BTC ภายในสัปดาห์เดียว ตอกย้ำว่าแรงขายมาจากทั้งรายใหญ่และนักลงทุนสถาบันพร้อมกัน ผู้อ่านที่ติดตามสถานการณ์ก่อนหน้าสามารถย้อนอ่านได้ที่บทความ Bitcoin ดีดคืน 65,000 ดอลลาร์ ตลาดทรงตัวหลังพายุการเมือง
🌩️ ทำไมตลาดถึงร่วง? 4 แรงกดดันรุมเร้า
- เฟดสายเหยี่ยว: ท่าทีตึงตัวของธนาคารกลางสหรัฐฯ ภายใต้ประธานคนใหม่ Kevin Warsh ทำให้ตลาดลดความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั้งกระดาน
- ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อและทำให้การลดดอกเบี้ยล่าช้าออกไป
- ข่าวลือ Strategy เทขาย: มีกระแสข่าวลือในตลาดว่าบริษัท Strategy อาจเทขาย Bitcoin ออกมาบางส่วน สร้างแรงกดดันเชิงจิตวิทยา
- เงินทุนหมุนเข้า AI: เม็ดเงินบางส่วนไหลออกจากคริปโตเข้าสู่ธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังร้อนแรง
📊 มุมมองเทคนิคัล: ใกล้เขต Oversold
ในเชิงเทคนิค ดัชนี RSI ขยับลงมาอยู่ที่ระดับราว 37 ซึ่งเข้าใกล้เขต “ขายมากเกินไป” (Oversold) แต่ยังไม่ยืนยันการกลับตัวของแนวโน้ม ขณะนี้ราคากำลังพยายามทรงตัวในกรอบแคบบริเวณ 62,300–62,350 ดอลลาร์ โดยมีแนวรับจิตวิทยาสำคัญถัดไปที่ 60,000 ดอลลาร์
“ภาวะ Extreme Fear ในอดีตมักเป็นจังหวะที่ตลาดใกล้ทำจุดต่ำสุดในระยะสั้น แต่ตราบใดที่กระแสเงิน ETF ยังไหลออกและเฟดยังคงท่าทีแข็งกร้าว นักลงทุนควรบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม”
📌 สรุป: จับตาอะไรต่อ
- กระแสเงิน ETF: หากยอดไหลออกเริ่มชะลอหรือพลิกเป็นไหลเข้า จะเป็นสัญญาณบวกแรกของการกลับตัว
- ท่าทีเฟด: ถ้อยแถลงและตัวเลขเงินเฟ้อจะเป็นตัวกำหนดทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น
- แนวรับสำคัญ: หากหลุด 60,000 ดอลลาร์ อาจเปิดทางสู่การปรับฐานที่ลึกขึ้น


