Wednesday, March 4, 2026
Homeห้องเรียนBinanceวิธีสมัคร Binance 2026 แบบละเอียดทุกขั้นตอน พร้อม KYC สำหรับมือใหม่

วิธีสมัคร Binance 2026 แบบละเอียดทุกขั้นตอน พร้อม KYC สำหรับมือใหม่

Binance คือแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้ใช้งานมากกว่า 200 ล้านคนใน 180+ ประเทศ บทความนี้จะพาคุณสมัครบัญชี Binance แบบละเอียดทุกขั้นตอน พร้อมยืนยันตัวตน (KYC) ให้เสร็จสมบูรณ์ภายใน 10 นาที

📌 สรุปสั้นๆ: สมัคร Binance ใช้แค่อีเมลหรือเบอร์โทร → ตั้งรหัสผ่าน → ยืนยันตัวตน (KYC) ด้วยบัตรประชาชน → เริ่มซื้อขายคริปโตได้ทันที

📋 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนสมัคร

ก่อนเริ่มสมัคร ให้เตรียมสิ่งเหล่านี้ให้พร้อม:

  • อีเมล ที่ยังใช้งานอยู่ (แนะนำ Gmail หรือ Outlook) หรือเบอร์โทรศัพท์
  • บัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ต ที่ยังไม่หมดอายุ (สำหรับยืนยันตัวตน)
  • โทรศัพท์มือถือ สำหรับถ่ายรูปเอกสารและเซลฟี่
  • รหัสผ่านที่แข็งแรง อย่างน้อย 8 ตัวอักษร ประกอบด้วยตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ ตัวเลข และอักขระพิเศษ

ขั้นตอนที่ 1: เข้าเว็บไซต์ Binance

เปิดเบราว์เซอร์แล้วไปที่ www.binance.com จากนั้นคลิกปุ่ม “ลงทะเบียน” (Register) ที่มุมขวาบนของหน้าเว็บ

⚠️ คำเตือนด้านความปลอดภัย: ตรวจสอบ URL ให้แน่ใจว่าเป็น binance.com เสมอ ระวังเว็บปลอม (Phishing) ที่มี URL คล้ายกัน เช่น b1nance.com หรือ binance-login.com

ขั้นตอนที่ 2: กรอกข้อมูลสมัครสมาชิก

Binance มี 2 วิธีสมัคร:

วิธีที่ 1: สมัครด้วยอีเมล (แนะนำ)

  1. เลือกแท็บ “อีเมล”
  2. กรอกอีเมลของคุณ
  3. ตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรง (อย่างน้อย 8 ตัวอักษร มีตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวเลข และอักขระพิเศษ)
  4. ใส่ Referral ID (ถ้ามี) เพื่อรับส่วนลดค่าธรรมเนียมการเทรด
  5. ติ๊กยอมรับ เงื่อนไขการใช้งาน
  6. คลิก “สร้างบัญชี”

วิธีที่ 2: สมัครด้วยเบอร์โทรศัพท์

  1. เลือกแท็บ “เบอร์โทรศัพท์”
  2. เลือกรหัสประเทศ +66 (ไทย)
  3. กรอกเบอร์โทรศัพท์ (ไม่ต้องใส่ 0 นำหน้า)
  4. ตั้งรหัสผ่านและดำเนินการเหมือนวิธีที่ 1

ขั้นตอนที่ 3: ยืนยันอีเมลหรือเบอร์โทร

หลังจากกดสมัคร ระบบจะส่ง รหัสยืนยัน 6 หลัก ไปที่อีเมลหรือ SMS ของคุณ

  1. เปิดอีเมล/SMS แล้วคัดลอกรหัส 6 หลัก
  2. กรอกรหัสลงในช่องยืนยันบนเว็บ Binance
  3. คลิก “ยืนยัน” (Submit)

✅ เมื่อยืนยันสำเร็จ บัญชี Binance ของคุณจะถูกสร้างเรียบร้อย!

ขั้นตอนที่ 4: ยืนยันตัวตน (KYC) — สำคัญมาก!

การยืนยันตัวตน (Know Your Customer หรือ KYC) เป็น ขั้นตอนบังคับ ตามกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน หากไม่ทำ KYC จะถูกจำกัดการใช้งานอย่างมาก

ระดับการยืนยันตัวตน

ระดับ เอกสารที่ต้องใช้ สิทธิ์ที่ได้รับ
Verified บัตรประชาชน/พาสปอร์ต + เซลฟี่ ฝาก-ถอนไม่จำกัด, ซื้อขายทุกรูปแบบ
Verified Plus หลักฐานที่อยู่ (ใบแจ้งหนี้, สำเนาทะเบียนบ้าน) วงเงินฝากผ่าน Fiat สูงขึ้น

วิธียืนยันตัวตน (Verified):

  1. ล็อกอินเข้า Binance แล้วไปที่ “ศูนย์ผู้ใช้” → “การยืนยันตัวตน”
  2. เลือกประเทศ “ไทย (Thailand)”
  3. กรอกข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ-นามสกุล (ภาษาอังกฤษ ตรงกับบัตร), วันเกิด, ที่อยู่
  4. ถ่ายรูปบัตรประชาชน ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ให้ชัดเจน ไม่มีแสงสะท้อน
  5. ถ่ายเซลฟี่ ตามคำแนะนำบนหน้าจอ (อาจมีการกะพริบตาหรือหันหน้า)
  6. รอระบบตรวจสอบ ปกติใช้เวลา ไม่เกิน 10 นาที (บางกรณีอาจนานถึง 24 ชั่วโมง)
💡 เคล็ดลับการถ่ายเอกสาร:

  • ถ่ายในที่แสงสว่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงแสงสะท้อน
  • วางบัตรบนพื้นหลังสีเข้ม (ไม่ใช่พื้นขาว)
  • ถ่ายให้เห็นขอบบัตรครบทั้ง 4 ด้าน
  • อย่าใช้สำเนาหรือรูปถ่ายจากหน้าจอ — ต้องเป็นบัตรจริงเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 5: ตั้งค่าความปลอดภัยเพิ่มเติม (แนะนำอย่างยิ่ง)

หลังจาก KYC ผ่านแล้ว ควรตั้งค่าความปลอดภัยเพิ่มเติมทันที:

🔐 เปิดใช้ Google Authenticator (2FA)

  1. ดาวน์โหลดแอป Google Authenticator จาก App Store หรือ Google Play
  2. ไปที่ “ศูนย์ผู้ใช้” → “ความปลอดภัย” → “Google Authenticator”
  3. สแกน QR Code ด้วยแอป
  4. บันทึก Recovery Key ไว้ในที่ปลอดภัย (สำคัญมาก! หากทำโทรศัพท์หาย จะต้องใช้คีย์นี้กู้คืน)
  5. กรอกรหัส 6 หลักจากแอปเพื่อยืนยัน

📱 ตั้งค่าเพิ่มเติมที่แนะนำ

  • Anti-Phishing Code: ตั้งรหัสส่วนตัวที่จะแสดงในอีเมลจาก Binance เพื่อป้องกันอีเมลปลอม
  • Whitelist Address: จำกัดการถอนเฉพาะ Wallet ที่อนุมัติแล้วเท่านั้น
  • Device Management: ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ล็อกอินเป็นประจำ

ขั้นตอนที่ 6: ฝากเงินและเริ่มซื้อคริปโต

เมื่อบัญชีพร้อมใช้งานแล้ว มี 3 วิธีหลักในการฝากเงินเข้า Binance:

วิธีที่ 1: โอนคริปโตจาก Wallet อื่น

หากมีคริปโตอยู่แล้ว สามารถโอนเข้า Binance ได้ฟรี (เสียแค่ค่า Network Fee)

วิธีที่ 2: ซื้อด้วยบัตรเครดิต/เดบิต

ไปที่ “ซื้อคริปโต” → “บัตรเครดิต/เดบิต” เลือกเหรียญที่ต้องการ กรอกจำนวน แล้วชำระเงิน (ค่าธรรมเนียม ~2%)

วิธีที่ 3: ซื้อผ่าน P2P (แนะนำสำหรับคนไทย)

ไปที่ “ซื้อคริปโต” → “P2P Trading” เลือกผู้ขายที่รองรับการโอนผ่านธนาคารไทย ราคาดีกว่าบัตรเครดิตมาก

💰 คำแนะนำสำหรับมือใหม่:

  • เริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยก่อน เพื่อทำความเข้าใจระบบ
  • ศึกษาเหรียญให้ดีก่อนลงทุน อย่าลงทุนตามกระแส
  • ห้ามลงทุนด้วยเงินที่ไม่สามารถเสียได้
  • ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูง — การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ

❓ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สมัคร Binance ต้องเสียเงินไหม?

ไม่เสียเงิน — การสมัครบัญชี Binance ฟรีทั้งหมด ค่าธรรมเนียมจะเกิดขึ้นเฉพาะตอนซื้อขายหรือถอนเงินเท่านั้น

คนไทยสมัคร Binance ได้ไหม?

ได้ — Binance รองรับผู้ใช้งานชาวไทย สามารถยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนไทยหรือพาสปอร์ตไทยได้

KYC ใช้เวลานานแค่ไหน?

ปกติ ไม่เกิน 10 นาที ระบบ AI จะตรวจสอบอัตโนมัติ แต่บางกรณีอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงหากต้องตรวจสอบด้วยเจ้าหน้าที่

ลืมรหัสผ่าน Binance ทำอย่างไร?

คลิก “ลืมรหัสผ่าน” ที่หน้าล็อกอิน → กรอกอีเมลหรือเบอร์โทร → ยืนยันตัวตนผ่าน 2FA → ตั้งรหัสผ่านใหม่

บทสรุป

การสมัคร Binance ไม่ยากอย่างที่คิด ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที ก็มีบัญชีพร้อมซื้อขายคริปโตบนแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดในโลก สิ่งสำคัญที่สุดคือ ตั้งค่าความปลอดภัย ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มใช้งาน โดยเฉพาะ Google Authenticator และ Anti-Phishing Code

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถติดตามบทความความรู้คริปโตเพิ่มเติมได้ที่ SiamBitcoin.com

🔗 สมัคร Binance เลย (รับโบนัส USDC): คลิกที่นี่เพื่อสมัคร

⚠️ Disclaimer: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน

ติดตาม Siambitcoin

ข่าวล่าสุด